วันเสาร์ ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

‘เพื่อไทย’ โหมโรง 'ตั้งเป้า 200' 3 แคนดิเดต ไร้แบรนด์‘ชินวัตร’

‘เพื่อไทย’ โหมโรง 'ตั้งเป้า 200'  3 แคนดิเดต ไร้แบรนด์‘ชินวัตร’

โหมโรง “ยกเครื่องเพื่อไทย ยกเครื่องประเทศไทย” สำหรับการสู้ศึกเลือกตั้งปี 2569 ของพรรคค่ายแดง ภายใต้การนำของ แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรค เปิดตัว 185 ผู้เสนอตัวเป็นผู้สมัคร สส. ชุดแรก จากทั่วประเทศ

บรรยากาศภายในที่ทำการพรรค ค่อนข้างคึกคัก บรรดา สส. - อดีตผู้สมัคร สส. ยังแพ็กกันเหนียวแน่น แม้จะมี “เลือดสีแดง” ไหลออกไปซบ “พรรคสีน้ำเงิน” แต่พอถึงไฟต์บังคับที่ต้องเช็คชื่อ สส.หลายคนแถวตรง

แพทองธาร” แสดงวิสัยทัศน์ปลุก “คนเลือดสีแดง” ว่า รัฐบาลพรรคเพื่อไทยถูกกระทำให้เป็นฝ่ายค้าน “ทักษิณ ชินวัตร” ผู้ก่อตั้งพรรคอยู่ในเรือนจำ โดยคดีที่ตั้งต้นด้วยอำนาจรัฐประหาร มีคำพูดที่บอกกันว่าพรรคเพื่อไทย มาถึงทางตัน พรรคเพื่อไทยตายแน่นอน พรรคเพื่อไทยสูญพันธุ์แน่นอน ตนไม่เคยเชื่ออย่างนั้นเลย

“ถ้าพรรคเพื่อไทยจะสูญพันธุ์ พรรคเพื่อไทยสูญพันธุ์ไปนานแล้ว เราเป็นพรรคการเมืองที่มีผลงานเป็นรูปธรรมมากที่สุด และต้องเผชิญชะตากรรมทางการเมืองสาหัสที่สุด พรรคนี้โดนรัฐประหารมาแล้วสองครั้ง ถูกยุบพรรคไปแล้ว 2 พรรค กรรมการบริหารพรรคถูกตัดสิทธิ์เกือบ 200 คน นายกฯ ที่มาจากการเลือกตั้งถึง 6 คน”

“ดิฉันพร้อมสู้ และพรรคเพื่อไทยก็พร้อมสู้ ประเทศไทยต้องการการเมืองที่สร้างสรรค์ ต้องการการเมืองที่เป็นความหวังของพี่น้องประชาชน”

“แพทองธาร” สรุปบทเรียนของ “เพื่อไทย” ว่า “พรรคเพื่อไทยต้องสรุปบทเรียนที่ผ่านมา เพื่อปรับตัวให้ทันกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป บทเรียนที่ผ่านมามีทั้งข้อดี ข้อเสีย ข้อผิดข้อพลาด ข้อทำถูกต้องอะไรบ้างที่จะทำให้เราสามารถปรับตัว เพื่อรับมือกับสถานการณ์”

โดยในช่วง 2 ปีที่กลับมามีอำนาจรัฐ ต้องยอมรับว่า การสื่อสารของ “บิ๊กเพื่อไทย” กับ “ลูกพรรค” ค่อนข้างมีปัญหา ส่งผลให้ระยะห่างระหว่าง สส. กับ “ทีมคนข้างกายเจ้าของพรรค” ถูกฉีกห่างออกไป

ยกเครื่องปรับโครงสร้างพรรค

“แพทองธาร” เล่าโมเดลปรับโครงสร้างพรรค โดยระบุว่า อำนาจในการตัดสินใจที่เกี่ยวกับพรรค ทิศทางการเมืองของพรรคจะอยู่ที่หัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารของพรรค เมื่อท่านอื่นๆ มีความคิดเห็น มีสิ่งที่อยากนำเสนอหรือคิดต่างออกไป สามารถแนะนำ และบอกดิฉันได้โดยตรง ต่อจากนี้จะไม่มีเส้นทางลัด และเส้นทางเลี้ยวอ้อมไปทางไหน มีแต่เส้นทางตรงและชัดเจนในการตัดสินใจ ในการเปลี่ยนแปลงและทำให้เป็นเอกภาพ

