วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

'อภิสิทธิ์' ลั่นทำการเมืองแบบ'สุภาพบุรุษ' จับขั้วรอบหน้าอุดมการณ์ชัด

'อภิสิทธิ์' ลั่นทำการเมืองแบบ'สุภาพบุรุษ' จับขั้วรอบหน้าอุดมการณ์ชัด

'อภิสิทธิ์' ลั่นทำการเมืองแบบ'สุภาพบุรุษ' สส.ย้ายพรรคเคารพการตัดสินใจ เผยเป้าปชป.เป็นทางเลือกประชาชน กวาดสส.เข้าสภาให้ได้มากที่สุด ยันจับขั้วรอบหน้าอุดมการณ์ะชัด

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมกรรมการบริหารพรรค ที่ประชุมมีการพิจารณา 2 เรื่อง

1.เรื่องนโยบาย ซึ่งเราให้ความสำคัญในเรื่องความเหลื่อมล้ำลดการผูกขาดจะเป็นเรื่องที่เราต้องเร่งผลักดัน โดยทางเราได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิที่จะมาให้ความคิดในวันที่ 28 ต.ค.

ส่วนรายละเอียดจะเรียนให้ทราบต่อไปแต่เราตั้งโจทย์ให้กับผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งเป็นผู้นำความคิดหรือผู้ปฏิบัติว่าประเทศไทยต้องการอะไรจากพรรคการเมืองก็จะมาพูดคุยกับทางคณะกรรมการบริหารพรรค โดยนายกรณ์ จติกวณิช รองหัวหน้าพรรคเป็นผู้รับผิดชอบกระบวนการ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของนโยบาย

2. การเตรียมตัวผู้สมัครเพราะมีความไม่แน่นอนทางการเมืองสูงและเราต้องทำงานแข่งขันกับเวลาและพรรคประชาธิปัตย์จะเคร่งครัดกับเรื่องของการทำตามกฎระเบียบข้อบังคับและกฎหมายเกี่ยวกับการสรรหาผู้สมัคร

ดังนั้นวันนี้ได้คุยเอาไว้แล้วว่าคณะกรรมการสรรหาจะต้องมีการประชุมเพื่อเลือกประธานและทำงานกับกับภาค รวมถึงสาขา ตัวแทนจังหวัดทันที

“ขอเรียนตรงๆว่าในช่วง3สัปดาห์ที่ผ่านมา ได้พูดคุยกับบุคลากรของพรรคเยอะสส.หลายท่านที่ให้การสนับสนุนผมเมื่อวันเสาร์(18ต.ค.)พูดกับผมมาก่อนวันเสาร์แล้วว่า ท่านอาจจะไม่ได้ร่วมงานกับผมต่อซึ่งผมก็เข้าใจข้อเท็จจริงทางการเมืองเพียงแต่ว่า เราก็พยายามให้ดีที่สุดเมื่อมาตั้งต้นกันใหม่วันนี้ก็พยายามที่จะพูดคุยเราอยากจะรักษาบุคลากรของเราทุกคนแต่ธรรมชาติของการเมืองเมื่อมีการไปพูดคุยเจรจากับอะไรกันผมเข้าใจได้ เพราะผมทำงานการเมืองใช้คำว่า แบบสุภาพบุรุษเข้าใจดีว่าใครไปตกลงอะไรเราก็เห็นใจเข้าใจเขา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ได้เป็นอุปสรรคเราคิดอย่างเดียวว่าก็จะนำเสนอทางเลือกให้กับประชาชนทั้งในเรื่องของนโยบายและบุคลากรให้ดีที่สุดท่ามกลางข้อจำกัดทางด้านเวลา

นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าว ถึงการทาบทามบุคคลจากแวดวงต่างๆว่าไม่ได้มีแค่แวดวงเศรษฐกิจ เพียงอย่างเดียว แต่ยังมีมิติทางสังคมสิ่งแวดล้อมความเป็นธรรมและเรื่องการเมือง สิ่งที่ฉุดรั้งการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจอย่างมากเพราะเรามีคอรัปชั่นมาก พอมีคอรัปชั่นมากเราก็มีกฎเกณฑ์มาก พอมีกฎเกณฑ์มากธุรกิจก็ดำเนินต่อไปไม่ได้ ดังนั้นสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่จะมาร้อยเรียงกันทั้งหมด

