วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

'แสวง' ลั่น 'ผมคนบุรีรัมย์' ปัดช่วยคดีฮั้ว สว. ยันจบที่เลขา 16 ก.ย.

'แสวง' ลั่น 'ผมคนบุรีรัมย์' ปัดช่วยคดีฮั้ว สว. ยันจบที่เลขา 16 ก.ย.

เมื่อวันที่ 11 ก.ย. 2568 ที่หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)  กล่าวถึงความคืบหน้าสำรวจคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ตอนหนึ่งในเวทีกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้สำนักงาน กกต. และสื่อมวลชนกับการจัดการเลือกตั้ง ว่า มีคำถามว่า กรณีการเลือก สว. นั้น กกต.ทำอะไรอยู่ทำไมถึงยังไม่แล้วเสร็จ ซึ่งจริงๆ ต้องบอกว่าทุกคนอยากได้รับความยุติธรรม ซึ่งเงื่อนไขของความยุติธรรมไม่ได้อยู่ที่เงินหรือเวลาเพียงอย่างเดียว เวลาเป็นส่วนหนึ่งของความยุติธรรม แต่การประวิงเวลานั้นคือความไม่ยุติธรรม

ความยุติธรรมโครงสร้างประกอบด้วย

1. ขั้นตอนปฎิบัติ ซึ่งมี 4 ขั้นตอน ทุกขั้นตอนจะได้รับการตรวจสอบซึ่งกันและกันว่าแต่ละขั้นตอนได้ทำถูกต้อง และให้ความเป็นธรรมกับผู้เกี่ยวข้องหรือไม่

2. เวลา จะต้องให้โอกาสผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้เข้าถึงความยุติธรรม

3. ข้อเท็จจริง คือการได้รับการปฏิบัติที่เป็นธรรม ไม่ใช่การปฏิบัติเพื่อคนใดคนหนึ่ง หรือทำตามความต้องการของคนใดคนหนึ่ง

4.คือข้อเท็จจริง คือพยานหลักฐานที่รวบรวมได้ไม่ใช่เรื่องเล่าจากข้างนอก นี่คือความยุติธรรมที่สำนักงานคำนึงถึงและปฏิบัติตลอดมา เรารวบรวมพยานหลักฐานได้แค่ไหนความยุติธรรมก็คือตรงนั้น

เลขาธิการ กกต.กล่าวว่า การพิจารณาสำนวนฮั้ว สว.ก็เช่นกัน ตอนนี้ อยู่ที่ 4 องค์ประกอบนี้เราไม่ได้ทำแตกต่างจากทุกเรื่องที่เราทำมา แต่สำนวนสว.อาจจะต่างจากสำนวนอื่น เพราะมีการเลือกหลายระดับ ต่างจากสส.หรือการเลือกตั้งทั่วไปที่มีชั้นเดียว เมื่อการเลือกสว.มีหลายชั้นเป็นสำนวนจึงใหญ่ ก็ต้องใช้เวลา จึงต้องดูองค์ประกอบความยุติธรรม 4 เรื่อง ข้อเท็จจริงต้องครบถ้วน สิ้นกระแสความจนมีหลักฐานที่พอจะวินิจฉัยได้

"ตอนนี้สำนวน สว.อยู่ในชั้นเลขาธิการ ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 16 ก.ย.นี้ คิดว่า 3-4 วันก็จัดส่งอนุกรรมการวินิจฉัย ซึ่งมีเวลาอีก 90 วัน ก่อนจะส่งคณะกรรมการกกต. ย้ำว่าเราไม่สามารถตัดทอนขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งได้ ไปเป็นขั้นตอนที่เรากำหนดไว้ว่าขั้นตอนแบบไหนจะให้ความยุติธรรมกับทุกคน ให้โอกาสกับทุกคนให้ได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม ครบถ้วนถ้าไม่ครบถ้วนก็ต้องให้มีการสอบเพิ่มเติม เพื่อให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้รับการปฏิบัติธรรม ส่วนรายละเอียดเนื้อหาไม่มีใครไปบอกได้ ที่เป็นข่าวก็อาจจะเป็นเพียงเรื่องเล่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ในส่วนของข้อเท็จจริงในชั้นอนุวินิจฉัยหรือแม้แต่กกต.ก็ไม่มีใครทราบ" เลขาธิการ กกต. กล่าว

