วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม 2569

Login
Login

ปชน. แฉ 'รัฐบาล' ทุ่ม100ล้านจ้างล็อบบี้ยีสต์ ไร้แผนรับภาษีทรัมป์

ปชน. แฉ 'รัฐบาล' ทุ่ม100ล้านจ้างล็อบบี้ยีสต์ ไร้แผนรับภาษีทรัมป์

สภาฯ ถกญัตติด่วน ถกมาตรการรับมือภาษีทรัมป์ "ณัฐพงษ์" จวก "รัฐบาล" ไร้แผนรับมือผลกระทบ แต่กลับทุ่มงบ ร้อยล้านบาท จ้างล็อบบี้ยีสต์

ที่รัฐสภา  ในการประชุมสภาฯ ที่มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณาญัตติด่วน ที่สส. เสนอด้วยวาจา รวม 7 ญัตติ ต่อประเด็นการพิจารณาการออกมาตรการและดำเนินนโยบายเพื่อรับรือข้อตกลงในการเจรจาอัตราภาษีตอบโต้ ระหว่างไทย-สหรัฐอเมริกา ที่จะมีข้อสรุปและการประกาศในวันที่ 1 ส.ค.  เพื่อเสนอความเห็นไปยังรัฐบาล

ทั้งนี้ในการอภิปรายดังกล่าวพบว่า นายพิชัย ชุณวชิระ รมว.คลัง นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์​ รมช.คลังและนายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รมช.คลัง เข้าร่วมฟังการอภิปรายของสภาฯ ด้วย

โดย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ อภิปรายเสนอญัตติว่า ผลลัพท์ของเจรจาเรื่องดังกล่าววันพรุ่งนี้ ​( 1 ส.ค.) ทราบผลว่าอาจไม่เลวร้าย และได้รับการปรับภาษีที่ต่ำกว่า 36% และเป็นประโยชน์กับเกษตรกรและคนไทย แต่สิ่งจำเป็นที่ต้องรู้ คือรัฐบาลแลกอะไรกับการเจรจาเพื่อให้คนไทยรับมือกับผลกระทบและต้องปรับตัวอย่างไร ทั้งนี้ตนมีข้อเสนอเพื่อส่งต่อไปยังรัฐมนตรี ต่อการทำงานเชิงรุกในเวทีต่างประเทศ คือ

1.เปลี่ยนการวางตัวจากประเทศคอยทำตามกติกา ไปเป็นผู้ร่วมกำหนดกติกาผ่านเวทีอาเซียน

2.เป็นพื้นที่ปลอดภัยให้กับนักลงทุน ที่ต้องการกระจายความเสี่ยงจากอเมริกา หรือจีน มายังไทย ผ่านการขจัดกฎที่เป็นอุปสรรคหรือ กิโยตินกฎหมายเพื่อให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนโดยสะดวก 

3.เปิดเวทีการเจรจากับประเทศมหาอำนาจที่สร้างสรรค์ ไม่ใช่เป็นลูกไล่ ผ่านการกำหนดข้อตกลงในการโอนถ่ายเทคโนโลยี สร้างมูลค่าเพิ่มในท้องถิ่น ไม่ใช่ให้เกิดการกินรวบทั้งตลอดห่วงโซ่อุปทานในประเทศ เช่น ล้งรับซื้อผลไม้ หรือการร่วมลงทุนผ่านพลังงานสีเขียวเป็นต้น 

4.ยกระดับมาตรฐานของประเทศไทยให้ทัดเทียมกับประเทศพัฒนาแล้วโดยเร็ว เช่น การเข้ารวมกลุ่มกับประเทศโอเอซีดี 

และ 5.กำหนดบทบาทให้ประเทศไทยเป็นผู้นำให้เกิดความร่วมมือระหว่างประเทศกำลังพัฒนาในภูมิภาคอาเซียน

“สิ่งสำคัญ ไม่ว่าจะเดินเกมแบบไหน ต้องใช้การเดินบนหลักการทางการทูต เพื่อไม่ให้มองว่าไทยเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง  ทั้งนี้ผมขอให้รัฐบาลสร้างความตระหนักต่อการสื่อสารกับประชาชน ในการเจรจาที่จะมีผลกระทบต่อประชาชน”นายณัฐพงษ์ อภิปราย

นายณัฐพงษ์ อภิปรายต่อว่า สำหรับการเตรียมความพร้อมในการรับมือภาษีสหรัฐฯ เมื่อพิจารณาจากการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ตนขอตั้งข้อสังเกตว่า เป็นงบประมาณ 3 ไม่มีกับการรับมือภาษีทรัมป์ คือ 1.ไม่ระบุชัดเจนว่าโครงการหรือแผนงานใดรับมือหรือเยียวยาผู้ได้ร้บผลกระทบจากภาษีทรัมป์อย่างไรบ้าง แต่มีเพียงการตั้งงบประมาณ 100 ล้านบาท เพื่อจ้างล็อบบี้ยีสต์ในสหรัฐฯ  2. ไม่มีการเชื่อมโยงโครงการของหน่วยงานต่างๆ เพื่อรับมือกับผลกระทบ หรือตามอุตสาหกรรมที่จะได้รับผลกระทบและ 3. ไม่มีตัวชี้วัดหรือเป้าหมายใดๆ ในการเปลี่ยนผ่านห่วงโซ่อุปทาน

“ซึ่งกรณีดังกล่าว สะท้อนภาพที่ประชานบอกว่า ไม่มีการเตรียมรับมือจริงจังและการรับมือล่วงหน้า รวมถึงผลกระทบที่จะเกิดเป็นวงกว้าง ทั้งนี้ผมมีข้อเสนอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการในระยะสั้นคือ การตั้งกลุ่มภาคี ภาครัฐและเอกชน ที่ติดตามสถานการณ์รวมถึงผลกระทบระยะยาว รวมถึงรัฐบาลต้องเปิดเผยข้อมูลการเจรจา ว่าสหรัฐมีข้อเรียกร้องอะไรและไทยให้อะไรบ้าง นอกจากนั้นแล้วต้องวางกรอบการเงินเผื่อเยียวยาแรงงานผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ รวมไปถึงต้องบังคับใช้กฎหมาย กำกับอย่างเข้มงวด ต่อประเด็นการนำเข้าสินค้าของประเทศอื่น” นายณัฐพงษ์ อภิปราย