'วิโรจน์' แนะ 'รัฐบาล' ตอบโต้ 'กัมพูชา' พุ่งเป้า LYP Group

"วิโรจน์" แนะรัฐบาล ใช้มาตรการตอบโต้ "กัมพูชา" พุ่งเป้ากลุ่มทุน LYP Group พร้อมเสนอให้ใช้งบกลางเยียวยาผู้ประกอบการ-ประชาชนชายแดนไทย
ที่รัฐสภา นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีที่สมเด็จฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ประกาศ 6 มาตรการตอบโต้ประเทศไทย ว่า ทั้ง 6 มาตรการนั้นฮุนเซน และฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชาทำเพื่อสร้างผลกระทบทางลบต่อความเป็นอยู่และการใช้ชีวิตของประชาชนชาวกัมพูชา ทั้งนี้ตนขออนุญาตแนะนำน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ และ นายภูมิธรรม เวชยชัย รมว.กลาโหม ว่ามาตรการใดๆที่ตอบโต้ต้องพุ่งเป้าไปที่กลุ่มผลประโยชน์ซึ่งเชื่อมโยงกับตระกูลฮุน ซึ่งตนขอให้คีย์เวิร์ดคือ LYP Group ซึ่งเป็นกลุ่มทุนที่เชื่อมโยงกับตระกูลฮุน และเกี่ยวข้องกับธุรกิจกาสิโนขนาดใหญ่ที่กัมพูชา และมีความโยงกับกลุ่มทุนไทย รวมถึงนักการเมืองไทยบางกลุ่มด้วย
นายวิโรจน์ กล่าวต่อว่า ส่วนตัวมองว่า 6 มาตรการที่ออกมานั้นกระทบไทยบ้าง ซึ่งนายกฯควรอนุมัติงบกลางในรายการฉุกเฉินและจำเป็น เพื่อช่วยเหลือ ชดเชย เยียวยาผู้ประกอบการ และประชาชนที่ได้รับผลกระทบตามแนวชายแดน โดยเฉพาะภาระดอกเบี้ยของผู้ประกอบการ ควรมีมาตรการซอฟต์โลนเพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการได้ปรับตัว เพื่อเป็นการยืนยันว่าเรายืนหยัดที่จะใช้มาตรการทำนองนี้ต่อเนื่องยาวนาน จนกว่าจะบรรลุวัตถุประสงค์ร่วมกัน วันนี้ข้อพิพาทเกิดขึ้นระหว่างไทยกับรัฐบาลกัมพูชา ไม่ใช่เป็นข้อพิพาทระหว่างชาวไทยและชาวกัมพูชา
เมื่อถามว่าการออกตัวแรงของกัมพูชาแบบนี้ถือเป็นการยั่วยุไม่ให้เกิดการประชุม JBC ในวันที่ 14 มิ.ย. หรือไม่ นายวิโรจน์ กล่าวว่า นายกฯไทยต้องรู้เท่าทันผู้นำกัมพูชา เราสามารถประเมินได้ว่าไม่มีผลสัมฤทธิ์ในการเจรจาแต่จะมีท่าทีกลับไปจากทั้ง 2 ฝั่ง ซึ่งท่าทีของรัฐบาลกัมพูชาพยายามปลุกเร้าว่าประเทศไทยใหญ่กว่ากำลังจะรังแกเขา ทั้งที่กัมพูชาเป็นฝ่ายละเมิดเอ็มโอยู 43 ก่อน ซึ่งตอนนี้เราต้องสนับสนุน และให้กำลังใจนายประศาสน์ ประศาสน์วินิจฉัย อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงพนมเปญ ประธานคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย – กัมพูชา (ฝ่ายไทย) ในการเจรจา
"รัฐบาลควรเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสาร ยืนยันว่าข้อพิพาทระหว่างประเทศสิ่งที่สำคัญคือความชอบธรรม และความชอบธรรมจะได้รับการเข้าอกเข้าใจจากการสื่อสารทางการเมืองที่มีประสิทธิภาพ" นายวิโรจน์ กล่าว.







