วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม 2569

Login
Login

มทภ.2 ลั่น ฟ้อง'ผู้นำกัมพูชา' ก่ออาชญากรสงคราม ต้องทำ ชี้หลักฐานชัดเจน

มทภ.2  ลั่น ฟ้อง'ผู้นำกัมพูชา' ก่ออาชญากรสงคราม ต้องทำ ชี้หลักฐานชัดเจน

มทภ.2 ซัด กัมพูชาไร้มารยาท ป่วนคณะทูตช่องอานม้า เผย จีนเสนอเจรจา เก็บกู้ทุ่นระเบิด หากไม่ตอบรับ ไทยจะฟ้องชาวโลก ชี้ ต้องทำฟ้อง “ผู้นำกัมพูชา”ก่ออาชญากรสงคราม ชี้หลักฐานชัดเจน

19 ส.ค.ที่สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวถึงการรับมอบสิ่งของจากภาครัฐ เอกชน และประชาชน ว่าตรงตามความต้องการของทหารแนวหน้าหรือไม่ ว่า ส่วนใหญ่ผู้บริจาคจะสอบถามมาที่กองทัพภาคที่ 2 ก่อน และได้มีการสอบถามทหารที่อยู่แนวหน้า เพื่อให้ได้รับของตรงกับความต้องการ สิ่งของที่ได้รับวันนี้เป็นสิ่งที่เราต้องการตรงตามวัตถุประสงค์

ส่วนกรณีทหารกัมพูชายั่วยุ คณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว (Interim Observer Team: IOT) จาก 8 ประเทศสมาชิกอาเซียน ที่ช่องอานม้า จังหวัดอุบลราชธานีนั้น แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า เป็นปกติของการปฎิบัติของทหารเขมร เป็นการประท้วงทางสัญลักษณ์ เพราะจุดนั้นเป็นพื้นที่ที่เราแย่งชิง และไทยยืนยันเป็นเส้นเขตแดนของไทย

ส่วนการกระทำที่เกิดขึ้นต่อหน้าคณะผู้สังเกตการณ์ จะส่งผลอะไรหรือไม่ มทภ.2 มองว่า เรื่องนี้ฝ่ายกัมพูชาจะเสียมากกว่า ไม่มีมารยาท

เมื่อถามว่า การประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค(RBC)ครั้งนี้จะมีการพูดคุยพื้นที่ช่องอานม้า ที่กัมพูชารุกล้ำเข้ามาตั้งร้านค้าด้วยหรือไม่ แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า เรื่องช่องอานม้าเป็นเรื่องเดิม ที่ต้องคุยในภาพรวมอยู่แล้วตลอดแนวชายแดน ถ้าเราควบคุมพื้นที่ตรงไหนก็ต้องอยู่ตรงนั้น และจะไม่ให้กัมพูชาเข้ามาใช้ประโยชน์อีก เพราะมันผิดหลักการ MOU 43 เนื่องจากพื้นที่ที่อยู่ใกล้เส้นเขตแดน จะไม่ให้มีสิ่งปลูกสร้างใดๆ เพราะการปักปันเขตแดนยังไม่แล้วเสร็จ

ส่วนไทยมีอำนาจในการหรือถอนสิ่งปลูกสร้างของกัมพูชาที่ช่องอานม้าหรือไม่ แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า เราพยายามให้ทางกัมพูชาเป็นฝ่ายรื้อออกไปเอง

ส่วนที่กัมพูชาพยายามแอบอ้างว่าสิ่งปลูกสร้างตรงนั้น เป็นบ้านเรือนของชาวกัมพูชา แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า กัมพูชารุกล้ำมานานแล้ว เป็นสิ่งที่ไทยประสงค์ให้เขาออกไปเช่นกัน

เมื่อถามว่าการเกิดเหตุแบบนี้จะส่งผลต่อการประชุม RBC หรือไม่ แม่ทัพภาคที่ 2 บอกว่า คงไม่ เป็นเรื่องปกติที่เข้าใจกันได้ โดยการประชุม RBC จะประชุมตามกรอบที่หน่วยเหนือกำหนดให้ ซึ่งแม่ทัพของทั้ง 2 ประเทศจะคุยกัน

