วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

'วิโรจน์' ปลุกแคมเปญลากทหารขึ้นศาลพลเรือน หลังเกิดคดี 'น้องเมย'

'วิโรจน์' ปลุกแคมเปญลากทหารขึ้นศาลพลเรือน หลังเกิดคดี 'น้องเมย'

เมื่อวันที่ 23 ก.ค. 2568 ที่รัฐสภา นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การทหาร สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่ศาลมณฑลทหารบกที่ 12 จ.ปราจีนบุรี มีคำตัดสินในคดีที่นายภคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือ "น้องเมย" อดีตนักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 เสียชีวิตอย่างปริศนา หลังจากถูกธำรงวินัย โดยรุ่นพี่ทหาร 2 นาย ภายในโรงเรียนเตรียมทหาร ว่า เข้าใจว่าครอบครัวตัญกาญจน์ มีความพยายามที่จะรื้อฟื้นคดี ในส่วนของคดีอาญา ดังนั้น คณะกรรมาธิการฯ จะรวบรวมรายละเอียดทั้งหมด และสอบถามไปยังกระทรวงยุติธรรมว่า คดีนี้จะมีขั้นตอน และหลักเกณฑ์ในการรื้อฟื้นคดีอย่างไร ยอมรับว่า ตอนนี้คำพิพากษาอยู่ที่ชั้นฎีกาโดยศาลทหารสูงสุดแล้ว แต่เรื่องนี้จะต้องทำงานให้ละเอียดโดยเฉพาะการรื้อฟื้นคดี พร้อมกับทวงถามเรื่องสวัสดิการที่จะชดเชยให้ได้มากกว่านี้

นายวิโรจน์ กล่าวว่า เนื่องจากตอนนี้ ทุกคนโฟกัสไปที่คำพิพากษาของศาลทหารสูงสุด จำคุก 4 เดือน 16 วัน รอลงอาญา 2 ปีปรับ 15,000 บาท ผู้ที่กระทำยังรับราชการต่อไป 1 นายเป็นทหาร 1 นายเป็นตำรวจ กลัวว่า จะเป็นเยี่ยงอย่างให้เกิดพฤติกรรม และวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิดในกองทัพ แล้วกองทัพจะเป็นกองทัพได้อย่างไร ส่วนหลักการสูงสุดในการแก้ไขปัญหาแบบ End Game คงต้องแก้ไขปัญหาด้านกฎหมายให้ทหารที่กระทำการทุจริตในทุกคดีในทุกกรณีขึ้นศาลอาญาทุจริต

'วิโรจน์' ปลุกแคมเปญลากทหารขึ้นศาลพลเรือน หลังเกิดคดี 'น้องเมย'

การทำร้ายการทารุณกรรมในค่ายทหารในหลายกรณีไม่ใช่การธำรงวินัย หลายกรณีที่คณะกรรมาธิการฯ สอบมาจากการที่ทหารคนหนึ่งไม่สยบยอมกับกระบวนการทุจริตในกองทัพ ไม่สยบยอมกับการประพฤติมิชอบ ไม่ยอมรับอาจมกับนายทหารระดับบังคับบัญชา พอฝืนระบบไม่ร่วมขบวนการด้วย ก็ถูกกลั่นแกล้งด้วยวิธีการต่าง ๆ นานา จนสุดท้ายถึงขั้นทารุณกรรมถึงบาดเจ็บหนักและถึงขั้นชีวิต เข้าข่ายความผิดฐานทารุณกรรมและซ้อมทรมาน หากยังมีศาลทหารที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าจะมีความยุติธรรมได้อย่างไร ก็ไม่มีทางที่จะทำให้วัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิดเป็นไปได้

นายวิโรจน์ ยกคำที่ว่า “ผิดใจให้เปิดกฎ ผิดกฎให้เปิดใจ” ผิดกฎให้เปิดใจคือ เมื่อทำความผิดชั่วช้าอย่างไร แต่ถ้ายังยังสยบยอมภายใต้ระบบอุปถัมภ์ ภายใต้ความเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องก็ยังอยู่กันได้ วิ่งเต้นช่วยกันได้ ส่วนผิดใจให้เปิดกฎ ฝ่าฝืนไม่ยอมทำตามคำสั่งรุ่นพี่รุ่นน้อง ก็พร้อมที่จะเปิดกฎหมายและระเบียบทุกตังอักษรเพื่อเล่นงาน วัฒนธรรมแบบนี้กองทัพจะเป็นที่ไว้วางใจของพี่น้องประชาชนได้อย่างไร กระบวนการยุติธรรมที่มีปัญหาไม่ใช่แค่คำพิพากษา กระบวนการยุติธรรมทุกขั้นตอน การเข้าถึงหลักฐานถูกกระบวนการขัดขวางมาโดยตลอด พยานบอกว่าลูกผมยังเล็ก มีการข่มขู่ เป็นหมุดหมายตรงกันที่จะต้องเอาทหารที่ทุจริต ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของปัญหา เป็นสารตั้งต้นขึ้นศาลอาญาทุจริต