เมื่อถามว่า การกลับมาครั้งนี้เป็นการให้ความหวังใหม่กับประชาชนเพื่อเป็นตัวเลือกใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่านั่นคือหน้าที่ของพรรคการเมืองอยู่แล้วและเหตุผลหนึ่งที่ได้กล่าวไปแล้วคือตนรู้สึกเสียดายว่า ในช่วงหลังนักการเมืองเหมือนอยู่กับคนละโลกกับประชาชน เพราะข่าวการเมืองที่เราเห็นทุกวันดูแล้วไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับประชาชน

ตนต้องการที่จะทำให้การเมืองเป็นเรื่องของการแก้ปัญหาให้กับประชาชนจริงๆและอยากจะชวนขอความร่วมมือสื่อมวลชน เรามาคุยกันในเรื่องที่เป็นปัญหาของพี่น้องประชาชนที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของเขาจริงๆนั่นคือหน้าที่ของการเมืองไม่ใช่การมาเล่นเกมต่อรองแลกเปลี่ยนผลประโยชน์

เมื่อถามถึง เป้าหมายสส. ในการเลือกตั้งรอบนี้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า อยากได้มากที่สุดประชาธิปัตย์เป็นพรรคของคนทั้งประเทศจะดูความเป็นจริงทำงานแข่งขันกับเวลาจะดูว่าเพื่อนสส.ที่มากระซิบว่าอาจจะไม่ได้ทำงานด้วยกันต่อก็ต้องมาเร่งปิดช่องว่างในพื้นที่ต่างๆ

ถามย้ำว่ามีบางคนที่อาจจะยังลังเลไม่ตัดสินใจ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบแต่ตนบอกกับทุกคนว่า ตนเห็นคุณค่าของบุคลากรทุกคนใครที่ร่วมงานกับประชาธิปัตย์มาตนก็ยินดีที่จะทำงานด้วยต่อ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับเขา เขาต้องพิจารณาว่าแนวทางที่ทำกับสิ่งที่ เขาตั้งใจจะสอดคล้องทั้งหมดหรือไม่อย่างไรก็เคารพการตัดสินใจของแต่ละคนยืนยันว่าในช่วง 2-3สัปดาห์ที่ผ่านมาตนได้มีการพูดคุยกันโดยตลอดกับสส.ทุกท่านแต่ตนก็ไม่ได้อยู่ในการเมืองมาระยะหนึ่งแล้วก็ไม่ทราบข้อมูลทั้งหมดเพียงแต่บอกถึงความตั้งใจและอยากให้เขาเข้าใจสิ่งที่ตนพยายามกลับเข้ามาทำคืออะไรถ้าเป็นสิ่งที่เขาอยากจะมาสนับสนุน ก็คิดว่าชวนเขาอยู่ต่อแต่อย่างที่บอกบางคนใช้คำว่ามีการพูดคุยมันลึกไปแล้วมีอยู่หลายคนก็ต้องยอมรับว่าเกิดสิ่งนั้นก่อนที่จะมีการเลือกตั้งในวันที่18ต.ค.

ส่วนกรณีรายชื่อกรรมการบริหารที่ปรากฏชื่อนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย เป็นรองหัวหน้าพรรค ซึ่งเป็นบุคคลที่นายสมชาย โล่ห์สถาพรพิพิธ อดีตส.ส.ตรังประกาศจะร่วมงานด้วยนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่ได้ยินอย่างนั้นแต่ได้คุยกับทั้งทางสส.และนายสาทิตย์ว่า ที่บอกว่าคนนั้นไม่มีคนนี้คืออะไรตนทำได้พี่ก็เพียงแต่บอกว่า ตนมาสลายเหตุนั้นก็แล้วกันและดูว่าจะไปด้วยกันได้หรือไม่ อย่างที่บอกต้องการรักษาทุกคนแต่ก็เข้าใจว่าจะตัดสินใจอย่างไร

เมื่อถามถึงทิศทางของพรรคประชาธิปัตย์หลังจากกรรมการบริหารพรรคชุดที่ที่ผ่านมาก็มีการข้ามขั้วไปร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยมาแล้ว ทิศทางของพรรคประชาธิปัตย์ในการเลือกตั้งครั้งหน้าจะมีท่าทีอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราดูท่าทีจุดยืนการกระทำของแต่ละพรรคก่อน แต่ทุกคนก็ทราบดีอยู่แล้วว่าตนยึดถือเรื่องอุดมการและสัจจะเป็นสำคัญ