ส่วนผลการหารือ RBC ในพื้นที่ของกองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด ที่ทางกัมพูชาไม่ตอบรับการจัดการทุ่นระเบิด คิดว่าในส่วนของการพูดคุยของกองทัพภาคที่ 2 จะเป็นลักษณะใด พล.ท.บุญสิน กล่าวว่า เห็นว่าทางประเทศจีนจะเข้ามาเป็นตัวกลาง ขอความร่วมมือทั้ง 2 ประเทศ ให้เก็บกู้ทุ่นระเบิด ซึ่งเรื่องนี้จะเป็นหนึ่งในหัวข้อที่เราจะใส่ไปในการพูดคุย RBC 

เมื่อถามว่าทางกัมพูชาจะยอมฟังประเทศจีนหรือไม่ แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า ถ้าไม่ฟัง ไทยก็จะชี้แจงให้ชาวโลกรู้ ว่ากัมพูชาไม่ยอมรับการเก็บกู้ทุ่นระเบิด

ส่วนที่กัมพูชาออกมาระบุไทยพยายามจัดฉากเรื่องทุ่นระเบิด ทางกองทัพมีหลักฐาน ที่จะพิสูจน์เรื่องนี้หรือไม่ ว่าทุ่นระเบิดเป็นของกัมพูชา แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า ก็เราไม่ได้ใช้ เพราะทุ่นระเบิดเป็นอาวุธที่ค่ายสังคมนิยมใช้ ซึ่งไม่มีใช้ในไทย และเราเคารพอนุสัญญาออตตาวาอยู่แล้ว เรื่องนี้เข้าใจอยู่แล้วว่าใครเป็นคนวาง เราเข้าใจบุคลิกของประเทศเพื่อนบ้านอยู่แล้ว

ส่วนการพูดคุย RBC ในส่วนของกองทัพภาคที่ 1 และกองทัพภาคที่ 2 จะมีข้อตกลงแตกต่างกันหรือไม่ แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า ก็คล้ายกัน เพราะเป็นแนวเส้นเขตแดนเดียวกัน มีพื้นที่ติดกัน ส่วนใหญ่ข้อหารือก็จะคล้ายกัน

”เรื่องทุ่นระเบิด เขาวางเอง เขาก็ปฏิเสธเองอยู่แล้ว คงไม่มีใครยอมรับ เรื่องนี้เราจึงพยายามเข้าสู่ที่ประชุม เพื่อให้เป็นไปตามหลักสากล จะได้เก็บกู้ร่วมกัน โดยองค์กรสากลที่เป็นกลาง”

เมื่อถามว่า การประชุม RBC จะยื่นข้อเสนอเกี่ยวกับการเปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา หรือไม่ แม่ทัพภาคที่ 2 ยืนยันว่า คงไม่ได้เอาเข้าที่ประชุม ถ้าสถานการณ์ยังไม่คลี่คลายไปในทางที่ดี เราก็คงยังไม่มีการคุยกันเรื่องนี้

ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวเกี่ยวกับรั้วลวดหนามในขณะนี้ เราควรวางรั้วลวดหนามในบริเวณชายแดนยาวเลยหรือไม่ แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า ตนก็เห็นด้วย แต่ว่ารั้วที่วางระหว่างประเทศ หากจะให้เกิดความเรียบร้อย ทั้งสองฝ่ายต้องเข้าใจตรงกัน มิฉะนั้นหากฝ่ายหนึ่งวาง ฝ่ายหนึ่งรื้อ และฝ่ายหนึ่งประท้วง มันก็จะไม่จบ จะต้องมีการหารือในระดับรัฐบาล ว่าแนวเส้นเขตแดนที่เราตกลงกันได้ มีอยู่จุดใดบ้าง แล้วจึงดำเนินการ เช่นนั้นถึงจะเรียบร้อย

เมื่อถามว่า ฝ่ายกัมพูชามีการมาแอบรื้อบ้างหรือไม่ แม่ทัพภาคที่ 2 ระบุว่า ส่วนใหญ่จะเป็นการวางรั้วลวดหนามตามปกติ ในแนวทางป้องกันของฝ่ายทหารไทย ยังไม่มีการรื้ออะไรเกิดขึ้น

