วันพุธ ที่ 11 มีนาคม 2569

Login
Login

'นิกร' ชี้ MOA ตั้งสสร. แก้รธน. แท้งหลังศาลรธน. ปิดทางเลือกโดยตรง

'นิกร' ชี้ MOA ตั้งสสร. แก้รธน. แท้งหลังศาลรธน. ปิดทางเลือกโดยตรง

"นิกร" ระบุ ร่างแก้ไขรธน.ม.256 ต้องตกไป หลังศาลรธน. ปิดทาง เลือกสสร.จากประชาชน พร้อมมองMOA ปมแก้รธน.ผ่านสสร.จากเลือกตั้ง แท้งเพราะขัดคำวินิจฉัย

นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา  ฐานะอดีตเลขานุการคณะกรรมาธิการร่วมกันพิจารณาร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ รัฐสภา กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อจำนวนครั้งการทำประชามติต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่าต้องทำจำนวน 3 ครั้ง ว่า  เป็นที่ชัดเจนว่าการจะแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ต้องถามประชามติกับประชาชนเสียก่อนว่าจะเห็นชอบให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ดังนั้นร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่บรรจุไว้ในระเบียบของรัฐสภาไม่สามารถพิจารณาได้ในขณะนี้ และถือว่าร่างต้องตกไป หรือ เจ้าของร่างต้องถอนเนื้อหาออกไป เพราะมีเนื้อหาที่ขัดกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ต่อประเด็นที่ว่า รัฐสภามีอำนาจแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแต่ไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรง

นายนิกร กล่าวด้วยว่า ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดคำถามประชามตินั้น ก่อนหน้านี้ในคณะกรรมการพิจารณาศึกษาแนวทางการทำประชามติเพื่อแก้ปัญหาความเห็นต่างในเรื่องรัฐธรรมนูญ เคยทำความเห็นเสนอให้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) สมัยนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกฯ ให้เห็นชอบแล้ว ซึ่งเป็นไปตามแนวทางที่ได้ศึกษาจากกรณีที่เห็นว่าคำถามประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่สามารถกำหนดให้มีสสร.มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนได้ เพราะจะขัดกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 166ได้ แต่หากทุกฝ่ายฝ่าฝืนไม่ทำตามอาจถูกร้อง ว่าเป็นการกระทำที่มีพฤติการณ์อันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงได้

“ตามข้อตกลงทางการเมืองระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาชน ที่กำหนดให้ผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยมี สสร.ที่มาจากการเลือกตั้ง นั้น ไม่สามารถตั้งคำถามในแนวนี้ได้ เพราะจะขัดกับรัฐธรรมนูญและคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญล่าสุด ทั้งนี้ผมเห็นว่าพอมีทางที่จะให้มีสสร.ได้ แต่ต้องกำหนดให้ที่มามาโดยอ้อม เหมือนครั้งการจัดทำรัฐธรรมนูญปี2540 คือ ให้ประชาชนเลือก มาจำนวนหนึ่งก่อน แล้วให้รัสภาคัดเลือกภายหลังอีกครั้งหนึ่ง” นายนิกร กล่าว

นายนิกร กล่าวต่อว่า สำหรับคำถามประชามติที่คณะกรรมการฯ เสนอไปก่อนหน้านั้น คือ มีบทยกเว้นไม่แก้หมวด 1 และหมวด 2 ควรคงไว้เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งทางการเมืองที่กระทบต่อการจัดทำรัฐธรรมนูญของประชาชนฉบับใหม่ อย่างไรก็ดีมีประเด็นต้องพิจารณาคือ ขณะนี้กฎหมายประชามติที่สภาฯ แก้ไขยังไม่ใช้บังคับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรประสานงานกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อเตรียมความพร้อมเพื่อออกกฎหมายลำดับรอง เช่น กฎ ระเบียบ และประกาศต่างๆ ให้ใช้บังคับได้ทันทีเมื่อพ.ร.บ.ออกเสียงประชามติฉบับแก้ไขประกาศใช้ นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ต้องเตรียมพร้อมเรื่องการจัดสรรงบประมาณเพื่อใช้ในการออกเสียงประชามติเพื่อไม่ให้มีปัญหาหรือุปสรรคขัดข้อง