กมธ.เอนเทอร์เทนเมนต์ สว. นัดหารือนอกรอบ ก่อนเคาะ “ปธ.กมธ.” พรุ่งนี้ ด้าน “สรชาติ” เมินข้อเสนอเเชิญ หัวหน้าพรรคการเมืองแสดงจุดยืน นโยบายเอนเทอร์เทนเมนต์พ่วงกาสิโน
ที่รัฐสภา นายสรชาติ วิชย สุวรรณพรหม สว. ฐานะกรรมาธิการวิสามัญ (กมธ.) พิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงครบวงจร (เอนเทอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์) วุฒิสภา กล่าวถึงการนัดประชุมกมธ. นัดแรกในวันที่ 23 เม.ย. ว่า ขณะนี้ยังไม่มีการกำหนดตัวบุคคลว่าใครจะได้รับเลือกให้เป็นประธานกมธ. ทั้งนี้มีกระแสด้วยว่าอาจจะให้คนนอกเป็นประธาน กมธ. แต่บางกระแสบอกว่าเป็นคนใน เป็น สว. ทั้งนี้ขณะนี้แต่ยังไม่มีข้อสรุปอย่างเป็นทางการ ต้องให้ที่ประชุมที่จะหารือนัดแรกหารือกัน ซึ่งจะมีการนัดพูดคุยนอกรอบเวลาประมาณ 09.00 น. ก่อนที่จะถึงเวลาประชุมที่นัดหมายเวลา 10.30 น. อย่างไรก็ดีตนเชื่อว่าการทำงานของกมธ. จะไม่มีปัญหาอะไร เพราะเป็นการทำงานเชิงวิชาการ ไม่เกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ... ที่เสนอต่อสภาฯ และมีความเห็นแตกต่างกัน
“ยืนยันว่าเป็นการศึกษาในประเด็นเศรษฐกิจ สังคม เพื่อนำเสนอต่อรัฐบาล ทั้งนี้การศึกษานั้นไม่ได้กำหนดว่ารัฐบาลต้องทำตาม แต่ผลการศึกษาของสว. นั้น เชื่อว่าจะได้รับความเชื่อถือ เพราะไม่ได้เกี่ยวกับการกำหนดนโยบายของรัฐบาลหรือฝ่ายการเมือง ส่วนผลการศึกษาที่สส.เคยทำมานั้นไม่ได้รับความเช่ือถือเพราะเข้าลักษณะชงเองกินเอง” นายสรชาติ กล่าว
เมื่อถามว่าการทำงานของกมธ. มีคนระบุว่าเป็นเกมการเมือง เช่น นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สว. ที่มองว่ามีการตั้งธงศึกษาไว้แล้ว นายสรชาติ กล่าวว่า นพ.เปรมศักดิ์ ลาออกจากกมธ.แล้วคงไม่เกี่ยวข้องกัน ทั้งนี้ตนไม่อยากให้มองว่าเป็นเกมการรเมือง เพราะการตั้งกมธ.วิสามัญขึ้นมาศึกษานั้นเป็นไปตามข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา ที่เป็นการศึกษาทางวิชาการ ซึ่งยอมรับว่าผลการศึกษาที่จะได้อาจไม่ตรงกับการผลักดัน เช่น การศึกษาของสภาฯ ต้องการให้ปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวกับสถานบันเทิงครบวงจร ที่มีมาตั้งแต่ พ.ศ.2509 ซึ่งจัดประเภทต่างๆ ไว้ แต่กลับพบว่ามีกาารเสนอร่างกฎหมายเอนเทอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ที่พ่วงกาสิโน
เมื่อถามถึงความเป็นไปได้ต่อการเสนอให้หัวหน้าพรรคการเมืองร่วมประชุมกมธ.เพื่อแสดงจุดยืนต่อร่างกฎหมายเอนเทอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ที่พ่วงกาสิโน นายสรชาติ กล่าวว่า เรื่องการศึกษานี้ไม่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง อีกทั้งตอนที่ตนเสนอญัตติให้วุฒิสภาพิจารณาตั้งกมธ.ไม่ได้กำหนดหลักการดังกล่าวไว้ ดังนั้นจึงเสนอประเด็นศึกษานอกหลักการไม่ได้ ซึ่งความเห็นว่าเอาหรือไม่เอา ร่างพ.ร.บ.เอนเทอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ เป็นคนละเรื่องไม่เกี่ยวกับการศึกษา.





