วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

'นิกร' ชี้มีเดดล็อก ขวางประชามติแก้รธน.ไม่ทันเลือกตั้งสส.

'นิกร' ชี้มีเดดล็อก ขวางประชามติแก้รธน.ไม่ทันเลือกตั้งสส.

"นิกร" เตือนสภาฯ พิจารณา 4ปมสำคัญ เป็นเดดล็อกขวางประชามติแก้รธน. พร้อมวันเลือกตั้ง สส. แนะใช้กลไกเปิดประชุมวิสามัญ ก่อนต้องเลื่อนวันยุบสภาตามMOA

ที่รัฐสภา นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา ฐานะอดีตเลขานุการคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ  แถลงต่อกรณีที่ที่ประชุมรัฐสภา นัดประชุมในวันที่ 14-15 ต.ค. เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ในวาระแรก ซึ่งขณะนี้มี 3 พรรคการเมืองเสนอร่างแก้ไขให้รัฐสภาพิจารณา ว่า ตนมองว่ากรณีดังกล่าวอาจจะมีประเด็นปัญหา โดยเฉพาะเนื้อหาของร่างแก้ไขเพิ่มเติมของพรรคประชาชนที่กำหนดให้มี สภาร่างรัฐธรรมนูญ จำนวน 100 คนมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน ซึ่งส่อว่าอาจจะขัดกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญล่าสุดได้  นอกจากนั้นแล้วตนเห็นว่าในรายละเอียดของการแก้ไขรัฐธรรมนูญยังมีประเด็นเรื่องเงื่อนไขด้านเวลาที่อาจทำให้ไม่สามารถทำประชามติเพื่อนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ได้ทันพร้อมกับการเลือกตั้ง สส.ทั่วไป หลังยุบสภา ตามที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ระบุว่าภายในวันที่ 31 ม.ค.69  ได้

นายนิกร กล่าวต่อว่าขณะนี้มีกฎหมาย 4 ฉบับที่ไม่สอดคล้องกัน คือ

1.รัฐธรรมนูญ ซึ่งตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อ 10 ก.ย.  กำหนดให้การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เริ่มต้นจากรัฐสภา ดังนั้นกระบวนการต้องมาจากรัฐสภา ไม่ใช่เริ่มมาจากรัฐบาลได้

2.กฎหมายเลือกตั้ง สส. กำหนดให้เมื่อมีการยุบสภาต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ ในระยะเวลา 45- 60 วัน ดังนั้นหากยุบสภา วันที่ 31 ม.ค. 69 วันเลือกตั้งสส.ทั่วไปอาจจะเกิดในวันอาทิตย์ ที่ 29 มี.ค. 69

3.กฎหมายประชามติที่ขณะนี้ยังเป็นเนื้อหาฉบับเก่า ซึ่งกำหนดให้ต้องมีระยะเวลาก่อนทำประชามติไม่น้อยกว่า 90 วัน ซึ่งไม่สามารถทำในวันเดียวกันกับการเลือกตั้งสส.ได้ แม้ว่าร่างกฎหมายประชามติฉบับแก้ไข จะปรับเนื้อหาให้ทำพร้อมกับการเลือกตั้งและ ปรับรระยะเวลาที่ต้องทำภายใน 60 -150 วันได้ แต่ขณะนี้ร่างแก้ไขพ.ร.บ.ประชามติยังไม่มีผลบังคับใช้

4.ข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ว่าด้วยประชุมเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

“หากรัฐสภา นัดประชุมวาระแรกเพื่อพิจารณาการแก้รัฐธรรมนูญ 14-15 ต.ค. และต้องลงมติในวันที่ 15 ต.ค. ว่าจะรับหลักการหรือไม่ และตั้งกรรมาธิการ ซึ่งเชื่อว่ากมธ.จะมีเวลาทำงานในช่วงเดือน พ.ย. จนถึงวันที่ 12 ธ.ค. ที่จะเปิดสมัยประชุม ทั้งนี้รัฐสภาจะประชุมนัดแรกหลังเปิดสมัยได้ในวันที่ 17 ธ.ค. เพื่อพิจารณาวาระสอง จากนั้นต้องพักไว้  15 วัน เพื่อลงมติว่าจะเห็นชอบทั้งฉบับหรือไม่ ซึ่งคาดว่าจะอยู่ในช่วงปลายเดือนธ.ค.นี้  ดังนั้นแม้จะผ่านการนำไปทำประชามติได้ตามกฎหมายฉบับเดิมต้องมีเวลาไม่น้อยกว่า 90 วัน ดังนั้นหากยุบสภาเวลาที่ใช้ทำประชามติเพื่อถามประชาชนต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามคำถามแรก และคำถามที่สองจะไม่สามารถทำได้” นายนิกร กล่าว

นายนิกร กล่าวว่า ทั้งนี้ตนมองว่ามีทางออกคือ  อาจต้องให้รัฐสภาเปิดสมัยประชุมวิสามัญ ในช่วงกลางเดือน พ.ย. เพื่อพิจารณาวาระสอง ขณะที่วาระสามนั้นสามารถทำได้ในช่วงเปิดสมัยประชุม ซึ่งตนมองว่าจะทำให้มีเวลาเพียงพอต่อการทำประชามติเรื่องแก้รัฐธรรมนูญพร้อมกับการเลือกตั้งสส.ทั่วไปในเดือนมี.ค.2569 ได้  อย่างไรก็ดีประเด็นทางกฎหมายที่ขัดกันนั้นน หากไม่หาวิธีแก้ไขให้ดี อาจทำให้กระบวนการแก้รัฐธรรมนูญล้มทั้งยืน เพราะอาจมีผู้ไปยื่นร้องว่าทำผิดได้

เมื่อถามว่ากรณีที่ระบุนั้นมองว่าอาจต้องเลื่อนการยุบสภาหรือไม่ นายนิกร กล่าวว่า

ตนไม่พูดตรงนั้น เพราะจะทำให้ผิดคำพูดตามข้อตกลงทางการเมือง (เอ็มโอเอ) ระหว่างพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาชน ที่กำหนดว่าจะยุบสภาภายใน 4 เดือน แต่หากไม่พิจารณาหาทางแก้ไขให้ดีอาจทำให้เป็นประเด็นที่ต้องขยับเงื่อนไขยุบสภาตามที่ข้อตกลงทางการเมืองระบุไว้