วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

ศาลรับฟ้อง ‘นพรัตน์’ คดีเงินทอนวัด ฝากขัง 12 วัน ไร้คนมาประกัน

ศาลรับฟ้อง ‘นพรัตน์’ คดีเงินทอนวัด ฝากขัง 12 วัน ไร้คนมาประกัน

เมื่อวันที่ 29 ก.ย. 2568 ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ผู้สื่อข่าวรายงานกรณีสำนักงานอัยการสูงสุด ในฐานะผู้ประสานงานกลางตามพระราชบัญญัติ ส่งผู้ร้ายข้ามแดน นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ผู้ถูกกล่าวหา อันเป็นบุคคลตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 ที่ จ.72/2566 ลงวันที่ 28 พฤศจิกายน 2566 และหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 ที่ จ.24/2566 ลงวันที่ 13 มิถุนายน 2566 ซึ่งเป็นอดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ  โดยถูกกล่าวหาว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต เงินอุดหนุนเพื่อบูรณะปฏิสังขรณ์และพัฒนาวัดพนัญเชิงวรวิหาร (เงินทอนวัด) และวัดอื่นๆ อีก 65 แห่ง ซึ่งได้หลบหนีไปประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อนำกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทยเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2568

ล่าสุด พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต 1 ได้นำตัวนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ มายื่นฟ้องต่อศาลเป็นคดีหมายเลขดำที่ อท.162/2568 ฐานความผิดเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย, เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ, เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 147, 151, 157 และขอศาลได้สั่งให้จำเลยคืนหรือชดใช้เงินจำนวน 8,000,000 บาท คืนแก่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ผู้เสียหาย 

โจทก์ขอคัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราว เนื่องจากจำเลยได้กระทำความผิดในลักษณะนี้ในอีกหลายคดี คดีมีอัตราโทษสูง พฤติการณ์แห่งคดีจึงเป็นเรื่องร้ายแรง ประกอบกับจำเลยมีพฤติการณ์หลบหนี โดยจำเลยได้หลบหนีไปยังสหรัฐอเมริกา และเป็นบุคคลที่ได้มีการขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนของทางการไทยกลับมายังประเทศไทยเพื่อนำมาดำเนินคดี หากปล่อยตัวไปเกรงว่าจำเลยจะหลบหนีอีก จึงขอคัดค้านการประกันตัวจำเลย

ทั้งนี้ศาลมีคำสั่งประทับฟ้อง สำเนาให้จำเลย หมายขังจำเลย โดยไม่มีญาติหรือบุคคลอื่นใด ยื่นขอประกันตัวแต่อย่างใด ในส่วนของการกระทำความผิดตามหมายจับของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 ที่ จ.24/2566 ลงวันที่ 13 มิถุนายน 2566 (จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 65 จังหวัด) เนื่องจากความผิดเกี่ยวข้องกับคดีหมายเลขดำที่ อท.110/2566 คดีหมายเลขแดงที่ อท.76/2567 และคดีหมายเลขดำที่ อท.133/2566 คดีหมายเลขแดงที่ อท.125/2567 ของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 ที่ศาลได้มีคำพิพากษาแล้ว

พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต 1 ภาค 7 ได้ยื่นคำร้องขอฝากขังนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผู้ถูกกล่าวหา ครั้งที่ 1 มีกำหนด 12 วัน นับตั้งแต่วันที่ 29 กันยายน 2568 ถึงวันที่ 10 ตุลาคม 2568 เนื่องจากมีเอกสารจำนวนมากที่ผู้ร้องจะต้องพิจารณา เช่น เอกสารการจัดสรรเงินอุดหนุนเพื่อการบูรณปฏิสังขรณ์และพัฒนาวัดในจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้วัดจำนวน 65 วัด ผู้ร้องจึงต้องใช้เวลาในการตรวจสอบและเรียบเรียงฟ้องให้ถูกต้องครบถ้วนตามข้อเท็จจริง และต้องใช้เวลาในการคัดแยกและรวบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้องมาใช้ประกอบการฟ้องคดีเป็นชุดใหม่ 

อีกทั้งภายหลังจับกุมตัวผู้ถูกกล่าวหามาแล้วผู้ร้องต้องตรวจสอบว่าความผิดฐานใดที่เกี่ยวข้องกับผู้ถูกกล่าวหาขาดอายุความบ้างหรือไม่ ซึ่งจะต้องพิจารณาเป็นรายกรรม หากมีความผิดฐานใดที่ขาดอายุความ หรือมีข้อเท็จจริงใดเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม อำนาจในการพิจารณาเป็นอำนาจของอัยการสูงสุด จึงต้องเสนอสำนวนตามลำดับชั้นถึงอัยการสูงสุดเพื่อพิจารณาอีกครั้งก่อนยื่นฟ้องคดี เป็นเหตุให้ผู้ร้องไม่สามารถยื่นฟ้องคดีต่อศาลได้ทันภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด                              

พนักงานอัยการ ผู้ร้อง ขอคัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราว เนื่องจากผู้ถูกกล่าวหาได้กระทำความผิดในลักษณะนี้ในอีกหลายคดี คดีมีอัตราโทษสูงและจำนวนเงินที่ผู้ถูกกล่าวหากับพวกร่วมกันเบียดบังเงินของรัฐไปเป็นของตนเป็นจำนวนมาก โดยมูลค่าความเสียหายเป็นจำนวนหลายร้อยล้านบาท ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาสามารถใช้เงินดังกล่าวเป็นทุนทรัพย์ในการหลบหนี หรือจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือก่อเหตุอันตรายประการอื่น เพื่อให้หลุดพ้นจากถูกการดำเนินคดี พฤติการณ์แห่งคดีจึงเป็นเรื่องร้ายแรง ประกอบกับภายหลังก่อเหตุผู้ถูกกล่าวหามีพฤติการณ์หลบหนีไปยังสหรัฐอเมริกา ทำให้เจ้าหน้าที่ของรัฐติดตามตัวผู้ถูกกล่าวมาดำเนินคดีได้โดยยากและเป็นบุคคลที่ได้มีการร้องขอให้ส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนของทางการไทยกลับมายังประเทศไทยเพื่อนำมาดำเนินคดี หากปล่อยตัวไปเกรงว่าผู้ถูกกล่าวหาจะหลบหนีอีก

ศาลไต่สวนแล้ว มีคำสั่งอนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาตามคำร้องมีกำหนด 12 วัน นับแต่วันนี้ (29 กันยายน 2568) และอนุญาตให้สอบถามผู้ต้องหาและทำการไต่สวนพยานหลักฐานในลักษณะการประชุมทางจอภาพในการฝากขังครั้งต่อไปได้ หมายขังผู้ต้องหา โดยไม่มีญาติหรือบุคคลอื่นใดยื่นขอประกันตัว