วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม 2569

Login
Login

สส.พนิดา จี้ กสทช. เบรกการประมูลคลื่นความถี่ ห่วงผลประโยชน์ชาติ

สส.พนิดา จี้ กสทช. เบรกการประมูลคลื่นความถี่ ห่วงผลประโยชน์ชาติ

"สส.พนิดา” จี้ กสทช. เบรกการประมูลคลื่นความถี่ ห่วงผลประโยชน์ชาติ ปมเอื้อรายใหญ่ ปิดกั้นผู้เล่นรายใหม่ ด้านสภาองค์กรฯยื่นหนังสือค้านประมูล ถึงมือนายกแล้ว

น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคประชาชน ออกมาเตือนถึงความไม่โปร่งใสและไม่เหมาะสมของการตั้งราคาประมูลคลื่นความถี่ 4 ย่าน โดย กสทช. ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 29 มิถุนายน 2568

โดยระบุว่า ราคาตั้งต้นของคลื่น 2100 MHz และ 2300 MHz ต่ำเกินไปเมื่อเทียบกับราคาตลาดและรายจ่ายของบริษัทโทรคมนาคมในปัจจุบัน เสี่ยงทำให้รัฐสูญเสียรายได้จำนวนมากโดยไม่มีหลักประกันว่าประชาชนจะได้ค่าบริการที่ถูกลงหรือคุณภาพบริการที่ดีขึ้น อีกทั้ง การประมูลครั้งนี้ถูกตั้งเงื่อนไขเพื่อเอื้อนายทุนใหญ่รายเดิม ปิดกั้นผู้เล่นรายใหม่อย่างสิ้นเชิง

น.ส.พนิดา มองว่า ราคาประเมินใช้โมเดลที่ไม่โปร่งใส และไม่มีการคำนึงถึงอัตราเงินเฟ้อ รวมทั้งการเปิดประมูลในสภาพตลาดที่เหลือผู้เล่นหลักเพียง 2 ราย ซึ่งอาจทำให้ไม่มีการแข่งขันจริง พรรคประชาชนจึงเสนอแนวทาง 4 ข้อเพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ประชาชน ได้แก่

1.ทบทวนราคาตั้งต้นให้สะท้อนมูลค่าที่แท้จริง การประมูลรอบนี้แทบไม่ได้เป็นการประมูลอยู่แล้ว เนื่องจากบริษัทโทรคมนาคมจะแบ่งคลื่นกันตามที่เคยเช่าใช้และไม่แข่งกันบิดราคาอยู่แล้ว ดังนั้น ราคาตั้งต้นจะเป็นราคาที่ชนะประมูล ถ้าราคาตั้งต้นต่ำเกินไป เท่ากับรายได้ที่รัฐจัดเก็บได้จะลดลงด้วย

สส.พนิดา จี้ กสทช. เบรกการประมูลคลื่นความถี่ ห่วงผลประโยชน์ชาติ

2.กำหนดเงื่อนไขให้บริษัทสะท้อนต้นทุนลดลงในค่าบริการ

3.วางแผนการบริหารคลื่นเพื่อเปิดทางให้ผู้เล่นใหม่ หากประมูลคลื่นความถี่ไปแล้ว ทั้งรายใหม่และเก่าจะต้องขยายโครงข่ายโทรคมนาคมเพื่อการประกอบกิจการ ให้ได้ตามเป้าหมาย  

และ 4. เปิดเผยข้อมูลการประเมินราคาอย่างโปร่งใส 

ด้านนางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ ประธานคณะอนุกรรมการด้านการสื่อสาร โทรคมนาคม ฯสภาผู้บริโภค เปิดเผยว่า การประมูลคลื่นความถี่ในครั้งนี้ครอบคลุมถึง 4 ย่านหลัก ได้แก่ 850 MHz, 1800 MHz, 2100 MHz (เฉพาะที่จะสิ้นสุดปี 2568 ของ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT) และ 2300 MHz จึงมีข้อกังวลว่า หากไม่มีแนวทางรองรับที่เหมาะสม อาจกระทบต่อความมั่นคงของระบบสื่อสาร โดยเฉพาะภารกิจด้านบริการสาธารณะ เพื่อแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างและสร้างแนวทางที่เป็นธรรม สภาผู้บริโภคเสนอให้นายกรัฐมนตรีสั่งการไปยังกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแล ให้เร่งประสานกับ กสทช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการใน 4 ประเด็นหลัก ได้แก่

1. ให้กำหนดเพดานราคาค่าบริการสูงสุดโดยพิจารณาจากปริมาณและคุณภาพของการให้บริการ

2. ให้กำหนดเงื่อนไขที่ชัดเจนในการอนุญาตให้บริษัท NT, ผู้ให้บริการ MVNO หรือบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง ร่วมใช้ประโยชน์คลื่นความถี่ที่ได้รับอนุญาตไปแล้ว ในอัตราค่าบริการที่เป็นธรรม

3. ให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมจัดประชุมหารือร่วมกับผู้แทนผู้บริโภค กสทช. บริษัท NT ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ และผู้ให้บริการ MVNO เพื่อจัดทำแผนรองรับผลกระทบต่อผู้บริโภคจากกรณีการหมดสัญญาของบริษัท NT

4. ขอให้กระทรวง ดีอีสนับสนุนให้บริษัท NT สามารถใช้งานคลื่นความถี่ของ กสทช. เป็นช่องทางในการแจ้งเตือนภัยจากเหตุการณ์ฉุกเฉินและภัยพิบัติต่าง ๆ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากผู้บริโภค