วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม 2569

Login
Login

ปชน.ตรวจเข้มงบกระตุ้น ศก. 1.57 แสนล. หวั่นถูกใช้ 'กระสุนการเมือง'

ปชน.ตรวจเข้มงบกระตุ้น ศก. 1.57 แสนล. หวั่นถูกใช้ 'กระสุนการเมือง'

เมื่อวันที่ 21ก.ค. 2568 ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะโฆษกพรรค และกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกรมบัญชีกลาง มีหนังสือถึงปลัดกระทรวง อธิบดี ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บริหารท้องถิ่น และรัฐวิสาหกิจทั่วประเทศ ให้เร่งจัดทำโครงการและดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างตามงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 157,000 ล้านบาท โดยสามารถเปิดให้มีผู้รับจ้างรายเดียวประมูลงานได้

นายพริษฐ์ กล่าวว่า แม้งบประมาณดังกล่าวจะอยู่ในปีงบประมาณ 2568 แต่การเร่งรัดเบิกจ่ายจำนวนมากในเวลาอันสั้น ทำให้ฝ่ายค้านจำเป็นต้องเร่งตรวจสอบควบคู่ไปด้วย โดยเฉพาะในเรื่องของความโปร่งใสในการดำเนินโครงการ ความเหมาะสมของประเภทโครงการ และความเป็นธรรมในการกระจายงบประมาณลงสู่พื้นที่ต่าง ๆ

“เราขอเรียกร้องให้ทุกหน่วยงานเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส ไม่ใช่เพียงแค่การเขียนชื่อโครงการสั้น ๆ แล้วแปะเป็นแผ่นกระดาษ แต่ต้องเปิดเผยในลักษณะที่สามารถตรวจสอบได้ เช่น รูปแบบตารางข้อมูลที่สามารถวิเคราะห์ต่อได้ เพราะระหว่างที่โครงการดำเนินอยู่ต้องตรวจสอบได้ และเมื่อเสร็จสิ้นแล้วก็ต้องตรวจสอบย้อนหลังได้เช่นกัน” นายพริษฐ กล่าว

นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้พรรคจะใช้กลไกคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อติดตามการใช้งบประมาณในภาพรวม แต่หากพบประเด็นที่ต้องตรวจสอบอย่างเฉพาะเจาะจง ก็สามารถผลักดันให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นเพื่อตรวจสอบโดยตรง โดยในส่วนของการออกระเบียบที่เปิดทางให้จัดซื้อจัดจ้างแบบมีผู้รับจ้างรายเดียว นายพริษฐ์ยอมรับว่า เข้าใจในเจตนารมณ์ของรัฐบาลที่ต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วน แต่ย้ำว่าต้องมีมาตรการป้องกันความเสี่ยงจากการทุจริต หรือการฮั้วประมูล เพราะท้ายที่สุดงบประมาณจำนวนนี้คือเงินภาษีของประชาชน และต้องใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

“เราจะตรวจสอบว่าโครงการที่เสนอเข้ามาแต่ละประเภทมีความเหมาะสมกับปัญหาในพื้นที่หรือไม่ ไม่ใช่เสนอแค่ตู้น้ำดื่มหรือโครงการที่ไม่มีความจำเป็นในพื้นที่นั้น ๆ ต้องดูทั้งบริบท ความเดือดร้อน และความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของงบกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างแท้จริง” นายพริษฐ์ กล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสวิพากษ์ว่า การเร่งใช้งบกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งนี้ อาจเป็นการสะสมฐานเสียงและเตรียมตัวสำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้า นายพริษฐ์ระบุว่า เป็นสิ่งที่สามารถสังเกตได้จากรูปแบบการใช้จ่ายและการกระจายงบประมาณ

“ถ้างบถูกใช้เพื่อประโยชน์ทางการเมือง ก็จะเห็นการกระจายงบไปในพื้นที่ที่มีนัยทางการเมืองชัดเจน แต่ถ้าใช้เพื่อแก้ปัญหาของประชาชนจริง การกระจายจะเป็นไปตามลำดับความเดือดร้อนอย่างแท้จริง ซึ่งข้อมูลทั้งหมดนี้คือทรัพย์สำคัญในการตรวจสอบ รัฐบาลต้องแสดงความจริงใจด้วยการเปิดเผยข้อมูลอย่างครบถ้วน” นายพริษฐ์ กล่าว

นายพริษฐ์ กล่าวด้วยว่า พรรคประชาชนเตรียมเสนอให้รัฐเปิดช่องทางสาธารณะให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลโครงการและงบประมาณได้ด้วยตนเอง พร้อมทั้งเรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมกันเฝ้าระวัง และตรวจสอบเพื่อไม่ให้งบประมาณจำนวนมหาศาลนี้ถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด หรือถูกแปรเปลี่ยนเป็นเครื่องมือทางการเมือง