background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

'ฐาคณิษฐ์' แจง ถูกมิจฉาชีพ ใช้ชื่อปลอมบัญชีสื่อออนไลน์ หลอกลงทุน

'ฐาคณิษฐ์' แจง ถูกมิจฉาชีพ ใช้ชื่อปลอมบัญชีสื่อออนไลน์ หลอกลงทุน

"ผช.เลขารัฐสภา" แจง ถูกมิจฉาชีพ ปลอมชื่อ หลอกลงทุน แนะผู้เสียหายแจ้งความ ตำรวจ แทนยื่นร้องเรียนต่อสภาฯ จ่อฟ้องกลับคนที่เจตนาไม่ดี

ที่รัฐสภา นายฐาคณิษฐ์ พรทองประเสริฐ ผู้ช่วยเลขานุการประธานรัฐสภา แถลงชี้แจงต่อกรณีที่มีผู้ยื่นเรื่องน้องเรียนต่อนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา อ้างว่ามีมิจฉาชีพ แอบอ้าง ว่าตนหลอกหลวงชักชวนลงทุนและวิธีการอื่นๆ ทำให้มีผู้เสียหายหลายราย ทั้งนี้ได้ตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นการนำชื่อของตนและภาพถ่ายของตนเปิดบัญชีสื่อสังคมออนไลน์ปลอม  รวมกว่า 30 บัญชี เพื่อหลอกลวงกลุ่มผู้เสียหายในรูปแบบต่างๆ  และมีผู้หลงเชื่อและโอนเงินให้กับกลุ่มมิจฉาชีพหลายครั้ง

เมื่อตนได้นำเรื่องไปแจ้งความต่อ สน.บึงกุ่ม เมื่อ 13 ม.ค. 2566 และ 7 พ.ย.2567 รวมถึง ร้องทุกข์ต่อกองบังคับการตำรวจสืบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 (บก.สอท.1) เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.2567 และจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ที่รับคดีไว้ ระบุความคืบหน้าคดี เมื่อ 11 ก.พ.2568 ว่าให้งดการสอบสวน เนื่องจากไม่สามารถตรวจสอบได้ เนื่องจากผู้ให้บริการมีถิ่นที่อยู่ต่างประเทศ จึงไม่ปรากฎหลักฐานว่าผู้ใดเป็นผู้กระทำผิด

“สันนิษฐานว่าคนที่ทำไม่ใช่คนไทย โดยเป็นชาวต่างชาติ เพราะการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ไม่สามารถสอบต่อไปได้ ทั้งนี้ในการตรวจสอบบัญชีที่แอบอ้าง พบว่าบางบัญชีสะกดชื่อผิด และบางบัญชีสะกดนามสกุลผิด ทั้งนี้ บางบัญชีมีชื่อถูกต้อง แต่ใช้รูปบุคคลอื่น ทั้งนี้ในการตรวจสอบทางคดีผู้เสียหายที่แจ้งความดำเนินคดีกับผมได้ ทำความเข้าใจที่สถานีตำรวจแล้ว และได้ถอนแจ้งความ” นายฐาคณิษฐ์ กล่าว

นายฐาคณิษฐ์ กล่าวต่อว่า จากกรณีที่เกิดขึ้นหากมีผู้เสียหายแนะนำให้ไปติดตามทวงถามยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น แจ้งความที่สน. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมถึงให้ผู้ที่มีอำนาจออกหมายเรียก หมายจับตามขั้นตอนของกฎหมาย จะเป็นประโยชน์มากกว่าที่จะมาร้องเรียนตนที่หน่วยงานต่างๆ ซึ่งทำให้ตนเสียหายเสียชื่อเสียง ทั้งที่ตนไม่มีส่วนร่วมกระทำความผิด อย่างไรก็ดี หากมีข้อเท็จริงปรากฎว่ามีผู้เสียหายรวมตัวร้องเรียนตนอีก โดยพบเป็นการกระทำที่ไม่สุจริตและไม่มีพยานหลักฐานใดๆ เกี่ยวข้องกับตนว่าเป็นผู้กระทำความผิด ตนจะใช้สิทธิตามกฎหมายเพื่อป้องกันความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อไป.