วันเสาร์ ที่ 14 มีนาคม 2569

Login
Login

'วิโรจน์' เปิดผังสัมพันธ์ลึก 'ทุนเทา' ฮุบหุ้นบางจาก จี้นายกฯสาง

'วิโรจน์' เปิดผังสัมพันธ์ลึก 'ทุนเทา' ฮุบหุ้นบางจาก จี้นายกฯสาง

เมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2568 ที่รัฐสภา นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) อภิปรายในการแถลงนโยบายของรัฐบาล ว่า หากรัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ใส่ใจในการปราบปรามคอลเซ็นเตอร์ตามการแถลงนโยบาย จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องแกะรอย และติดตามตรวจสอบการซื้อขายหุ้นของบริษัทบางจาก คอร์เปอเรชัน มหาชน เรื่องนี้มาจากรายงานในปี 2567 ที่มีกองทุนลึกลับพยายามเข้าซื้อหุ้นบางจากทั้งหมดที่กองทุนประกันสังคมถือครองไว้อยู่ 14.18% เป็นมูลค่ากว่า 7,000 ล้านบาท ซึ่งมีการยืนยันแล้วว่าเป็นเรื่องจริง ประเด็นอยู่ที่ว่าคณะอนุกรรมการลงทุนของสำนักงานประกันสังคม พยายามสอบถามตัวจริงผู้ที่จะมาซื้อหุ้นเป็นใคร แต่ไม่เคยได้รับคำตอบ จึงทำให้ดีลการซื้อหุ้นไม่เกิดขึ้น ซึ่งนายอนุทินสามารสอบถามได้จากนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.แรงงานในขณะนั้น

นายวิโรจน์ กล่าวว่า ต่อมาปรากฏข่าวใหญ่กองทุนจากประเทศสิงคโปร์ ได้เข้ามาถือครองหุ้นบางจากฯ ในสัดส่วนสูงถึง 14% แต่ถืออยู่เพียงชั่วคราวก็รีบเทขายหุ้นถึง 9% ให้กับบริษัทของไทย และบริษัทดังกล่าวมีการไล่ซื้อหุ้นอย่างต่อเนื่องจนกวาดหุ้นไปครองถึง 20 % ซึ่งธุรกรรมเหล่านี้เชื่อมโยงไปถึงนายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ ซึ่งมีสายสัมพันธ์แนบแน่นกับสมเด็จฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา และบรรดานายทุนและกลุ่มทุนธนาคารในกัมพูชา นอกจากนี้ในไทยยังมีเครือข่ายเชื่อมโยงกับนักการเมืองหลายคนอย่างแนบแน่นไม่แพ้กัน เคยปรากฏภาพถ่ายนายเบนจามินนั่งร่วมดื่มกาแฟกับนายทักษิณ และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯและรมว.เกษตรและสหกรณ์ นอกจากนั้นยังมีภาพถ่ายทำบุญในงานทอดกฐินที่ จ.อุตรดิตถ์ อย่างชัดเจน

'วิโรจน์' เปิดผังสัมพันธ์ลึก 'ทุนเทา' ฮุบหุ้นบางจาก จี้นายกฯสาง

เมื่อภาพเหล่านี้ปรากฏต่อสาธารณชนก็อดไม่ได้ที่จะทำให้เกิดการสงสัย ว่าตกลงแล้วความเชื่อมโยงที่แท้จริงคืออะไรกันแน่ นายเบนจามิน ถูกต้องข้อสงสัยอย่างหนักว่าอาจจะมีความเกี่ยวข้องกับทุนเทา แก๊งคอลเซ็นเตอร์ การหลอกลวงออนไลน์ ธุรกิจเถื่อน อาชญากรรมไซเบอร์ ที่มีฐานปฏิบัติการใหญ่อยู่ในกัมพูชา ซึ่งมีมูลค่าถึง 19,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 4-6 แสนล้านบาท เท่ากับ 60% ของจีดีพีกัมพูชา ซึ่งมีประชาชนไทยตกเป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซ็นเตอร์สูงถึงปีละ 115,300 ล้านบาท ตกวันละ 316 ล้านบาท ความเสียหายของประเทศไทยสูงถึง 135,000 ล้านบาท โดยมีรายงานว่า 1 ในผู้จัดการกองทุน CAI มีชื่อว่าแคทรียา บีเวอร์ ซึ่งเป็นภรรยาของนายเบนจามิน