เมื่อถามถึงกรณีมีกระแสข่าวว่าตั้งคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนชุดที่ 27 ขึ้นมาเพิ่ม นายแสวง กล่าวว่า หากมีการพิจารณาในสำนวนแล้วเจอกลุ่มการกระทำผิดอื่นอีก โดยที่ไม่ได้อยู่ในสำนวนใดสำนวนหนึ่งเลย อาจจะมีการตั้งคณะกรรมการไต่สวนขึ้นมาใหม่ เนื่องจากมีความปรากฏขึ้นมาใหม่ ส่วนเรื่องที่สอบไปก่อนหน้านี้ มีการแยกเป็นสำนวน โดยเรื่องการเลือกสว. มีร้องเข้ามากว่า 500 เรื่อง ซึ่งพิจารณาเกือบจะหมดแล้ว โดยขณะนี้อยู่ในขั้นพิจารณาของสำนักงาน จะครบกำหนดการพิจารณาในวันที่ 16 ก.ย.นี้ เมื่อเทียบกับสำนวนอื่น หากพบการกระทำผิดอื่นอีกก็สามารถ ตั้งเป็นความปรากฏขึ้นได้อีก ส่วนผู้ที่กระทำผิด พบว่าเป็นผู้กระทำผิดกลุ่มเดิมแต่ขยายฐานความผิดใหม่ เนื่องจากตอนที่ร้อง ร้องเป็นฐานความผิดอื่น แต่เมื่อสอบแล้วพบว่ามีมูลและการกระทำผิดอย่างอื่นด้วย

นายแสวง กล่าวด้วยว่า การตั้งคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนชุดที่ 27 ขึ้นมา ไม่เกี่ยวกับการยื้อเวลาเพื่อช่วยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และไม่เกี่ยวข้องกับสำนวนก่อน สำนวนเดิมก็ว่ากันไปตามกรอบเวลา ตามขั้นตอน 

เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้ทั้งนี้นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย พาดพิงว่าเลขา กกต.เป็นคนบุรีรัมย์ นายแสวง กล่าวว่า "ผมคนบุรีรัมย์ครับ"

ถามย้ำถึงข้อกังวลว่า คนบุรีรัมย์จะอาจจะช่วยเหลือคนบุรีรัมย์ด้วยกันหรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า เป็นคนบุรีรัมย์ ขอไม่พูดถึงคนอื่น ขอดูแลเฉพาะงานตัวเองว่าไปตามข้อเท็จจริงและกฎหมาย ความยุติธรรมมีองค์ประกอบ 3-4 เรื่อง ได้แก่ขั้นตอน เวลา การได้รับปฏิบัติอย่างเป็นธรรม และข้อเท็จจริงที่รวบรวมได้ เวลาพิจารณาแล้วคำนึงทุกเรื่อง 

เมื่อถามถึงการที่รัฐบาลใหม่ จะแต่งตั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับสว.คนหนึ่ง กกต. จะมีบทบาทเข้าไปตรวจสอบหรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า ไม่ได้อยู่ในอำนาจกกต. โดยกกต.ตรวจสอบการกระทำที่ไม่สุจริตเกี่ยวกับการเลือกตั้ง หรือมีความเห็นให้สส.พ้นจากตำแหน่ง ยืนยันว่าแม้จะมีหลักฐานว่ามีความสนิทก่อนจะมาเป็น สว. ก็ไม่ได้อยู่ในอำนาจของ กกต.