'พิพัฒน์' รออ'อนุทิน'แบ่งงานรมว.คมนาคม ยันสางปม'เขากระโดง' ยิ่งภท.คุม2กระทรวงยิ่งต้องทำให้สังคมคลายข้อสงสัย มั่นใจ4เดือนไม่มีมวยล้มต้มคนดู
ที่พรรคภูมิใจไทย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ว่าที่รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม เปิดเผยถึงการทำหน้าที่ในฐานะรมว.คมนาคม โดยเรื่องของนโยบายต่างๆ ที่จะดำเนินการขอให้เป็นเรื่องของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นผู้แถลง
ส่วนเรื่องของข้อกังขาต่างๆ ทั้งในส่วนของกระทรวงคมนาคม และกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะเรื่องที่ดินเขากระโดงนั้น นายพิพัฒน์ ระบุว่า น่าจะเป็นเรื่องที่ต้องเร่งดำเนินการเป็นเรื่องแรกๆ ให้ความกระจ่างกับคนไทยทั้งประเทศว่า สรุปแล้วสองกระทรวงนี้จะดำเนินการอย่างไร โดยเฉพาะในส่วนของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และกรมที่ดิน จะต้องมีแนวนโยบายดำเนินการออกมาที่ชัดเจน ซึ่งจะเริ่มจากการหารือ เพื่อดูว่าเรื่องนี้จะต้องมีการพูดคุยกันไปจนถึงชั้นศาลหรือไม่ แต่ตนคิดว่าสิ่งที่ดีที่สุดต้องให้ทางการรถไฟฯ ดำเนินการในขอบเขตที่หน่วยงานคิดว่าจะดำเนินการได้
เมื่อถามว่า ได้มีการตั้งกรอบระยะเวลาไว้หรือไม่ที่จะให้การรถไฟฯ เข้าไปดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังจากได้เข้าไปทำหน้าที่ในกระทรวงคมนาคม นายพิพัฒน์ กล่าวว่า แน่นอนว่าหลังจากได้รับการโปรดเกล้าถวายสัตย์ฯ เรียบร้อยแล้ว ก็เป็นสิ่งแรกที่ตนเองต้องดำเนินการ โดยจะมีการหารือกับนายอนุทิน ในฐานะนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยย้ำว่าต้องทำให้คนไทยสบายใจในเรื่องที่ดินเขากระโดงว่า บทสรุปแล้วจะเป็นอย่างไร
ส่วนอาจจะมีข้อกังขาว่า คนของพรรคภูมิใจไทยเข้ามานั่งดูแลในสองกระทรวงนี้ที่กำลังมีกรณีพิพาท นายพิพัฒน์ ระบุว่า ยิ่งพรรคภูมิใจไทยมาดูแลสองกระทรวงนี้ ยิ่งเป็นสิ่งที่เราต้องทำให้สังคมหายคาใจให้ได้ แม้ว่าสองกระทรวงนี้พรรคภูมิใจไทยจะได้รับหน้าที่ทั้งสองกระทรวง แต่ก็ไม่เกี่ยวกัน เพราะเป็นเรื่องที่ดินของชาติ ต้องทำให้กระจ่างในที่ดินที่ประชาชนได้โฉนดมากว่า 900 ราย หากการรถไฟฯ มองว่าสามารถฟ้องเป็นรายแปลงได้ ก็จะรีบดำเนินการทันที เป็นสิ่งที่ตั้งธงไว้อย่างแรกที่ต้องทำ
ส่วนระยะเวลา 4 เดือนของรัฐบาลเพียงพอหรือไม่ ที่จะทำให้เรื่องนี้กระจ่าง นายพิพัฒน์ ยอมรับว่า 4 เดือนนี้ ตนไม่แน่ใจ ที่จะนำเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายจะเสร็จเรียบร้อยหรือไม่ แต่ตนจะให้ทางการรถไฟฯ เริ่มดำเนินการทันทีหลังรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ พร้อมย้ำว่า อะไรที่ทำให้กระจ่าง เป็นเรื่องของกฎหมายที่จะต้องทำและดำเนินการ แต่ยืนยันได้เลยว่า ไม่ใช่มวยล้มต้มคนดู และคนไทยต้องได้รับความกระจ่าง