โดยนายเบนจามินไม่ใช่ชาวต่างชาติที่ได้รับสัญชาติกัมพูชาเท่านั้น แต่ยังได้รับการแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาของสมเด็จฮุนเซนโดยตรง ที่น่าตั้งคำถามคือครั้งนั้นบนหน้าเว็บไซต์ของบีไอซีกรุ๊ปเคยแอบอ้างเอาชื่อของนายวรภัค ธันยาวงศ์ รมช.คลัง ไปเป็นที่ปรึกษาคณะกรรมการร่วมกับอดีตปลัดกระทรวง 2 กระทรวงและอดีตจเรตำรวจแห่งชาติ ซึ่งนายวรภัคเพิ่งออกมาปฏิเสธว่าไม่เคยดำรงตำแหน่งในบีไอซีกรุ๊ป เพียงแค่เคยพบและพูดคุยกับนายยิม เลียก ประธานบีไอซีกรุ๊ป เมื่อหลายปีก่อน หากเป็นเช่นนั้นจริงนายวรภัค ต้องฟ้องบริษัทบีไอซีกรุ๊ป ฐานผิดต่อ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจ ตนเชื่อว่านายอนุทิน น่าจะรู้จักับนายเบนจามินอยู่บ้าง เพราะในช่วงปลายปี 2567 บุคคลนี้เคยขอสละสัญชาติกัมพูชาและมาขอสัญชาติไทย แต่ถูกนายอนุทิน ซึ่งดำรงตำแหน่ง รมว.มหาดไทยในขณะนั้น ไม่เซ็นอนุญาต

'วิโรจน์' เปิดผังสัมพันธ์ลึก 'ทุนเทา' ฮุบหุ้นบางจาก จี้นายกฯสาง

นายวิโรจน์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันบริษัท บางจากฯ ไม่ได้เป็นเพียงธุรกิจโรงกลั่นและจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง แต่ได้ขยายธุรกิจไปอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะบริษัทบีซีพีอาร์ เพื่อดำเนินธุรกิจสำรวจปิโตรเลียม ซึ่งได้มีการประกาศร่วมมือกับบริษัทเชฟรอน เพื่อสำรวจปิโตรเลียมในแปลง G2/65 ในอ่าวไทย แต่ประเทศไทยมีเอ็มโอยู 44 กับกัมพูชาที่มีการอ้างสิทธิ์ทับซ้อนในบริเวณอ่าวไทย ซึ่งมีขนาด 2.6 หมื่นตร.กม. ที่เต็มไปด้วยทรัพยากรปิโตรเลียมในทะเลมูลค่ามหาศาล มีการวางแผนเรื่องสัมปทานเป็นที่เรียบร้อยแล้วแต่การสำรวจยังไม่เกิดขึ้น เพราะข้อพิพาทไทย-กัมพูชา ยังไม่สิ้นสุด คำถามคือหากฝ่ายการเมืองดีลกันลงตัวระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนของนักการเมืองและกลุ่มทุนไทยกับเครือข่ายอำนาจของฮุนเซ็น บางจากฯ ในฐานะบริษัทพลังงานรายใหญ่จะถูกใช้เป็นเครื่องมือทันทีเพื่อเปิดทางไปสู่อภิมหาโครงการแสวงหาประโยชน์จากปิโตรเลียมใต้อ่าวไทย

