วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม 2569

Login
Login

คณะรวมพลังแผ่นดิน นัดแถลงท่าที 29 ส.ค. หลังรู้ผลศาล รธน.ชี้ขาด

คณะรวมพลังแผ่นดิน นัดแถลงท่าที 29 ส.ค. หลังรู้ผลศาล รธน.ชี้ขาด

เมื่อวันที่ 27 ส.ค. 2568 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊กไลฟ์รายการ "ประเทศไทยต้องมาก่อน" ระบุตอนหนึ่งว่า ขณะนี้คณะรวมพลังแผ่นดินฯ และฝ่ายประชาชน เตรียมตัวพร้อมรอศาล รธน.นิจฉัยนายกฯ อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร วันที่ 29 ส.ค.นี้ ในคดีถอดถอนข้อหาฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมการเมืองและไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์หรือไม่

"ไม่ว่าอะไรเกิดขึ้น ต้องรอดูอารมณ์ของพี่น้อง ประชาชน เพราะเราจะไม่ก้าวไปไกลกว่าสถานการณ์และเกินกว่าความรู้สึกเนื้อแท้ของประชาชน สิ่งสำคัญถ้าแต่ละองค์กรไม่ทำหน้าที่แล้ว ท่ามกลางกระแสรักชาติขึ้นสูงสุด สถานการณ์จะไปไกลมาก” นายจตุพร กล่าว

นายจตุพร กล่าวย้ำถึงความพร้อมของประชาชนว่า ถ้าผลพิพากษาออกมา นายกฯ อุ๊งอิ๊ง รอดคดีคลิปเสียงที่สนทนากับอังเคิลสมเด็จฮุนเซน ส่วนประชาชนต้องตัดสินใจภายใต้สถานการณ์ของประเทศที่ล้มเหลว แต่หากไม่รอด คนจะเป็นนายกฯ ใหม่มาจากพรรคเดียวกัน คงไม่หลุดพ้นสถานการณ์อันเลวร้ายอยู่ดี ดังนั้น เมื่อศาลมีคำวินิจฉัยแล้ว ประชาชนจะคิดอ่านและตัดสินใจอนาคตกันอย่างไร

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางข่าวลือผสมความเชื่อส่วนตัวแล้ว กระแสสังคมมีทั้งคาดกันว่า นายกฯ อุ๊งอิ๊ง รอดและไม่รอดคดี ส่วนคณะรวมพลังแผ่นดินขอร้องนายกฯ อย่าลาออกก่อน 29 ส.ค. เพราะต้องการฟังคำวินิจฉัยส่วนตนของตุลาการและวินิจฉัยกลางของศาล รธน. เพื่อเป็นบรรทัดฐานของบ้านเมืองในอนาคต อีกอย่างถ้าลาออกก่อนศาลมีคำตัดสินแล้ว สิ่งที่พูดกับอังเคิลฮุนเซน ศาล รธน.จะวินิจฉัยอย่างไร ซึ่งจะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองสิ้นเชิง

นายจตุพร กล่าวอีกว่า คนไทยไม่ได้ด้านชา แต่เฝ้ารอคิดอ่านให้ถึงวันศุกร์ที่ 29 ส.ค. เพื่อคิดอ่านกันว่า ถ้านายกฯ รอดจะทำอย่างไร หรือไม่รอดแล้วให้นายชัยเกษม นิติศิริ แคนดิเดตนายกฯ คนที่สามของพรรคเพื่อไทยมาจะทำหน้าที่นายกฯ รวมทั้งการรักษาดินแดนที่ถูกกัมพูชารุกเข้าครอบครอง โดยใช้ MOU 43-44 เป็นเครื่องมือ ส่วนไทยกลับนิ่งเฉยมาเนินนาน จนทำให้ชายแดนเข้าสู่สงครามแย่งดินแดนของสองประเทศ

“ส่วนสถานการณ์ข้างหน้าจะเป็นเช่นใด ต้องรอให้บ้านเมืองได้เห็นถึงความล้มเหลวถึงขีดสุดจะได้รู้ว่า อะไรเป็นอะไร แบบไหน อย่างไร เพื่อให้คนรับผิดแก้ปัญหาในเวลาต่อมาได้คิดอ่านกันไป ว่าประเทศควรอยู่กันด้วยสถานการณ์แบบนี้หรือไม่” นายจตุพร กล่าว

นายจตุพร กล่าวถึงความตึงเครียดตามชายแดนไทย-กัมพูชาว่า เรื่องดินแดนและอาณาเขตไม่ใช่ต้อมาเกรงใจกัน เมื่อรุกมาตารางนิ้วเดียวก็ยอมไม่ได้ สิ่งสำคัญการปล่อยปละละเลยจนมาถึงขณะนี้ แต่กลับพยามกอดความเสียหาย และไม่ยอมปรับหลักการการเจรจา MOU 43-44 ทั้งที่เสียเปรียบ ถูกละเมิดครั้งแล้วครั้งเล่า

ส่วนกรณีรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายนั้น นายจตุพร กล่าวว่า ถ้าอ้างกฏหมายทั้ง 3 ฉบับยังไม่แล้วเสร็จ แล้วให้ประชาชนไปลงทะเบียนใช้รถไฟฟ้า 20 บาททำไม และรู้ได้อย่างไรว่า กฏหมายจะผ่าน ทำเป็นวุ่นวายกัน เหมือนให้ลงทะเบียนรับแจกเงินหมื่นแล้วไม่ได้ใช้

"เมื่อกฏหมายไม่ผ่าน ทำไมไม่พูดก่อนว่า รอกฏหมายก่อน แต่มาพูดให้ลงทะเบียนเพื่อต้องการแถ เอาเรื่องนี้มากลบเรื่องนี้ แล้วเหลวอีก ถ้าสำเร็จคนจับอะไรก็ต้องสำเร็จ บอกวันไหนก็ต้องเป็นวันนั้น แต่วันนี้เราอยู่ในสภาพสิ้นหวังกับรัฐบาลพันธุ์แบบนี้" นายจตุพร กล่าว