วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สส.ประชาชน ชำแหละภาพรวมงบฯ 69 ซ้ำซ้อน ขอปรับลด 5 หมื่นล้าน

"ศิริกัญญา"ขอปรับลดงบฯ 69 ภาพรวมอีก 5 หมื่นล้าน แจงเป็นเหตุผลทางการคลัง หวังมีกระสุนตุนแก้วิกฤติอนาคต ด้าน "พริษฐ์" สับปัญหาจัดงบฯ ซ้ำซ้อน แนะปรับประสิทธิภาพการใช้

ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเป็นพิเศษ เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท วาระสอง ซึ่งกรรมาธิการ(กมธ.) วิสามัญ พิจารณาแล้วเสร็จ เป็นวันแรก โดยมีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมได้เข้าสู่การอภิปรายในมาตรา 4 ว่าด้วยภาพรวมของบประมาณประจำปี 2569 ที่ตั้งไว้ 3.78 ล้านล้านบาท โดย น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ฐานะ กมธ.เสียงข้างน้อย อภิปรายขอปรับลดงบประมาณลงอีก  50,000 ล้านบาท ในเหตุผลทางการด้านคลัง เพื่อเก็บกระสุนไว้ใช้ในยามจำเป็นจากภาวะสงครามการค้าที่ทำให้การคลังของประเทศตกอยู่ในภาวะเสี่ยง ทั้งนี้จากแนวโน้มเศรษฐกิจที่จัดทำโดยสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ คาดว่าในปี 69 จีดีพีจะเติบโตเพียงแค่ 1.6% ลดลงมา 1.2 %  

ดังนั้น ความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น คือ การประมาณการรายได้ของปี 2569 ใช้ฐานจากจีดีพีที่ 2.8% ทำให้เมื่อจีดีพีปรับลดลง ก็จะทำให้การจัดเก็บรายได้ลดลงมากถึง 0.85%- 1.45% ซึ่งปัญหาการจัดเก็บรายได้มีต่อเนื่อง และในปี 2569 อาจเจอปัญหาใหม่ แต่ปัญหาเดิมไม่ได้แก้ไข แม้มีแผนปฏิรูปโครงสร้างภาษี แต่ตอนนี้เรายังไม่เห็นรายละเอียด

น.ส.ศิริกัญญา อภิปรายต่อว่า นอกจากนั้นในความเสี่ยงทางด้านรายจ่าย ในภาวะวิกฤติ ส่วนของงบฯกลาง จัดงบฯเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ อยู่ที่ 25,000 ล้านบาทเท่าเดิม เหมือนกับช่วงที่ไม่มีภาวะวิกฤติเศรษฐกิจ และความเสี่ยงด้านหนี้สาธารณะที่ชนเพดาน ปัจจุบันเดือนมิ.ย.68 หนี้สาธารณะอยู่ที่ 64% ซึ่งเราคิดว่าน่าจะพอไหว แต่สิ้นปีงบประมาณปี 68 ขึ้นอยู่ที่ 66% ในส่วนปี 69 หากกู้ตามที่ได้วางแผนไว้ หนี้สาธารณะต่อจีดีพีจะขึ้นไปถึง 69% 

“การปรับลดงบประมาณปี 69 ที่ทำได้เพียง 8,921 ล้านบาท แล้วเกลี่ยให้กับงบประมาณที่ควรจะต้องขอมาตั้งแต่เริ่มแรกแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการใช้หนี้ให้กับรถไฟฟ้าสายสีส้ม การจัดงานประชุมผู้ว่าการธนาคารไอเอ็มเอฟ งบฯที่ต้องใช้คืนประกันสังคม ซึ่งเป็นสิ่งที่เราควรจะต้องเตรียมไว้ล่วงหน้าแล้ว ดังนั้นแม้ไม่ได้อยากตัดงบประมาณ ในช่วงที่เราเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ แต่จำเป็นจะต้องเก็บกระสุนไว้ เพราะการจัดงบประมาณในครั้งนี้ไม่ได้ตอบโจทย์ที่จะช่วยให้ประเทศรอดพ้นจากสงครามการค้าได้” น.ส.ศิริกัญญา กล่าว

ขณะที่ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะ กมธ. เสียงข้างน้อย อภิปรายว่า การจัดงบฯ ปี 69 กมธ.ฯ พบการจัดงบใหม่เพียง 8 พันกว่าล้านบาท เพื่อต่อกรกับวิกฤติเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นจากกรณีภาษีตอบโต้ของสหรัฐอเมริกา แต่มีประเด็นที่ประเทศขาด คือประสิทธิภาพการใช้งบประมาณ ที่ตรงจุดและคุ้มค่า อย่างไรก็ดี การจัดทำงบประมาณพบความซ้ำซ้อน 3 เรื่อง คือ 

1.แยกกันทำ หมายถึงความซ้ำซ้อนในระดับโครงการ คือ การที่มีโครงการที่อาจเป็นประโยชน์ และคาบเกี่ยวกับภารกิจของหลายหน่วยงาน แต่หน่วยงานต่างเลือกที่จะต่างคนต่างทำ มากกว่าการร่วมกันทำ

2.แย่งกันทำ หรือความซ้ำซ้อนในระดับของภารกิจ คือการที่หลายหน่วยงานอาจมีการขีดเส้น และจัดวางภารกิจที่แตกต่างกัน ไม่ซ้ำซ้อนกันอย่างชัดเจนแต่ในทางปฏิบัติ เราเห็นว่ามีหลายหน่วยงานขยายภารกิจของตัวเองที่เสี่ยงจะไปซ้ำซ้อนกับภารกิจของหน่วยงานอื่น

3.ย้ายออกไปทำ หรือความซ้ำซ้อนในระดับหน่วยงาน คือ การที่มีหลายหน่วยงานที่ถูกตั้งขึ้นมาด้วยภารกิจที่เสี่ยงจะซ้ำซ้อนกับหน่วยงานที่มีอยู่แล้ว

“หากเราไม่เริ่มต้นมาปรับปรุงเรื่องการจัดทำงบประมาณ โดยการลดความซับซ้อนที่แทรกอยู่ในทุกระดับของระบบราชการ ประเทศเราเสี่ยง จะไม่เหลืองบประมาณเพียงพอในการแก้ไขปัญหาสำคัญของประชาชน และเสี่ยงจะไม่มีความคล่องตัวมากพอในการรับมือกับวิกฤติ และปัญหาใหม่ที่ถาโถมเข้ามา” นายพริษฐ์ อภิปราย