'ภูมิธรรม' เข้ามหาดไทย ปัดสั่งการเพิ่ม ลั่นปม 'ที่ดินเขากระโดง' ดำเนินการตามขั้นตอน แล้วเสร็จ 30 ก.ย.นี้ หวัง 'มท.1' คนใหม่สานต่อ เอาที่ดินคืนรัฐ
เมื่อวันที่ 10 ก.ย. 2568 เวลาประมาณ 11.45 น. ที่กระทรวงมหาดไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการเข้ากระทรวงมหาดไทยวันนี้ ว่า ไม่ได้มาสั่งงานอะไร ต้องรอจนถึงวันที่นายกรัฐมนตรีนำคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณ ความเป็นรัฐมนตรีจึงจะสิ้นสุด และจากนี้จะไม่มีการสั่งการหรือเซ็นอะไรมากมายยกเว้นเรื่องสำคัญหรือที่ยังคั่งค้าง
นายภูมิธรรม กล่าวถึงการดำเนินการที่ดินเขากระโดง ว่า เจ้าหน้าที่ทำหน้าที่อยู่แล้ว สั่งชัดเจนตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่ง หลังจากตรวจสอบหลักฐานก็ต้องมีความชัดเจน เพื่อไม่ให้มีปัญหา และหัวใจสำคัญคือเป็นที่ดินหลวงชัดเจน เพราะเป็นที่ดินที่รัชกาลที่ 5 พระราชทานให้ เป็นข้อชัดเจนที่ไม่ต้องมีข้อสงสัย และรัชกาลที่ 6 ทรงออกพระราชกฤษฎีกา ดังนั้นที่ดินนี้จึงเป็นที่ของหลวง ที่พระเจ้าอยู่หัวพระราชทานให้การรถไฟแห่งประเทศไทย จากนั้นจึงมีขั้นตอนต่าง ๆ จนถึงขั้นออกโฉนด แผนที่การรถไฟแสดงให้เห็นชัดเจนว่า ตอนที่ออกพระราชกฤษฎีกาและออกแผนที่ฉบับแรกชัดเจนว่าไม่มีผู้คนอาศัยอยู่มีแค่ 18 ครอบครัว ซึ่งได้จ่ายเงินชดเชยไปแล้ว ที่จึงกลับมาเป็นของหลวงทั้งหมด
หลังจากนั้นถ้ามีอะไรก็ให้กระบวนการทางกฎหมายว่าไป และเมื่อกรมที่ดินนำมาดำเนินการต่อก็ติดขัดอยู่ แค่กระบวนการก่อนหน้านี้อธิบดีกรมที่ดินคนก่อนได้มีการเซ็นยุติเรื่อง เมื่อดูทางกฏหมายแล้วยังมีปัญหาอยู่ เพราะศาลปกครองได้สั่ง ก็ต้องไปเคลียร์ ดังนั้นตอนที่ตนมาเคลียร์มีข้อสรุปว่าเป็นที่ดินหลวงจริง ๆ เป็นอำนาจของอธิบดีที่จะสั่งให้ที่ดินเป็นของหลวงได้เลย แต่ต้องดำเนินการให้ถูกต้อง เพื่อนำที่ดินหลวงคืน และคาดว่าวันที่ 30 ก.ย.จะแล้วเสร็จ ส่วนที่ยังมีผู้ประท้วงเข้าใจว่าตัวเองเป็นเจ้าของที่ดิน สามารถยื่นคัดค้านได้ โดยยืนยันทั้งหมดก็จะเป็นไปตามกฏหมาย
เมื่อถามว่าจะฝากถึง รมว.มหาดไทย คนใหม่หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ต้องทราบว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยคนใหม่คือใคร เพราะมีแต่ข่าว ผู้สื่อข่าวแย้งว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ประกาศเองว่าจะควบตำแหน่ง มท.1 นายภูมิธรรม กล่าวว่า ดังนั้นท่านรู้อยู่แล้ว สิ่งที่ตนทำก็แจ้งชัดต่อสาธารณะ เห็นว่าทุกอย่างก็ให้เป็นไปตามกระบวนการ และเชื่อว่านายอนุทินเป็นถึงนายกรัฐมนตรี คงมีวิจารณญาณ ว่าทำอะไรก็ตามก็อยู่ในสายตาประชาชน ขอทำให้เกิดกระบวนการยุติธรรมเดินหน้าต่อไป
นายภูมิธรรม กล่าวด้วยว่า เสียดายอยู่งานเดียวของกระทรวงมหาดไทย คือเรื่องปราบปรามยาเสพติด คิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ค้างคา ที่กังวลใจอยู่ว่าเราเพิ่งเริ่มต้นทำ แต่สัมผัสได้ว่า ประชาชนรู้สึก ถ้าหากขึ้นมาจับเรื่องนี้จริง ๆ จัดการโดยไม่จำเป็นต้องเห็นแก่หน้าใคร ก็จะเป็นคุณกับประเทศ ก็ฝากเรื่องนี้ไว้
เมื่อถามว่า ก่อนหน้าจะมีนโยบาย No Drugs No Dealers สมัยนายอนุทินเป็น รมว.มหาดไทย ก็มีนโยบาย Seal Stop Safe เป็นไปได้หรือไม่ ว่า จะมีการนำนโยบายปราบปรามยาเสพติดมาทำต่อ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ก็เป็นได้ และจะเป็นเรื่องที่น่ายินดีถ้าผู้นำรัฐบาล หรือ ครม.ใหม่ทำได้ ไม่มีปัญหา และไม่รู้สึกหวงว่าเป็นเจ้าของนโยบาย เพราะดีใจเสียอีกว่ามีคนมาสืบทอดต่อ ก็หวังว่าจะทำแบบนั้น





