วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

17 ก.ค.ดีเอสไอนัดถกคดีฮั้ว สว. พบผู้สมัครรับเงินมาโหวตคนอื่น

17 ก.ค.ดีเอสไอนัดถกคดีฮั้ว สว. พบผู้สมัครรับเงินมาโหวตคนอื่น

เมื่อวันที่ 16 ก.ค. 2568 ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ เปิดเผยความคืบหน้าคดีอั้งยี่ และฟอกเงิน จากการฮั้ว สว. หลังทยอยเรียกพยานมาให้ข้อมูลตั้งแต่ต้นเดือน ก.ค. 2568 ว่า ประเด็นในส่วนที่อยู่ความรับผิดชอบของดีเอสไอ จะมีการประชุมร่วมกันของคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ วันที่ 17 ก.ค.นี้ ซึ่งวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดแนวทางเนื่องจากข้อมูลพบว่าบุคคลที่เป็นสมาชิกในกลุ่มที่ร่วมกันกระทำครั้งนี้ค่อนข้างมีจำนวนมาก และส่วนใหญ่เป็นคนที่ไปรับเงินแล้วมาลงสมัครรับเลือก สว. ทำหน้าที่เพื่อไปโหวตบุคคลอื่นโดยที่ไม่เลือกตัวเอง จึงต้องหารือว่าจะใช้วิธีการหาพยานหลักฐานอย่างไรบ้าง หรือจะสอบสวนปากคำเพิ่มอีกกี่ราย

ส่วนจะเป็นกลุ่มบุคคลเข้าข่ายกระทำความผิดหรือไม่ อธิบดีดีเอสไอ ยืนยันว่า พบการกระทำความผิดจริง แต่ก็ต้องพิจารณาว่าเป็นความผิดในส่วนไหน เพราะบางคนอาจจะรู้หรือไม่รู้ก็เป็นได้ อาจรับเงินมาเพื่อลงสมัคร สว. แต่อาจไม่รู้ว่ากระบวนการนี้มีจุดประสงค์เพื่อต้องการ สว. ซึ่งคนเหล่านี้อาจไม่ได้รู้ครบทั้งวงจร

ดังนั้น คณะพนักงานสอบสวนจึงนัดประชุมว่า จากพยานหลักฐานที่รวบรวมมีข้อเท็จจริงรับฟังอย่างไรได้บ้าง และพิจารณาสำนวนการสอบสวนปากคำอย่างไรต่อไป คาดว่าเข้าข่ายกระทำความผิดประมาณ 10 ราย

เมื่อถามว่ากรณีความผิดตามกฎหมายเลือกตั้ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอไปร่วมสอบสวนกับ กกต.นั้น พ.ต.ต.ยุทธนา กล่าวว่า ทราบว่าอยู่ระหว่างขั้นตอนสรุปข้อมูลและพยานหลักฐาน

เมื่อถามว่า ในส่วนของสำนวนที่คณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวน คณะที่ 26 ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ดำเนินการอยู่นั้น มีรายชื่อของกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยรวมอยู่ด้วยในคดีฮั้ว สว. เช่นนี้ ในสำนวนคดีอาญาที่ดีเอสไอรับผิดชอบ ฐานอั้งยี่-ฟอกเงิน จะต้องเชิญมาสอบปากคำด้วยหรือไม่นั้น พ.ต.ต.ยุทธนา กล่าวว่า หากพยานหลักฐานเชื่อมโยงถึงก็จำเป็นต้องเชิญมาให้ข้อมูล ดีเอสไอต้องเชิญทั้งหมด เพราะสอดคล้องกับของสำนวน กกต.