เมื่อถามว่า ที่แม่ทัพกล่าวว่าสถานการณ์ขณะนี้อาจจะมีการสู้รบกันใหม่เกิดขึ้นในความเป็นไปได้ 50:50 มีปัจจัยใดที่จะส่งผลให้เกิดการสู้รบขึ้น พล.ท.บุญสิน กล่าวว่า ปัจจัยหลักขึ้นอยู่กับนโยบายของผู้นำกัมพูชา 

เมื่อถามย้ำว่า ในวันนี้เขามีความพร้อมที่จะรบกับไทยแล้วหรือไม่ พล.ท.บุญสิน ยืนยันว่า “ถ้าเขาพร้อม เราพร้อมอยู่แล้ว”

เมื่อถามต่อว่า ปัจจัยหนึ่งที่จะทำให้เกิดการรบครั้งใหม่ อาจมาจากการที่ไทยเตรียมดำเนินการฟ้องร้องผู้นำกัมพูชาในข้อหาอาชญากรสงคราม รวมทั้งกรณีที่สร้างความสูญเสียต่อพื้นที่พลเรือนของไทยหรือไม่ พล.ท.บุญสิน ระบุว่า 

"เป็นสิทธิของเราอยู่แล้ว และผมก็เห็นด้วยตามแนวทางปฏิบัติของทางรัฐบาล โดยให้กระทรวงการต่างประเทศดำเนินการยื่นฟ้องในส่วนที่เกี่ยวข้องตามหลักสากล ยืนยันว่าต้องปฏิบัติ" 

ส่วนจะเป็นปัจจัยที่ทำให้การพูดคุยกันยากขึ้นหรือไม่นั้น มองว่า ในทางกลับกันทางกัมพูชาก็ยื่นฟ้องศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) ในประเด็นพื้นที่พิพาท 4 แห่ง ดังนั้นไทยก็จะยื่นฟ้องในประเด็นนี้เช่นกัน เนื่องจากมีหลักฐานในทางกายภาพชัดเจน 

เมื่อถามว่า ทางกองทัพจะส่งหลักฐานให้กับตำรวจภูธรภาคที่ 3 เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานส่งอัยการสูงสุดพิจารณา เอาผิด 2 ผู้นำกัมพูชาด้วยหรือไม่ แม่ทัพภาคที่ 2 ยืนยันว่า ใช่ และกองทัพภาคที่ 2 พร้อมสนับสนุนหลักฐานอยู่แล้ว เพื่อดำเนินการตามกระบวนการ เพื่อนำไปดำเนินคดีต่อผู้กระทำผิด 

เมื่อถามว่า กรณีทหารที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต กองทัพภาคที่ 2 จะเป็นผู้แทนในการดำเนินคดีฟ้องร้องให้ด้วยหรือไม่ พล.ท.บุญสิน บอกว่า จะดำเนินการในฝ่ายทหารที่เราทำได้ในกรอบของกฎหมาย เช่นการดูแลสิทธิต่างๆ ตามแนวทางเมื่อมีการปะทะกัน ระหว่างทหารทั้งสองประเทศ

ส่วนที่ปรากฏข่าวว่า กัมพูชาพยายามใช้มวลชนเป็นโล่มนุษย์ พล.ท.บุญสิน กล่าวว่า เท่าที่ทราบคือ หมู่บ้านที่ทางกองกำลังกัมพูชาใช้เป็นฐานที่ตั้ง มีประชาชนอยู่อย่างหนาแน่น เขาก็อาจจะใช้มวลชนที่อยู่ในพื้นที่นั้นเข้ามาสร้างสถานการณ์ ซึ่งเชื่อว่าทางกองทัพภาคที่ 1 ก็คงจะมีวิธีในการรับมืออยู่แล้ว ส่วนพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 เราไม่ให้เข้าอยู่แล้ว แบบในพื้นที่ช่องอานม้า จังหวัดอุบลราชธานี โดยยืนยันว่า ไม่มีการให้ประชาชนกัมพูชาล้ำเข้ามาในพื้นที่ชายแดนไทย