"นี่คือข้อสงสัยและความกังวลของประชาชนทั้งประเทศ หากเงินที่มาไล่ซื้อหุ้นบางจากฯ เป็นเงินสกปรกที่มาจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่มีฐานอยู่ในกัมพูชา นั่นหมายความว่าทุนเทาข้ามชาติขนาดมหึมาเข้ามายึดประเทศไทยผ่านตลาดหลักทรัพย์ อีกทั้งยังมีข้อสันนิษฐานที่น่ากลัวว่าทุนเทามหาศาลอาจมายึดกุมระบบการธนาคารของประเทศไทยโดยตรง และสิ่งที่เลวร้ายกว่านั้นคือเงินสกปรกก้อนโตจะเป็นกำแพงกีดกันเม็ดเงินสุจริตที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทย และเราจะสูญเสียโอกาสดึงดูดการลงทุนสมัยใหม่ สูญเสียการพัฒนาซัพพลายเชนที่สร้างงานให้กับแรงงานทักษะสูง เราอาจจะกลายเป็นดินแดนที่มีแต่มาเฟียข้ามชาติ" นายวิโรจน์ กล่าว

นายวิโรจน์ กล่าวถึงกรณี "คูคอยน์" ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มคริปโตระดับโลก บริษัทแม่เคยถูกสหรัฐอเมริกาสั่งปรับเป็นเงินสูงถึง 300 ล้านดอลลาร์ เนื่องจากประกอบธุรกิจโอนเงินโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่สามารถหยุดยั้งการฟอกเงินได้ ซึ่งคูคอยน์ได้ซื้อบริษัทที่เป็นแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยน และเป็นผู้ออก "สิริฮับ โทเคน" ของบริษัท แสนสิริฯ เป็นเหตุให้สงสัยว่าเหตุใดนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกฯ จึงต้องควบ รมว.คลังด้วย

อย่างไรก็ดีการอภิปรายดังกล่าว ทำให้นายไชยวัฒนา ติณรัตน์ สส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นประท้วงว่าเป็นการพาดพิงบุคคลภายนอก ซึ่งนายมงคล ได้ขอให้นายวิโรจน์ไม่อภิปรายพาดพิงบุคคลภายนอก โดยนายไชยวัฒนา ยืนยันว่า หากตนหรือพรรคเพื่อไทยมีส่วนได้ส่วนเสียให้เอาไปตัดหัวทิ้งได้เลย ตนเป็นเพื่อนกับนายวิโรจน์ ไม่อยากให้ฉวยโอกาส เพราะนี่คือการให้คำแนะนำกับรัฐบาลใหม่

ทำให้ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวว่า ไม่ต้องร้อนตัวขนาดนั้นก็ได้ นั่งเฉย ๆ อดทนนิดหนึ่ง ร้อนตัวจนหูดับเลยหรือไม่

ต่อมา นายวิโรจน์ อภิปรายต่อว่า เป็นการตั้งข้อสงสัยไม่ได้ยืนยัน หากตัดตัวละครหรือใช้ตัวย่อจะทำให้ฟังไม่รู้เรื่อง เพราะเป็นเรื่องสำคัญที่ประชาชนควรจะรู้ ว่าทุนเทาข้ามชาติจะเข้ามายึดประเทศ เราต้องปกป้องจากทุนสกปรก นอกจากนี้ยังมีข้อสันนิษฐานว่าจะนำธนาคารอิสลามมาใช้ผูกบัญชีกับแพลตฟอร์มคูคอยน์ไทยแลนด์ ซึ่งเป็นบริษัทสินเชื่อที่เข้ามาหนุนโครงการจีโทเคน ของกระทรวงคลังที่ออกพันธบัตรดิจิทัลอย่างเต็มตัว แม้ข่าวดีลการซื้อหุ้นธนาคารอิสลามจะไม่เกิดขึ้น แต่หากโครงการแซนด์บ็อกซ์ การนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาเปลี่ยนเป็นสกุลเงินบาทได้เมื่อไร จะเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องตรวจสอบอย่างใกล้ชิดเพราะเป็นการอนุญาตให้คริปโตสามารถใช้เป็นเงินสุดได้เลย หากเงินคริปโตที่มาจากเงินสะอาดก็จะไม่เป็นปัญหา แต่ถ้ามีที่มาจากเงินสีดำเงินสกปรกเท่ากับว่าโครงการแซนด์บ็อกซ์จะกลายเป็นเครื่องฟอกเงินให้กับอาชญากรรมข้ามชาติ

