background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

'พริษฐ์' ชำแหละคำของบ 69 ของสภาฯ จับตา 15 โครงการ วงเงินหลายพันล้าน

'พริษฐ์' ชำแหละคำของบ 69 ของสภาฯ จับตา 15 โครงการ วงเงินหลายพันล้าน

'พริษฐ์' ชำแหละคำของบ 69 ของสภา จับตา 15 โครงการมูลค่าสูง รวมหลายพันล้านบาท ส่วนใหญ่เน้นก่อสร้าง-เติมแต่ง-ติดตั้งระบบ ทั้งที่สภาฯเพิ่งสร้างเสร็จ กังขาความจำเป็น

เมื่อวันที่ 5 พ.ค. 2568 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก พริษฐ์ วัชรสินธุ - ไอติม - Parit Wacharasindhu เปิดคำของบประมาณ 2569 ของรัฐสภา จับตา 15 โครงการมูลค่าสูง ปรับปรุง-ติดตั้งระบบ-เติมแต่ง อาคารรัฐสภา โดยระบุว่า ในช่วงเดือนนี้ที่สภาผู้แทนราษฎรเราเข้าใกล้กระบวนการพิจารณางบประมาณ 2569 ผมและ กมธ. พัฒนาการเมืองฯ ได้ตัดสินใจเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาการเมืองและการยกระกับประชาธิปไตย (เช่น สภา ป.ป.ช. กกต.) มาชี้แจงคำของบประมาณของแต่ละหน่วยงาน เพื่อให้ กมธ. ได้ทำการศึกษาและตรวจสอบในเบื้องต้น

นายพริษฐ์ ระบุว่า การประชุมเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เป็นคิวของงบประมาณ 2569 ของสภา ซึ่งมีหลายข้อคำถามและข้อสังเกตเบื้องต้น ที่ทาง สส. ผู้เข้าร่วมประชุมบางส่วน ได้มีการสื่อสารต่อสาธารณะไปบ้างแล้ว ประเด็นหลักที่ทาง กมธ. เราได้ขอให้หน่วยงานชี้แจง คือ “โครงการใหม่ที่หน่วยงานเห็นว่าสำคัญและใช้งบประมำณในวงเงินสูง” ทั้งที่ได้ขอไปและสำนักงบฯอนุมัติ รวมถึงที่ขอไปและสำนักงบฯไม่อนุมัติ โดยทางหน่วยงานได้ระบุมาทั้งหมด 15 โครงการดังต่อไปนี้

โดย 10 โครงการที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ 2569 โดย ครม. และอยู่ในร่าง พ.ร.บ. งบฯ (ล้านบาท)

(2) ก่อสร้างและปรับปรุงพื้นที่พิพิธภัณฑ์รัฐสภา (รวมค่าจ้างที่ปรึกษา) = 44 ล้านบาท
(3) พัฒนาระบบภาพยนตร์ 4D ห้องบรรยายใหญ่ B1-2 = 180 ล้านบาท
(5) ปรับปรุงไฟส่องสว่างเพิ่มเติมบริเวณห้องประชุมสัมมนาชั้น B1 และ B2 = 117 ล้านบาท
(6) ปรับปรุงศาลาแก้ว 2 หลัง = 123 ล้านบาท 
(7) ปรับปรุงห้องประชุมงบประมาณ = 118 ล้านบาท
(8) ปรับปรุงพื้นที่ครัวของอาคารรัฐสภา = 117 ล้านบาท
(9) ติดตั้งภาพและเสียงประจำห้องจัดเลี้ยง ชั้น B2 = 99 ล้านบาท
(11) จัดซื้อจอ LED Display = 72 ล้านบาท
(13) พัฒนาปรับปรุงพื้นที่ส่วนภูมิทัศน์และผลิตปุ๋ยอินทรีย์ = 43 ล้านบาท
(14) ปรับปรุงห้องจัดเลี้ยง ชั้น 1 โซน C = 43 ล้านบาท

รวม = 956 ล้านบาท

 

ส่วน 5 โครงการที่หน่วยงานทำคำขอ แต่ยังไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ 2569 โดย ครม. (ล้านบาท)

(1) ก่อสร้างอาคารจอดรถรัฐสภา (เพิ่มเติม) (รวมค่าควบคุมงานและค่าจ้างที่ปรึกษา) = 1,529 ล้านบาท
(4) ออกแบบและตกแต่งฉากหลังบัลลังก์ประธานสภาฯในห้องประชุมสุริยัน = 133 ล้านบาท
(10) จัดซื้อเครื่องตรวจวัตถุต้องสงสัย = 74 ล้านบาท
(12) ระบบป้องกันฝุ่นพิษ PM2.5 และเสริมสร้างคุณภาพอากาศ = 50 ล้านบาท
(15) จ้างงานซ่อมแซมปรับปรุงเสาไม้สัก = 31 ล้านบาท

รวม = 1,817 ล้านบาท

นายพริษฐ์ ระบุอีกว่า แม้ทางตัวแทนในที่ประชุมเป็นตัวแทนจากสำนักที่ไม่ใช้เจ้าภาพหลักของโครงการ จึงยังไม่มีข้อมูลมาชี้แจงรายละเอียดของโครงการต่อ กมธ. แต่ข้อมูลที่ทำให้ผมสะดุดใจและข้อสังเกตที่มีเบื้องต้นคือ