โดยเราจะจัดคณะกรรมการบริหารพรรคที่จะรับคำปรึกษาจากคณะกรรมการทั้งสองส่วน คือคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์ และคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านการเมือง ทั้งหมดนี้จะเป็นการรวมทั้งสมอง และประสบการณ์ของพรรคเพื่อไทยไว้ เพื่อสร้างความเข้มแข็งหลังบ้านของเราให้มีที่พึ่งพา และสามารถตัดสินใจโดยใช้ประสบการณ์ที่ผ่านมาอย่างคล่องแคล่ว รวดเร็ว และแม่นยำมากยิ่งขึ้น

ด้านการทำงานเชิงปฎิบัติโครงสร้างจะแบ่งเป็นสี่เสาหลัก คือสำนักงานกิจการสภาผู้แทนราษฎร จะดูแลการประสานงานการประชุมสภาฯ ประสานงานสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และกรรมาธิการ ส่วนสำนักนโยบายจะเป็นเรื่องของการวิจัย เป็นดีเอ็นเอของพรรคเพื่อไทยที่ทำมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่พรรคไทยรักไทย

‘เพื่อไทย’ โหมโรง 'ตั้งเป้า 200'  3 แคนดิเดต ไร้แบรนด์‘ชินวัตร’

ส่วนของสำนักนโยบายนี้จะสนับสนุนในเรื่องของนโยบายและวิชาการให้กับ สส.ด้วย เมื่อเราทำนโยบายใดๆ เราทำโพลแล้วว่ามีประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนจริงๆ และ สส.ต้องเข้าใจในเรื่องของนโยบายด้วย เพื่อที่จะสื่อสารกับพี่น้องประชาชนให้เข้าใจว่าพรรคเพื่อไทย ต้องการขับเคลื่อนไปทางไหน และเป็นนโยบายที่ตอบโจทย์พี่น้องประชาชนหรือไม่

สำนักเลขาธิการพรรคโดยมีเลขาธิการพรรคเป็นหัวเรือใหญ่ บริหารจัดการกิจการทั้งหมดของพรรค โดยมีผู้อำนวยการพรรคดูแลสำนักงานใหญ่และสำนักงานสาขา และมีฝ่ายกฎหมาย ฝ่ายเลขาธิการพรรค จะทำหน้าที่ประสานงานกับคณะกรรมการทั้งห้าภูมิภาค ทั้งอีสาน เหนือ กลาง ใต้และกรุงเทพ และปริมณฑล

จัดเวทีตาดูดาวเท้าติดดินทั่วประเทศ

สำหรับสำนักสื่อสารจะมีฝ่ายยุทธศาสตร์สื่อสาร วางแผนร่วมกับกองงานโฆษกในการสื่อสารกับประชาชน ที่จะบอกกล่าวว่า พรรคเพื่อไทยกำลังทำอะไรอยู่ เพื่อลดช่องว่างระหว่างพรรคการเมืองกับประชาชน เราอยากให้ประชาชนมีส่วนร่วมกับพรรคของเรา ได้มีการเสริมในเรื่องของความคิดเห็น เพื่อเป็นข้อมูลให้พรรคสามารถนำไปพัฒนาต่อไปได้ในอนาคต

อีกกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นเพื่อเป็นรากฐานที่สำคัญของการคิดนโยบายเชิงยุทธศาสตร์ คือการจัดตั้งเวทีตาดูดาวเท้าติดดิน หรือ Moon Shot Forum เป็นเวทีศึกษาวิจัยหาทางออกที่มีวิกฤติผันผวนมากมายทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ก็จะเป็นเวทีมาพูดคุยแลกเปลี่ยนเพื่อเป็นประโยชน์ในการผลักดันนโยบายประเทศชาติต่อไป

“พรรคเพื่อไทยจะเริ่มทำเวทีดังกล่าวที่สำนักงานใหญ่กรุงเทพภายในเดือน ต.ค. จากนั้นจะขยายพื้นที่จากกรุงเทพฯ ไปต่างจังหวัด เราจะมีการรับฟังความคิดเห็นทั้งจากทุกภาคส่วน”

