"ปธ.กมธ.การเมืองฯ" มอง "สมศักดิ์" วีโต้มติแพทยสภา ไม่มีผลต่อคดี "ทักษิณ" 13 มิ.ย. นี้ พร้อมย้ำ สังคมยังคาใจป่วยจริงหรือไม่
ที่รัฐสภา นางอังคณา นีละไพจิตร สว. ฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข วีโต้มติแพทยสภาที่ลงโทษแพทย์ซึ่งให้ความเห็นต่อกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ได้พักรักษาตัวนอกเรือนจำ ว่า กรณีดังกล่าวเชื่อว่าไม่มีผลต่อการพิจารณาของศาลฏีกาในวันที่ 13 มิ.ย. และรวมถึงกรณีที่แพทยสภาจะพิจารณายืนยันมติเดิมในวันที่ 12 มิ.ย. นี้ เพราะศาลจะพิจารณาว่านายทักษิณป่วยหนักหรือไม่ และป่วยถึงขนาด ที่จะต้องออกมารักษาหรือนอนพักที่ชั้น 14 ของโรงพยาบาลตำรวจ ทั้งนี้ตนเชื่อว่านายทักษิณ ไม่ได้ป่วยวิกฤติ เพราะการป่วยวิกฤต ต้องถึงขั้นที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ไม่สามารถรักษาได้ แต่ ปกติแล้วเมื่อโรงพยาบาลราชทัณฑ์ รักษาไม่ได้ ก็จะขอให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกเข้ามารักษา
"นายสมศักดิ์ ไม่ควรที่จะวีโต้ เพราะหากไม่เคารพต่อมติของแพทยสภา ที่ประกอบด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ที่มีความอาวุโส มองว่าจะเป็นบรรทัดฐาน ที่เมื่อมีอะไรแล้วไปฟ้องรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีวีโต้กลับ จะมีแพทยสภาไว้ทำไม และใครจะเป็นผู้กำกับจริยธรรมแพทย์ให้มีมาตรฐานเดียวกัน อีกทั้งในกรณีอาการป่วยของนายทักษิณถูกตั้งข้อสงสัยมานาน แต่เมื่อคุณอ้างสิทธิความเป็นส่วนตัว ที่จะไม่บอกว่าเป็นโรคอะไรแต่ความเป็นบุคคลสาธารณะควรทักษิณควรที่จะสละความเป็นส่วนตัวเพื่อประโยชน์สาธารณะด้วย" นางอังคณา กล่าว
เมื่อถามถึงการไต่สวนของศาลฎีกาในวันที่ 13 มิ.ย.นี้ นางอังคณา กล่าวว่า ยังเดาใจศาลไม่ได้ แต่เมื่อศาลมีคำพิพากษาให้จำคุก นายทักษิณได้จำคุกหรืออยู่ในสภาพที่เจ็บป่วย และจำเป็นต้องได้รับการดูแลพิเศษ เช่น ชั้นที่ 14 จริงหรือไม่ นอกจากนั้นการตรวจสอบของแพทยสภา ถูกนำไปใช้เป็นพยานหลักฐานว่า นายทักษิณ ไม่ได้มีภาวะอาการเจ็บป่วยถึงขั้นที่จะต้องเข้ารักษาตัวที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ แต่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ปกติก็สามารถรักษาได้ ตนหวังว่าศาลจะพิจารณาโดยนำกรณีอื่น มาพิจารณาเพื่อเป็นบรรทัดฐาน ว่า ต่อไปเมื่อมีนักโทษ ท่านอื่นที่ไม่ใช่นายทักษิณที่เจ็บป่วยมากและขอรักษาตัวนอกกรมราชทัณฑ์จะเป็นไปได้หรือไม่
เมื่อถามว่า วันที่ 13 มิ.ย.นี้การเมืองจะเปลี่ยนเลยหรือไม่ นางอังคณา กล่าวว่า อาจไม่ถึงจุดหักเหที่จะเปลี่ยนแปลงทางการเมือง จากที่ควรเปลี่ยนมานานแล้ว เพราะปัญหาจากการบริหารประเทศของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ เช่นปัญหาเรื่องการตัดสินใจ และปัญหารอบด้านทั้งที่กัมพูชา และ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ที่แก้ไม่ได้สักอย่างเดียว ส่วนนี้นายกฯควรพิจารณาตนเองด้วย.





