"ปกรณ์วุฒิ" งง "พท." จี้ "ณัฐพงษ์" ลาออกผู้นำฝ่ายค้าน ชี้ยังไงก็ไม่ได้ เหตุมีรองปธ.สภาฯ อยู่ ฝากคำถาม "พท." จะตรวจสอบรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน
ที่รัฐสภา นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยเรียกร้องให้นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ฐานะผู้นำฝ่าค้านในสภาฯ ลาออก ว่า ตนไม่ทราบว่าเหตุผลคืออะไร หากคิดว่าพรรคเพื่อไทยจะเป็นผู้นำฝ่ายค้านแทนตนมองว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะพรรคเพื่อไทยมี สส. ดำรงตำแหน่งรองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง และรองประธานสภาฯ คนที่สองอยู่ นอกจากว่า รองประธานสภาฯ ทั้ง 2 คนนั้นลาออกก่อนตามรัฐธรรมนูญกำหนด
"ผู้นำฝ่ายค้านยืนยันทำหน้าที่ฝ่ายค้าน เต็มที่แน่นอน ในการแถลงนโยบายรัฐบาลที่จะเกิดขึ้นในสัปดาห์หน้า คงได้เห็นกันว่าพรรคประชาชน จะตรวจสอบรัฐบาลเสียงข้างน้อยมากแค่ไหน พรรคไหนที่จะตรวจสอบรัฐบาลหรือพรรคไหนที่จะลุกขึ้นอภิปราย ตรวจสอบฝ่ายค้านด้วยกันเอง" นายปกรณ์วุฒิ กล่าว
เมื่อถามถึงการทำงานร่วมกับพรรคเพื่อไทยในวิปฝ่ายค้าน นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า ได้เว้นสัดส่วนในวิปฝ่ายค้านไว้ให้กับพรรคเพื่อไทยแล้ว แต่กรณีที่พรรคเพื่อไทยแสดงเจตจำนงไม่เข้าร่วมเป็นสิทธิ์ อย่างไรก็ตามตนได้ประสานกับพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นไปบ้างแล้ว โดยเชื่อว่าจะเข้าร่วม และตนเคารพเจตนารมณ์และอยากให้มาทำงานร่วมกัน
เมื่อถามว่าทางพรรคเพื่อไทยเหมือนจะขยี้พรรคประชาชนมาโดยตลอดหลังจากหนุนพรรคภูมิใจไทยเป็นรัฐบาล นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า ตนไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเพราะอะไร ต้องไปถามพรรคเพื่อไทยว่าตกลงจะตรวจสอบรัฐบาล หรือจะตรวจสอบฝ่ายค้านกันเอง
"เมื่อพรรคเพื่อไทยตัดสินใจไม่เข้าร่วมวิปฝ่ายค้าน แต่ผมได้ยินมาว่าต่อให้ไม่เข้าร่วมวิปฝ่านค้าน จะส่งสส.รุ่นเด็ก มานั่งฟังการประชุมวิปฝ่ายค้าน ผมไม่ติดขัด แต่ไม่เข้าใจว่าทำแบบนี้ทำไม พรรคเพื่อไทยเข้าใจดีอยู่แล้ว แต่อย่าแกล้งทำเป็นไม่เข้าใจ ว่าการเข้าร่วมวิปฝ่ายค้านคือการเข้ามาปรึกษาหารือร่วมกัน ว่าสภาแต่ละสัปดาห์จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง และฝ่ายค้านจะเคลื่อนไหวอย่างไรบ้าง" นายปกรณ์วุฒิ กล่าว
ต่อข้อถามว่าหนักใจกับบทบาทของพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนจะค้านกันเองหรือไม่ นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า ไม่หนักใจอะไร แต่ตนมองว่าการที่สภาจะอ่อนแอ อาจเป็นเพราะฝ่ายตรวจสอบอ่อนแอ ถ้าหากว่าฝ่ายตรวจสอบไม่ทำงานตรวจสอบอย่างแข็งขัน ตนยืนยันว่าถ้าพรรคประชาชนกับพรรคเพื่อไทยรวมกัน สามารถผ่านกฎหมายอะไรก็ได้ และรัฐบาลไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ นี่คืออำนาจนิติบัญญัติ ที่แยกออกจากอำนาจบริหารโดยเด็ดขาด