‘เพื่อไทย’ โหมโรง 'ตั้งเป้า 200'  3 แคนดิเดต ไร้แบรนด์‘ชินวัตร’

ประกาศยกเครื่อง “ข้าราชการ”

ขณะเดียวกัน “แพทองธาร” ยังประกาศเราจะยกเครื่องประเทศไทย โดยมองว่าระบบการทำงานของราชการมีปัญหา ทำให้การผลักดันนโยบายจะเกิดขึ้นได้ยาก ระบบราชการไม่ได้ถูกสร้างอย่างบูรณาการ แต่กระทรวงมีความซ้ำซ้อนในเรื่องของการทำงานทำให้ล่าช้า

“การผลักดันหนึ่งนโยบายต้องไปติดกันตรงนี้มากมาย ซึ่งจริงๆแล้วถ้าเราร่วมมือกัน ทำงานอย่างบูรณาการ ผลที่เกิดขึ้นเป็นไปได้อย่างแน่นอน และพรรคเพื่อไทยอยากจะเปลี่ยนค่านิยมของข้าราชการทั้งหมด จากที่ว่าไม่ทำให้ไม่ผิด เป็นทำเต็มที่เพื่อประชาชน”

“ดิฉันเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าเมื่อข้าราชการทำเต็มที่เพื่อประชาชน ข้าราชการก็จะรู้สึกภูมิใจด้วยตัวเอง ที่เป็นส่วนสำคัญในการช่วยผลักดันประเทศ ผลักดันนโยบายและสร้างความยินดีอยู่ดีให้กับพี่น้องประชาชนได้จริงๆ เราจะยกเครื่องระบบการทำงานแบบบูรณาการระหว่างราชการ”

3 แคนดิเดตนายกฯ ไม่ใช่ “ชินวัตร”

“แพทองธาร” ประกาศด้วยว่า พรรคเพื่อไทยเราพร้อมสำหรับการเลือกตั้ง ต้องขอขอบคุณทุกคนที่ยังอยู่กับเรา ขอบคุณที่ต่อสู้ทุกกระแสข่าว ทุกกระแสคำพูดที่เป็นกระแส ขอบคุณที่ตัดสินใจอยู่ ขอบคุณคนที่อยู่มายาวนานและเลือกที่จะยังอยู่กับเราต่อไป ทุกท่านทราบว่าที่แห่งนี้เป็นมากกว่าพรรคการเมือง

“ที่นี่คือบ้านของพรรคเพื่อไทย ที่นี่คือบ้านของคนเพื่อไทย และที่นี่จะไม่มีวันทิ้งกันไปไหน ดิฉันขอขอบคุณทุกท่านจากหัวใจค่ะ ในฐานะของหัวหน้าพรรคเพื่อไทยดิฉันขอสัญญาว่าดิฉันจะทำให้เต็มที่ ทุ่มเทแรงกายแรงใจ จะยืนสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับทุกท่านไปจนสุดทาง และดิฉันมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าถ้าทุกท่านทุ่มเทแรงกายแรงใจเช่นกัน ชัยชนะจะเป็นของเรา และเรา”

สำหรับการเปิดตัว 3 แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทย “แพทองธาร” ขอรอเวลาที่เหมาะสม แต่มีการติดต่อทาบทามเอาไว้แล้ว โดย “ผู้สื่อข่าว” สอบถามว่าแคนดิเดตนายกฯ มีคนจากตระกูลชินวัตรหรือไม่ “แพทองธาร” ระบุว่า “ไม่มี ยังไม่มี”

‘เพื่อไทย’ โหมโรง 'ตั้งเป้า 200'  3 แคนดิเดต ไร้แบรนด์‘ชินวัตร’

‘สุริยะ’ลั่นเพื่อไทยกวาด สส. 200 ที่นั่ง

ขณะเดียวกัน “แพทองธาร” ได้แต่งตั้งให้ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นผู้อำนวยการการเลือกตั้งของพรรคเพื่อไทย โดย “สุริยะ” ให้สัมภาษณ์ว่า ที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยแคนดิเดตของพรรคเพื่อไทย ก็เป็นคู่แข่งโดยตรงกับแคนดิเดตของพรรคประชาชนโดยตรง การที่กระแสพรรคประชาชนตกลง เราก็จะได้ สส. เพิ่มเติมขึ้น

