“ธนกร” เผย ตาม “ลุงตู่” มา “รทสช.” แต่วันนี้ไม่อยู่แล้ว บ้านนี้เปลี่ยนเจ้าของ แจง เป็นผู้อาศัยรู้สึกไม่อบอุ่น ต้องเลือกเส้นทางตัวเอง ชี้ ตัดสินใจครั้งนี้ ลุงตู่เข้าใจดี
นายธนกร วังบุญคงชนะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ 1ใน21สส.ที่ร่วมลงชื่อเสนอให้นายกรัฐมนตรี ปรับครม. เปลี่ยนตัวรัฐมนตรีโควตาพรรค โพสต์เฟซบุ๊คส่วนตัว ระบุว่า ตลอดเส้นทางการเมืองที่ผ่านมาผมยึดมั่นในจุดยืนที่ชัดเจน คือ การทำงานเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน โดยยึดหลัก ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และความซื่อสัตย์ต่อบ้านเมือง
ผมมีโอกาสร่วมงานกับ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านคือผู้นำที่ผมเคารพนับถือเสมอมา เป็นแบบอย่างของความเสียสละ ความอดทน และการวางตัวเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ และสำหรับผมคนดี มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ คือ ลุงตู่ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ผมก็ยังยึดมั่นในแบบอย่างนี้
พรรครวมไทยสร้างชาติ คือพรรคที่ ลุงตู่ ตั้งใจช่วยสร้างขึ้นมา เพื่อให้เป็นพรรคการเมืองที่มีคุณภาพในระบบการเมืองไทย ผมจึงก้าวเข้ามาอยู่บ้านหลังนี้ด้วยศรัทธาในตัวท่าน ร่วมสร้างบ้านมาด้วยกัน
แต่เมื่อวันหนึ่ง ท่านไม่ได้อยู่บ้านหลังนี้แล้วและบ้านหลังนี้เปลี่ยนเจ้าของ ผมเองในฐานะผู้ที่มาทำงานการเมืองอย่างสุจริต กลับกลายเป็นเพียง ผู้อาศัยที่ไม่รู้สึกอบอุ่น ไม่สามารถทำหน้าที่เพื่อประชาชนได้อย่างเต็มที่เหมือนเดิม ผมจึงต้องตัดสินใจเดินตามเส้นทางของตัวเอง
ในช่วง2 ปีที่อยู่บ้านหลังนี้ ผมไม่เคยขัดแย้งกับใครเลย มุ่งทำงานในบทบาทของสส.อย่างเต็มที่ทุกเวลา ทุกสถานการณ์ ทั้งอภิปรายในสภาฯ นำปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนมาแก้ปัญหาในสภา การลงพื้นที่พบปะกับพี่น้องประชาชน การสื่อสารให้พรรค และผมอยากเรียนว่า
การตัดสินใจของผมครั้งนี้ ลุงตู่เข้าใจดี เพราะท่านรู้ว่า ผมไม่เคยเปลี่ยนหัวใจในการทำงานการเมืองเพื่อพี่น้องประชาชน และไม่เคยหันหลังให้กับอุดมการณ์ที่ท่านยึดถือม
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ผมทราบดีว่ามีความไม่สบายใจจากบางข่าว ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงภายในพรรค รวมถึงชื่อของผมที่ถูกพูดถึงในฐานะผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
ผมอยากใช้พื้นที่นี้เรียนตรงๆ กับพี่น้องประชาชนว่า ผมไม่เคยทำเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว ทุกการตัดสินใจของผมในเวทีการเมือง ยึดเพียงสิ่งเดียวคือ ประโยชน์สูงสุดของประชาชน และประเทศชาติ
ผมเข้าใจและเคารพความรู้สึกของพี่น้องที่รักและศรัทธาในลุงตู่ เพราะผมเองก็ยืนอยู่ตรงจุดนั้นเหมือนกัน ผมภูมิใจที่ได้ร่วมงานกับท่าน และผมยังคงศรัทธาในจริยธรรมทางการเมืองที่ท่านยึดถือจนถึงวันนี้
หากสิ่งใดที่ทำให้พี่น้องประชาชนที่รักผมผิดหวัง ผมขอน้อมรับ และขอสัญญาว่า จะไม่ทำให้ศรัทธาที่ทุกท่านมอบให้ผมต้องสูญเปล่า ใครที่รู้จักผมดี จะรู้ว่าผมเป็นคนแบบไหน ผมไม่เคยเปลี่ยนหัวใจในการทำงานทางการเมืองเพื่อพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะอยู่ตรงไหนครับ
ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นนักการเมืองที่สมบูรณ์แบบ แต่ผมตั้งใจจะเป็น นักการเมืองที่ซื่อสัตย์กับประชาชนให้ดีที่สุด และสุดท้ายนี้ ผมเชื่อว่า เมื่อถึงเวลา ทุกอย่างจะชัดเจนในสายตาประชาชน ว่าอะไรคือความจริง และใครยืนหยัดอยู่บนหลักการอย่างแท้จริง





