วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

'ภาคประชาชน' ไม่เสนอ แก้รธน. ประกบ รัฐสภา หวั่นทำให้ช้า

'ภาคประชาชน'  ไม่เสนอ แก้รธน. ประกบ รัฐสภา หวั่นทำให้ช้า

"ยิ่งชีพ" เผยภาคประชาชน ไม่ยื่นร่างแก้รธน. ประกบ "สส." หวั่นทำให้ช้ากระทบข้อตกลงทางการเมือง พร้อมเรียกร้องให้ "รัฐบาลใหม่" ประกาศไทม์ไลน์แก้รธน.ให้ชัด

ที่รัฐสภา นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายการเมืองเตรียมยื่นร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 2560 โดยเพิ่มหมวด 15/1 ว่าด้วยการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ว่า  เราต้องการให้มีผู้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน หรือมาจากกระบวนการที่ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ ไม่ใช่ถูกแต่งตั้งหรือเลือกจากคนกลุ่มเดียว หรืออำนาจทางการเมือง หรือฝักใฝ่การเมืองเพียงบางฝ่ายเท่านั้น  หากพรรคการเมืองเสนอร่างแก้ไขที่เราดูแล้วว่าไม่ได้มีระบบการได้มาซึ่งผู้ร่างรัฐธรรมนูญที่รับได้ เราก็อยากเสนอร่างอื่นเข้าแข่ง ทั้งนี้กระบวนการเสนอร่างของภาคประชาชนโดยปกติแล้วใช้เวลาพอสมควร ต้องเข้าชื่อ 50,000 รายชื่อ และรายชื่อต้องตรวจสอบอย่างเร็วประมาณ 1 เดือน ถ้าร่างของภาคประชาชนเป็นเหตุให้สภาฯ ต้องรอ เพื่อพิจารณาประกบจะทำให้ช้า และกระทบกับข้อตกลงของการจัดตั้งรัฐบาลได้

"เราจึงไม่ได้คาดหวังให้รัฐสภาต้องรอ หากดูกระบวนการแล้วมีความพยายามทำให้ไม่ทัน ไม่เร่ง และเวลาเหลือพอ รวมถึงโมเดลของพรรคการเมืองที่เสนอไม่ตอบโจทย์ จึงจำเป็นต้องเชิญชวนประชาชนเข้าชื่อเสนอร่างกฎหมาย" นายยิ่งชีพ กล่าว

เมื่อถามถึงโมเดล สสร.ของพรรคประชาชนและพรรคเพื่อไทยจะทำให้เปิดช่องคนไปร้องศาลรัฐธรรมนูญในครั้งต่อไป  มีความกังวลหรือไม่นั้น นายยิ่งชีพ กล่าวว่าโมเดลของพรรคประชาชนและพรรคเพื่อไทยเปิดเผยต่อสาธารณะ ถือว่ายังเป็นการรับฟังความคิดเห็น ยังไม่ใช่ฉบับทางการ ทั้งนี้ขอท้วงติงว่าการเสนอโมเดลดังกล่าวเร็วเกินไป เพราะเรายังไม่เห็นคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญฉบับเต็ม แต่เหมือนทั้ง2พรรคยอมรับไปแล้วว่าไม่เลือกตั้งโดยตรงก็ได้  

 เมื่อถามถึงความไม่ชัดเจนของพรรคภูมิใจไทยต่อการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ นายยิ่งชีพ กล่าวว่า มีความกังวลมาก เมื่อดูจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญฉบับย่อและการที่พรรคภูมิใจไทยยังไม่ยืนยันอะไร กังวลว่าจะมีการกำหนดว่าให้ผู้ร่างรัฐธรรมนูญมาจากสมาชิกรัฐสภา ที่หมายถึง สส.และ สว. ซึ่งต่อให้มีสัดส่วนเท่ากันไอลอว์ยืนยันไม่เห็นด้วย  ขณะเดียวกันก็ไม่มีความชอบธรรมที่จะเสนอ โดยเฉพาะ สว. ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งโดยตรง และถูกตั้งข้อสังเกตว่าถูกครอบงำ อาจสะท้อนแนวทางว่าทำอะไรการคิดเหมือนกัน อย่างน้อย สว.150 เชื่อว่าฝ่ายการเมืองฝ่ายหนึ่งสามารถควบคุมผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้

เมื่อถามว่าหากโมเดล สสร. มีลักษณะเหมือนกับตอนร่างรัฐธรรมนูญปี 2539 นายยิ่งชีพกล่าวว่า เป็นความพยายามที่ดีแต่ยังดีไม่พอ เพราะปี 2539 ให้ผู้ที่ต้องการเป็น สสร. สมัครเข้ามาเอง และให้สมาชิกรัฐสภาเลือกภายหลัง ซึ่งการให้เลือกตนเอง มีบทเรียนจากการยกร่างปี 2567 ว่าระบบดังกล่าวใครพวกมากก็ลากกันไป ต่างคนจะเกณคนของตัวเองไปสมัครให้เยอะที่สุด 

 ขณะที่ น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล ตัวแทนจากไอลอว์ กล่าวว่า ขอให้รัฐบาลออกแบบไทม์ไลน์แก้ไขรัฐธรรมนูญให้รอบคอบ เพื่อให้ทันต่อการยุบสภาภายใน 4 เดือนหลังแถลงนโยบายต่อรัฐสภา รวมถึงวันครบกำหนดวันที่จะทำประชามติพร้อมกับการเลือกตั้งทั่วไปได้