“ผมเชื่อมั่นในเรื่องนี่ และตั้งเป้าสส.ของพรรคเพื่อไทย จะได้ไม่น้อยกว่า 200 ที่นั่ง บวกลบ ร้อยละ 10 แล้วคอยพิสูจน์กันตอนเลือกตั้ง ขอความเชื่อมั่นรอดูพิสูจน์คำพูดของผมว่าจะจริงหรือไม่จริง"

โดยหลังวงสัมภาษณ์ “สุริยะ” วิเคราะห์จำนวน สส. ของคู่แข่ง โดยมองว่า “พรรคประชาชน” กระแสตกลงไป จึงประเมินว่าจะได้ สส. ไม่เกิน 100 ที่นั่ง ส่วน “พรรคภูมิใจไทย” เดิมมี สส. 70 ที่นั่ง เมื่อรวมกับ สส. ที่ดึงมาจากพรรคอื่น และน่าจะมีคะแนนปาร์ตี้ลิสต์เพิ่มขึ้น จึงคาดการณ์ว่าน่าจะมี สส. ประมาณ 120 ที่นั่ง

‘เพื่อไทย’ โหมโรง 'ตั้งเป้า 200'  3 แคนดิเดต ไร้แบรนด์‘ชินวัตร’

เช็คชื่อสกัด “เลือดไหล”

อย่างไรก็ตามเมื่อเช็คชื่อ “สส.เพื่อไทย” จากเดิมที่คาดการณ์กันว่า อาจจะมี “เลือดสีแดง” ไหลออกซบ “พรรคสีน้ำเงิน” จำนวนหนึ่ง แต่ภายในงาน “ยกเครื่องเพื่อไทย” บรรดา สส. เกรดเอ ยังอยู่กับครบ

โดยชื่อของ “ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม” และ “ชูชัย มุ่งเจริญพร” สส.สุรินทร์ ที่มีกระแสข่าวได้รับการทาบทามจาก “พรรคภูมิใจไทย” อาจจะย้ายพรรค เนื่องจากกระแสภาคอีสานใต้ ซึ่ง จ.สุรินทร์ มีพื้นที่ติดชายแดน ไทย - กัมพูชา แต่ทั้ง “ครูมานิตย์ ข ชูชัย” กลับเลือกปักหลักอยู่กับ “เพื่อไทย”

เช่นเดียวกับ “เฮียเกรียง” เกรียง กัลป์ตินันท์ ผู้มากบารมี จ.อุบลราชธานี ยังเลือกอยู่ “ค่ายสีแดง” แม้คนสนิทอย่าง “เฮียกุ่ย” ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ จะย้ายเข้าสังกัด “พรรคกล้าธรรม”

ส่วน “ค่ายแป้งมัน” ยังเลือกปักหลักอยู่ “เพื่อไทย” เช่นกัน โดยมี “สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล” ลูกสาว “กำนันป้อ” วีระศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล และ “ทีมแป้งมันโคราช” มาร่วมเปิดตัวด้วย แม้จะโดนจับตาว่าอาจจะเลือกย้ายพรรค เพื่อปั้น “พรรคไทรวมพลัง” ของตัวเองให้มี สส. มากกว่าเดิม

ทั้งหมดคือความเคลื่อนไหวของ “พรรคเพื่อไทย” ที่วางเดิมพันกับการเลือกตั้งปี 2569 แบบเทหมดหน้าตัก เพราะผลการเลือกตั้งจะเป็นตัวชี้ชะตาความอยู่รอดของ “ตระกูลชินวัตร” จึงจำเป็นต้องทำทุกวิถีทางให้ “พรรคเพื่อไทย” กลับมากวาด สส. เข้าสภาฯให้ได้มากที่สุด เพื่ออำนาจในการต่อรองกับ “หัวขบวนอนุรักษ์”

‘เพื่อไทย’ โหมโรง 'ตั้งเป้า 200'  3 แคนดิเดต ไร้แบรนด์‘ชินวัตร’