นายวิโรจน์ กล่าวด้วยว่า นอกจากนั้นมีความพยายามซื้อหุ้นบางจากแล้วยังเข้าไปซื้อหุ้นบริษัทหลักทรัพย์เอ็มเอฟซี ซึ่งเป็นการจัดการกองทุนของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นกองทุนประกันสังคม และกองทุนประกันสังคมก็ถือหุ้นบางจาก 15.1 % นอกจากนี้ยังมีความเชื่อมโยงกับคณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติในสมัยที่นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เป็น รมว.เกษตรฯ ได้เสนอเรื่องข้อกำหนดฝากหรือลงทุนของสหกรณ์ ที่เปิดทางให้สหกรณ์ทั่วประเทศนำเงินไปลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวม ซึ่งมีรัฐวิสาหกิจเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่

ไปลงล็อกกับคุณสมบัติของเอ็มเอฟซี ประชาชนสายมูบอกว่าเป็นผลบุญที่เกิดจาก ร.อ.ธรรมนัสไปทำบุญร่วมกับนายเบนจามินที่ จ.อุตรดิตถ์ และบุญหล่นทับจากการทำบุญร่วมกันที่วัดดวงแข หากจำเรื่องของการขายอาคาร Skyy 9 ได้ ผ่านบริษัทเอ็มเอฟซีให้กับกองทุนประกันสังคม ถ้าไม่มองว่าเป็นเรื่องผลบุญต้องถามว่าเป็นการค้ากำไรเกินควรเข้าข่ายการเอารัฐเอาเปรียบผู้ประกันตน และประเทศเรากำลังเผชิญหน้ากับขบวนการการเมืองที่เปิดช่องให้ย้ายเงินลงทุนเข้ามาเบียดบังผู้ประกันตนที่หรือไม่

นายวิโรจน์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ถ้าทุกสิ่งทุกอย่างที่เล่ามาเป็นการเคลื่อนย้ายเงินทุนที่สุจริตตรวจสอบได้ไม่มีปัญหา แต่ถ้าสมมติว่าเป็นเงินสีดำมาจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์หรืออาชญากรรมไซเบอร์ ไม่ว่าจะด้วยเจตนาหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่เป็นหายนะระดับชาติ เท่ากับเรากำลังเปิดประตูเมืองให้ทุนเทาข้ามชาติเข้ามาหลอกคนไทย มีการตั้งข้อสงสัยว่าทุนเทาข้ามชาติเหล่านี้มักจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานประเทศ มีการอุ้มสมเครือข่ายการเมือง ซื้อข้าราชการระดับสูง เป็นลูกสมุน ใช้เงินสีเทาไปซื้อเสียงกำหนดนโยบาย กดขี่ประชาชน นายกฯ รมว.คลัง และ รมช.คลัง จำเป็นต้องเร่งสั่งการให้ ป.ป.ช. ป.ป.ง. ตรวจสอบเร่งด่วน

"ถ้านายอนุทิน มีความตั้งใจต้องให้กระทรวงต่างประเทศและ ปปง. ลงนามอนุสัญญาต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ ถ้าเราเปิดประเทศให้เงินสกปรกเข้ามาผสมพันธุ์กับนักการเมืองชั่ว อย่าว่าแต่หุ้นบางจาก ไม่ว่าเป็นหุ้น ปตท. กรุงไทย ไทยพาณิชย์ เงินสกปรกเหล่านี้ก็จะยึดได้ทั้งหมด" นายวิโรจน์ กล่าว