วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม 2569

Login
Login

‘ณฐพร’ ยื่น อสส.ชงศาล รธน.ใช้ ม.49 วินิจฉัยคดีฮั้วเลือก สว.

‘ณฐพร’ ยื่น อสส.ชงศาล รธน.ใช้ ม.49 วินิจฉัยคดีฮั้วเลือก สว.

‘ณฐพร’ ยื่น อสส.ชงศาลรัฐธรรมนูญ ใช้ช่อง ม.49 ปกป้องระบอบประชาธิปไตย วินิจฉัยคดีฮั้วเลือก สว. อ้างพยานหลักฐานการสอบจาก กกต. - ดีเอสไอ

เมื่อวันที่ 15 พ.ค.2568 ที่ผ่านมา นายณฐพร โตประยูร อดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ทำหนังสือถึงอัยการสูงสุด (อสส.) เพื่อขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 โดยสรุปสาระสำคัญได้ว่า ด้วยปรากฏพยานหลักฐานตามคำร้องของผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่ได้ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ศาลอาญาทุจริต และประพฤติมิชอบกลาง ศาลปกครอง ผู้ตรวจการแผ่นดิน และศาลรัฐธรรมนูญ ตามข่าวสารที่ปรากฏในสื่อมวลชน อีกทั้งพยานหลักฐานที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ร่วมกับสำนักงาน กกต. ได้ทำการสืบสวนสอบสวน ทั้งยังตรวจสอบข้อมูลทางธุรกรรมบุคลในขบวนการ 12,000 คน มีการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ และภูมิสารสนเทศ การสืบสวนสอบสวนพยานหลักฐานสรุปได้ว่ามีการคิดสูตรดำเนินการสรุปขั้นตอน ดังนี้

1.การวางแผนเบื้องต้น พรรคภูมิใจไทย และคณะบุคคล ใช้จังหวัดเล็กที่มีฐานเสียงแน่น และการแข่งขันน้อย จัดเตรียมคนสมัครจากทุกกลุ่มอาชีพ 20 กลุ่ม ในทุกอำเภอ โดยมีรายชื่อ สว.เป้าหมายไว้ล่วงหน้าแล้ว สนับสนุนผู้สมัครโดยใช้เงินประมาณ 500 ล้านบาท แยกให้ผู้สมัครระดับอำเภอคนละ 15,000 บาท ผู้สมัครบางคนถูกหักหัวคิวและทำหน้าที่เป็นเครื่องมือไม่ได้หวังเป็น สว.

2.การคัดเลือก และการเงิน จัดทำโพยฮั้วให้กลุ่มพลีชีพ เลือกเป้าหมายแรก คือ สว. 140 คน แต่สุดท้ายได้ถึง 138 คน และสำรองอีก 2 คน โดยคัดเลือกระดับอำเภอ ระดับจังหวัดระดับประเทศ คนที่หลุดจากรอบอำเภอไปสู่รอบจังหวัดได้ 50,000 บาท และหากเข้ารอบประเทศได้เพิ่มอีก 100,000 บาท มีการจ่ายเงินสดล่วงหน้า 20,000 ที่เหลือจ่ายภายหลังเลือกเสร็จ

3.การดำเนินการระดับระเทศ นำผู้สมัครมาพักโรงแรมที่อยู่นอก กทม.เพื่อหลบการตรวจสอบ มีการซักซ้อมเลือกโดยให้เขียนเบอร์ผู้สมัครเป้าหมายในแบบฟอร์ม สว.3 แล้วนำเข้าไปในคูหา เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง สั่งห้ามนำแบบฟอร์มเข้าคูหาก็เปลี่ยนวิธีเป็นเขียนลงมือหรือแอบนำเข้าไป

นายณฐพร ระบุว่า พฤติการณ์การกระทำของคณะบุคคลดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจนิติบัญญัติ โดยการฉ้อฉลให้ได้มาซึ่ง สว. ที่อยู่ในอาณัติของพรรคภูมิใจไทย ที่จะทำให้มีอำนาจในการควบคุมการบริหารกิจการบ้านเมือง ทั้งอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร และอำนาจตุลาการ จึงเป็นการกระทำที่ใช้สิทธิเสรีภาพตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่ส่งผลกระทบเป็นการบั่นทอนทำลายหลักการพื้นฐานของการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขของที่ยังอยู่ให้เสื่อมโทรมหรือต้องสิ้นสลายไป ขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ส่วนที่ 3 วุฒิสภา

โดยเป็นการควบคุม สว.ที่เป็นองค์กรนิติบัญญัติ และในรัฐธรรนูญฉบับมีความมุ่งหมายให้วุฒิสภามีหน้าที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมที่เคยถือว่าวุฒิสภา เป็นสภาพี่เลี้ยง โดยมุ่งหมายให้วุฒิสภา เป็นองค์กรที่จะประสานความคิดเห็นจากบุคคลหลากหลายอาชีพ โดยไม่อยู่ใต้อุดมการณ์ทางการเมืองของพรรคการเมือง เพื่อให้การตรากฎหมายได้รับพิจารณาจากแง่มุมต่างๆ ทั้งเป็นการทำให้ประชาชนมีส่วนร่วมในทางการเมืองได้โดยตรง และอย่างมีผลต่อการบริหารกิจการบ้านเมือง

จากข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และพยานหลักฐานที่ผู้ร้องได้นำเสนอมาโดยลำดับข้างต้น จะเห็นได้อย่างชัดแจ้งว่า พรรคภูมิใจไทย และคณะบุคคลดังกล่าวมีพฤติการณ์การกระทำที่เป็นการใช้สิทธิ และเสรีภาพ ที่ส่งผลกระทบเป็นการเซาะกร่อนบ่อนทำลายหลักการพื้นฐานของรัฐธรรมนูญ และสั่นคลอนการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ให้เสื่อมโทรมหรือต้องสิ้นสลายไป เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ เป็นการกระทำใช้สิทธิเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองฯ

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา 49 เป็นบทบัญญัติที่วางหลักการเพื่อพิทักษ์ปกป้อง การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข จึงบัญญัติให้กลไกป้องระบอบการปกครองจากการถูกบั่นทอนบ่อนทำลาย พฤติการณ์การกระทำของพรรคภูมิใจไทย และคณะบุคคล จึงเป็นการใช้สิทธิ และเสรีภาพ เพื่อล้มล้างการปกครอง เป็นภัยร้ายแรงต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยฯ และเป็นคดีที่ประชาชน และสื่อมวลชนทุกฝ่ายให้ความสนใจ มีผลกระทบเป็นวงกว้าง

ประกอบกับคดีนี้ มีประจักษ์พยานหลักฐานข้อเท็จจริง ตามที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ และสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้รวบรวม และกล่าวโทษแก่ผู้กระทำความผิด เพื่อเป็นการปกป้องการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ผู้ร้องจึงขอใช้สิทธิ และหน้าที่ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญยื่นคำร้องให้ อัยการสูงสุด ได้โปรดพิจารณาดำเนินการส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 ต่อไป

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์