background-default

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม 2569

Login
Login

'วราวุธ' ไม่ยุ่ง พรรคร่วมฯ ขัดแย้ง เดินหน้าสร้างพันธมิตรการเมือง

'วราวุธ' ไม่ยุ่ง พรรคร่วมฯ ขัดแย้ง เดินหน้าสร้างพันธมิตรการเมือง

"หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา" มองพรรคร่วมรัฐบาลขัดแย้ง เป็นปกติ เหตุมีหลายพรรค บอกพรรคไม่ยุ่งขัดแย้ง เดินหน้าสร้างพันธมิตรทางการเมือง

ที่สุพรรณบุรี นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ให้สัมภาษณ์ถึงการประเมินเอกภาพของรัฐบาล ของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ หลังจากนี้ ว่า ตนเชื่อว่าอุณหภูมิการเมืองจะเบาลงไป หลังจากที่ปิดสมัยประชุมสภาฯ และช่วงปิดสมัยประชุม 3 เดือน แต่ละพรรคจะลงพื้นที่เพื่อพบปะปะชาชน และตั้งหน้าตั้งตาทำงานในพื้นที่มากกว่า และในช่วงเดือนพ.ค.จะมีการเปิดประชุมวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ก่อน หลังจากนั้น จะเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพูดคุยเรื่องญัตติและพระราชบัญญัติต่างๆ

เมื่อถามว่าถึงยุทธศาสตร์การทำงานการเมืองของพรรค หลังจากที่พบว่าพรรคร่วมรัฐบาล มีความขัดแย้งแลกหมัดคนละหมัด  นายวราวุธ กล่าวว่า  ตนยึดคำพูดของนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกฯ ที่สอนเสมอ ว่ามีมิตร 100 คนก็น้อยเกินไป มีศัตรู 1 คนก็มากเกินไป  ดังนั้น แนวทางการทำงานของพรรคชาติไทยพัฒนา ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน คือ เน้นการทำงานและการสร้างพันธมิตรทางการเมืองมากกว่า เพราะการมีพันธมิตรทางการเมืองจะทำให้เราทำงานให้กับประชาชนได้มีประสิทธิภาพ ดังนั้นพรรคชาติไทยพัฒนาไม่มีหมัดไปแลกกับใคร 

เมื่อถามย้ำว่าเหมือนไผ่ลู่ลมใช่หรือไม่ นายวราวุธกล่าวว่า ผลงานของเราเป็นสิ่งที่ทำให้การเจรจา กับพรรคร่วมรัฐบาล ว่าเราเดือดร้อนตรงไหน และมีสิ่งใด ให้พรรคชาติไทยพัฒนาที่กำกับดูแลกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ดูแล ซึ่งยินดีที่จะช่วยกันทุกพรรค รวมถึงพร้อมทำงานร่วมกับพรรคฝ่ายค้าน ในฐานะ สส.เพราะทุกคน ล้วนเป็นสส.ที่เป็นผู้แทนของประชาชน  ต้องทำงานแก้ปัญหาให้ประชาชน ขณะที่เรื่องการเมืองเอาไว้ก่อน

เมื่อถามถึงโอกาสเพิ่มความขัดแย้งในพรรคร่วมรัฐบาล จากการแข่งขันในการเลือกตั้งซ่อม สส.นครศรีธรรมราช เพราะมีการปราศรัยกระทบกระทั่งกัน หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า การกระทบกระทั่งเป็นเรื่องปกติ ทั้งนี้รัฐบาลที่มีหลายพรรค เหมือนลิ้นกับฟัน  แต่ว่าการเลือกตั้งสนามเล็กกับสนามใหญ่ จะมีความละเอียดอ่อนแตกต่างกันไป ซึ่งตนเองมั่นใจว่าเมื่อสนามเล็กจบแล้วสนามใหญ่ ก็คงจะเป็นอีกเรื่องราวหนึ่งที่พรรคร่วมจะมาพูดคุยกันอีกครั้ง เมื่อถึงเวลา แต่ตอนนี้ยังถึงเวลา.