วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน 2569

Login
Login

'คำนูณ' ย้อนอดีต ชนวนยกเลิก เอ็มโอยู 43 จี้ 'ไทย' พิจารณา

'คำนูณ' ย้อนอดีต ชนวนยกเลิก เอ็มโอยู 43 จี้ 'ไทย' พิจารณา

"คำนูณ" รอฟังประธานเจบีซี ฝ่ายไทย แถลงปมแผนที่ สู้ข้อพิพาทกับ กัมพูชา พร้อมย้อนอดีต ชนวนยกเลิก เอ็มโอยู 43 หวังเลิกแผนที่ 1 ต่อ 2 แสน

นายคำนูณ สิทธิสมาน อดีต สว. โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ค ถึงกรณีการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (เจบีซี) ที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อ 14 และ 15 มิ.ย.  ซึ่งประเทศกัมพูชาแถลงได้ทันทีหลังจบประชุมว่ากัมพูชายืนยันใช้แผนที่ 1 ต่อ 2แสน ในการทำหลักเขตแดนและจะไม่ยอมใช้แผนที่ 1 ต่อ 5หมื่นที่ไทยจัดทำขึ้นฝ่ายเดียว ว่า แม้ว่าประเทศไทยจะแถลงตอบโต้ว่าไม่ได้หารือในประเด็นแผนที่ แต่ต้องรอฟังคำแถลงอย่างเป็นทางการจากประธานเจบีซี ฝ่ายไทย ซึ่งวันนี้ (16 มิ.ย. ) ครบรอบ  25 ปี เอ็มโอยู 43 ด้วย 

นายคำนูณ ระบุด้วยว่าสำหรับแผนที่อัตราส่วน 1 ต่อ 2 แสน เป็นประเด็นที่ทำให้ไทยเสียประสาทพระวิหารในเวทีโลกหรือศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ไอซีเจ) เมื่อ 63 ปีก่อน  ซึ่งศาลโลกใช้กฎหมายทำให้ไทยต้องยอมรับไปโดยปริยายว่าปราสาทพระวิหารอยู่ภายใต้อธิปไตยของกัมพูชา จาก 2 ปัจจัยคือ การยอมรับ แผนที่อัตราอัตราส่วน 1 ต่อ 2แสนที่ฝรั่งเศสจัดทำขึ้นในปี 1908 กับ การเสด็จเยือนพระวิหารของ สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพในปี 2473 จะเห็นการชักธงชาติฝรั่งเศสขึ้นแต่ไม่มีการคัดค้านหรือประท้วง

"การใช้หลักกฎหมายปิดปากมาพิพากษาให้ไทยสูญเสียอธิปไตยในข้อพิพาท เป็นเสมือนการลงโทษหนักที่ไม่ได้สัดส่วนกัน และสารเลือกให้น้ำหนักปัจจัยอื่นนอกเหนือจากปัจจัยเนื้อหาของหลักสนธิสัญญามาเป็นโทษกับฝ่ายไทยเท่านั้น ไม่ได้พิจารณาให้น้ำหนักถึงปัจจัยอื่นที่เป็นโทษกับฝรั่งเศสและกัมพูชา เช่นการครอบครองพื้นที่พิพาทมาอย่างต่อเนื่องระยะเวลาหนึ่ง  ซึ่งไทยต่อสู้ว่าไม่เคยยอมรับแผนที่ 1 ต่อ 2 แสน" นายคำนูณ ระบุ

นายคำนูณระบุต่อว่า กระทรวงการต่างประเทศมักจะพูดว่าไม่ได้ยอมรับแผนที่ 1 ต่อ 2แสนแต่ต้องเขียนไว้เพื่อเป็นเอกสารประกอบการเจรจา ซึ่งหากดูใน เอ็มโอยู 2543 โดยมีการสรุปสาระสำคัญของเอ็มโอยูดังกล่าวเสนอให้ไทยจัดทำกัมพูชาตามมติที่ประชุมเจบีซีครั้งที่2 ที่มีข้อความสำคัญระบุว่า

“พื้นฐานทางกฎหมาย การสำรวจและปักหลักเขตแดนทางบกจะดำเนินการโดยใช้เอกสารหลักฐานที่ผูกพันไทยและกัมพูชาตามกฎหมายระหว่างประเทศ คือ อนุสัญญาฉบับลงวันที่ 13 ก.พ. ค.ศ. 1904 สนธิสัญญาฉบับลงวันที่ 23 มี.ค. ค.ศ. 1907 กับพิธีสารแนบท้าย และแผนที่แสดงเส้นเขตแดนระหว่างไทยกับกัมพูชามาตราส่วน 1 ต่อ 2แสนซึ่งจัดทำขึ้นตามผลงานของคณะกรรมการปักปันเขตแดนระหว่างสยามกับอินโดจีน" นายคำนูณ ระบุ

นายคำนูณ ระบุต่อว่า มีข้อความที่ว่า  ผูกพันไทยทำให้ในปี 2551 มีกระแสเรียกร้องให้ยกเลิกเอ็มโอยู 2543 เพราะกังวลว่าหากใช้แผนที่ 1 ต่อ 2แสนมาจัดทำหลักเขตแดนไทยต้องเสียดินแดนอีก ถึงขนาดมีการนำเสนอแผนที่เปรียบเทียบว่าไทยอาจเสียดินแดนตลอดแนวชายแดนไทยกัมพูชา 1.5 ล้านไร่ แต่ก็ไม่มีใครฟังและยังคงกอด เอ็มโอยู2543 มาจนทุกวันนี้