'วิโรจน์' ปลุกแคมเปญลากทหารขึ้นศาลพลเรือน หลังเกิดคดี 'น้องเมย'

"ดังนั้น ฝากถึงนายกรัฐมนตรีว่า ได้เวลาต้องลงสัตยาบันในพิธีสารเลือกรับอนุสัญญาต่อต้านการซ้อมทรมาน (OPCAT) จะทำให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนเข้ามาตรวจกองทัพเรื่องการซ้อมทรมานได้ โดยไม่ต้องแจ้งให้กองทัพทราบล่วงหน้า มีคณะอนุกรรมการจากสหประชาชาติเข้ามาตรวจสอบได้ และหลายคนกังวลว่าการเข้ามาจะพัวพันด้านความมั่นคงหรือไม่ เขาเข้ามาตรวจสอบเฉพาะเรื่องการซ้อมทรมานตามซอกตึกในค่าย ไม่ใช่ตรวจสอบภารกิจด้านความมั่นคง หากบอกว่าการซ้อมทรมานเป็นภารกิจด้านความมั่นคงอย่างนี้ไม่ใช่กองทัพ เป็นกองโจรหวังว่าจะมีการลงสัตยาบันในพิธีสาร OPCAT เร็ววันนี้" นายวิโรจน์ กล่าว

นายวิโรจน์ กล่าวอีกว่า ส่วนการติดยศของรุ่นพี่ ต้องถามผู้บังคับบัญชา เพราะเป็นการสังหารทหารในฝ่ายเดียวกัน เราพูดว่าทหารต้องมีวินัย ทหารที่ไร้วินัยจะไม่สามารถปฏิบัติการทางยุทธวิธีได้เช่นเดียวกับตำรวจ คนที่สังหารพวกเดียวกัน เอารองเท้าที่มาจากภาษีประชาชน หากมีความจำเป็นใช้กำลังต้องใช้กับฝ่ายตรงข้าม เฉลยศึกตามอนุสัญญาก็มีความคุ้มครอง ทำร้ายทารุณกรรมยังไม่ได้เลย การเอาคนที่ไม่สนใจวินัย ฆ่าฝ่ายเดียวกันมารับราชการต่อ จึงตั้งคำถามว่าคนแบบนี้จะรับราชการทหารตำรวจได้อย่างไร

“ทหารตำรวจเป็นอาชีพที่สังคมอนุญาตให้ใช้อาวุธหนัก อาวุธที่มาจากภาษีประชาชนในการปฏิบัติหน้าที่ดังนั้นหากคนกลุ่มนี้ฆ่าคนตายหรือทำร้ายร่างกายบุคคลอื่นจนถึงแก่ความตายโทษต้องนั่งปุถุชนคนทั่วไป” นายวิโรจน์ กล่าว

นายวิโรจน์ กล่าวด้วยว่า กรณีนี้จำคุก 4 เดือน 16 วัน รอลงอาญา แถมยังได้รับราชการต่อเพื่อประโยชน์ จึงถามว่าเพื่อประโยชน์ของใคร จะเอาคนที่ฆ่าพวกเดียวกันไปรับราชการทหารตำรวจหรือ ฝากถึง 5 ผู้บัญชาการเหล่าทัพ เราจะเอากันแบบนี้หรือ ขณะที่ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต ที่ตกไปในวาระ 2 และ 3 ของสภาฯ พรรคเพื่อไทยเคยทำแคมเปญล่าทหารขึ้นศาลพลเรือน แต่พรรคเพื่อไทยปัดตกเอง ทั้งนางสาวขัตติยา สวัสดิผล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ก็เคยอยู่ในโปสเตอร์แคมเปญนี้ ในเมื่อมันไม่มีความหมาย แต่คณะกรรมาธิการฯ จะรับจบในเรื่องนี้เอง ล่ารายชื่อ ภายในไม่กี่วันนี้ จะยื่นเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาอีกครั้ง