1. โครงการส่วนใหญ่เน้นไปที่การก่อสร้าง-เติมแต่ง-ติดตั้งระบบ ในส่วนต่างๆของอาคารรัฐสภา ทั้งที่รัฐสภาเพิ่งถูกสร้างด้วยงบประมาณ 22,987 ล้านบาท และเพิ่งเปิดใช้การมาแค่ประมาณ 5 ปี - แม้อาจมีการให้เหตุผลว่าอาคารรัฐสภาถูกก่อสร้างตามสัญญาตั้งแต่กว่า 10 ปีก่อน จึงทำให้บางส่วนไม่ได้ระบุไว้ในแบบ แต่ผมเห็นว่าตรงนี้ยิ่งทำให้เราต้องตรวจสอบโดยละเอียดว่าสิ่งที่ขอให้มีการเพิ่มเติมนั้น มีความจำเป็นต่อการใช้งานและการทำหน้าที่ของสภาฯจริงๆหรือไม่

2. บางโครงการ ก็น่าตั้งคำถามถึงความจำเป็น (แม้ ณ เวลานี้ กมธ. รับทราบแค่ชื่อและข้อมูลเบื้องต้นของโครงการ โดยทางเราได้ขอให้มีการส่งเอกสารเพิ่มเติมมาในสัปดาห์นี้) 

- เช่น การปรับปรุงห้องประชุมงบประมาณ (118 ล้านบาท) ทั้งๆที่เป็นห้องที่ใช้งานได้ปกติมาโดยตลอด และยากที่จะเห็นถึงความจำเป็นใดๆในการปรับปรุงขนาดใหญ่ด้วยงบประมาณขนาดนี้ (ตลกร้ายคือห้องนี้เป็นห้องที่ กมธ. วิสามัญ งบประมาณ ใช้ในทุกปี เพื่อไล่ตรวจสอบความคุ้มค่าของงบประมาณของทุกหน่วยงานในประเทศ)

- เช่น การออกแบบและตกแต่งฉากหลังบัลลังก์ประธานสภาผู้แทนราษฎรในห้องประชุมสุริยัน (132 ล้านบาท) ซึ่งดูเป็นการตกแต่งที่ฟุ่มเฟือยและไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆกับการทำให้การประชุมสภามีประสิทธิภาพขึ้น

ตอนที่ทาง กมธ. ได้บรรจุวาระเพื่อตรวจสอบงบประมาณของสภา มีการตั้งคำถามจากบางส่วนกลับมาที่พวกเรา ว่าการตรวจสอบงบประมาณเกี่ยวข้องอะไรกับ กมธ. พัฒนาการเมืองฯ

นายพริษฐ์ เห็นว่าเกี่ยวข้องแน่นอน เพราะในมุมหนึ่ง ในฐานะที่สภาผู้แทนราษฎรเป็นสถาบันการเมืองระดับชาติองค์กรเดียวที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนโดยตรง หากงบประมาณถูกใช้อย่างถูกจุด องค์กรจะสามารถทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในการผลักดันการแก้ไขกฎหมาย การสะท้อนความทุกข์ร้อนของประชาชน และการตรวจสอบ-เสนอแนะฝ่ายบริหาร

แต่ในทางกลับกัน ในฐานะที่สภาผู้แทนราษฎรเป็นองค์กรที่อนุมัติและชี้ขาดว่างบประมาณจากภาษีประชาชนในแต่ละปี จะถูกจัดสรรไปที่หน่วยงานใด-โครงการอะไร หากงบประมาณขอสภาเองถูกใช้อย่างไม่สมเหตุสมผล สภาผู้แทนราษฎรอาจสูญเสียความชอบธรรมในการตรวจสอบงบประมาณของหน่วยงานอื่น และทำให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นในสภาน้อยลง ซึ่งย่อมส่งผลต่อสุขภาพของประชาธิปไตยเรา

อย่างไรก็ดี ไม่ว่าจะงบประมาณจะมีที่มาอย่างไรหรือถูกตั้งมาโดยใคร ณ เวลานี้ ยังไม่สายเกินไปที่พวกเราผู้แทนราษฎรทุกฝ่ายจะร่วมกันทำการตรวจสอบและปรับลดส่วนที่ไม่จำเป็นออกไป เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าสภาผู้แทนราษฎรพร้อมทำหน้าที่ตรวจสอบงบประมาณของหน่วยงานตนเองเช่นกัน

ในขั้นตอนถัดไป ทาง กมธ. จะทำการตรวจสอบเพิ่มเติมเมื่อได้รับเอกสารรายละเอียดคำชี้แจงกลับมาจากหน่วยงาน โดยในการประชุมวันพฤหัสบดีนี้ (8 พ.ค. 2568) ทางเราได้เชิญสำนักที่เป็นเจ้าภาพของแต่ละโครงการมาซักถามข้อมูลเพิ่มเติม และมาพา กมธ. สำรวจแต่ละโครงการตามจุดต่างๆที่เกี่ยวข้องในอาคารรัฐสภา