background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

'กะเหรี่ยง' รบพม่า ชิงรุก 'มินอ่องหล่าย' เขย่าแผนสันติภาพ

'กะเหรี่ยง' รบพม่า ชิงรุก 'มินอ่องหล่าย' เขย่าแผนสันติภาพ

คนแถวรัฐกะเหรี่ยงสาดน้ำ ยังไม่ทันสิ้นสุดเทศกาลตะจาน กะเหรี่ยง KNU ก็สาดกระสุนใส่ทหารเมียนมาเมื่อรุ่งสาง 15 เม.ย.2568 ซึ่งสมรภูมิรบอยู่ห่างจากชายแดนไทยด้าน อ.แม่สอด 40 กม. 

แนวรบด้านตะวันตกระอุเดือด ในจังหวะที่ พล.อ.อาวุโส มิน อ่องหล่าย ผู้นำรัฐบาลทหาร จะมาพบอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย และทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่กรุงเทพฯ

แม้ประเทศวิปโยคจากเหตุแผ่นดินไหว แต่ชาวเมียนมาในหลายพื้นที่ยังร่วมฉลองเทศกาลตะจาน(ปีใหม่พม่า) ทำบุญตามประเพณี เล่นสาดน้ำกันพอประปราย

รัฐบาลทหารเมียนมา ประกาศหยุดยิง 20 วัน ส่วนรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ(NUG) ก็หยุดยิง 2 สัปดาห์ และกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ต่างแจ้งข่าวหยุดยิงเช่นกัน

ในโลกความเป็นจริง คู่ขัดแย้งหลักทหารเมียนมา และฝ่ายต่อต้าน ต่างฝ่ายต่างละเมิดคำประกาศหยุดยิง 

กองทัพอากาศเมียนมาทิ้งระเบิดรายวัน ทั้งในภูมิภาคสะกาย รัฐยะไข่และรัฐคะฉิ่น ด้านกองกำลังเอกราชคะฉิ่น(KIA) และ กองทัพแห่งชาติชิน(CDF) ก็เปิดฉากโจมตีที่มั่นทหารพม่าต่อเนื่อง  

ส่วนทีมกู้ภัยต่างชาติยุติการค้นหาผู้รอดชีวิตจากเหตุธรณีพิบัติ เดินทางกลับประเทศหมดแล้ว จึงเหลือแต่ทีมงานที่ช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม 

ดังนั้น “อันวาร์” ในฐานะประธานอาเซียน จึงนัดพบ “มินอ่องหล่าย” เพื่อพูดคุยเรื่องการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรรมแก่ผู้ประสบภัยแผ่นดินไหว

สำหรับทางการไทย ไม่ได้มีการแจ้งกำหนดการที่ “มินอ่องหล่าย” จะมาเมืองไทยในห้วงเวลานี้ เนื่องจากงานนี้เป็นการพบปะส่วนตัวระหว่าง “อันวาร์-ทักษิณ-มินอ่องหล่าย” 

เมื่อวันสงกรานต์ที่ผ่านมา ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดปากพูดเป็นครั้งแรกว่า ได้คุยกับ พล.อ.อาวุโส มิน อ่องหล่าย ในช่วงการประชุมสุดยอดผู้นำ BIMSTEC เพราะอยากเห็นความสันติสุขเกิดขึ้นในเมียนมา

“ผมก็ได้บอกกับทุกประเทศมหาอำนาจว่า ประเทศไทยอยากเห็นเมียนมายุติความขัดแย้ง และหากไม่มีการพูดคุยกัน ก็ไม่สามารถเปิดหนทางในการเจรจาได้”

อดีตนายกฯทักษิณ ยืนยันว่า ประเทศไทยพร้อมที่จะเปิดเวทีให้มีการเจรจาสันติภาพในเมียนมา

อย่างไรก็ตาม 16 เม.ย.2568 รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ(NUG) ร่วมกับกองกำลังติดอาวุธชาติพันธ์ อาทิเช่นสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) ,พรรคก้าวหน้าแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNPP) ,แนวร่วมแห่งชาติชิน (CNF) และแนวร่วมประชาธิปไตยของนักศึกษาพม่าทั้งหมด (ABSDF) ชิงออกแถลงการณ์ด่วนเรื่อง พล.อ.อาวุโส มิน อ่องหล่าย ตามที่มีกระแสข่าวจะพบกับผู้นำมาเลเซีย

“เรารู้สึกกังวลอย่างยิ่งที่ผู้นำอาเซียนได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับผู้นำกองทัพภายใต้ข้อ อ้างในการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม บุคคลผู้นี้รับผิดชอบต่อการสังหารพลเรือนผู้บริสุทธิ์ทุกวัน”

รัฐบาลฝ่ายต่อต้านในเมียนมา ยังเรียกร้องอาเซียนยุติการส่งผ่านความช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัย ผ่านรัฐบาลทหารเมียนมาแต่ฝ่ายเดียว

รัฐบาล NUG อ้างว่า รัฐบาลทหารเมียนมา เหลือพื้นที่ควบคุมเพียง 22% ของทั้งประเทศ แต่ “มินอ่องหล่าย” ก็ยืนยันจะจัดให้มีการเลือกตั้งปลายปี 2568

มีข้อน่าสังเกตว่า กระแสข่าวมินอ่องหล่ายจะมาเมืองไทย ช่างประจวบเหมาะกับการสู้รบในรัฐกะเหรี่ยงครั้งล่าสุด

ทำไมกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง(KNLA) ของสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง(KNU) และกองกำลังพิทักษ์ประชาชน(PDF) จึงเปิดปฏิบัติการทางทหารเมื่อรุ่งสางวันที่ 15 เม.ย.นี้

ตามรายงานข่าวจากหน่วยเฉพาะกิจราชมนู กองกำลังนเรศวรระบุว่ากลุ่มต่อต้านมีทั้งทหาร KNLA และ PDF ได้เข้าโจมตีทหารพม่า บก.ควบคุมยุทธการที่ 12 ซึ่งวางกำลังอยู่ตามเส้นทาง อ.โจ่งโด่ง-อ.กอกาเร็ก บริเวณพื้นที่ อ.กอกาเร็ก จ.กอกาเร็ก รัฐกะเหรี่ยง ประเทศพม่า ด้านตรงข้ามบ้านริมเมย หมู่ 2 ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด ห่างจากแนวชายแดนประมาณ 42 กม.

บ่ายวันเดียวกัน กองทัพอากาศเมียนมา ได้ส่งเครื่องบินรบ YAK-130ทิ้งระเบิดบริเวณวัดกานนี่  บ้านกานนี่ อ.โจ่งโด่ง จ.กอกาเร็ก ส่งผลให้มีพระสงฆ์ และชาวบ้านได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิตจำนวนหนึ่ง

ที่สำคัญ อ.กอกาเร็ก จ.กอกาเร็ก เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์บนเส้นทางหลวงเอเชีย (AH-1) ที่เชื่อมต่อจากเมืองเมียวดี ผ่าน อ.กอกาเร็ก ไปยังตอนกลางของประเทศเมียนมา

ทางหลวงสายเอเชีย AH-1 เป็นเส้นทางการค้าสำคัญไทย-เมียนมา โดยกะเหรี่ยง KNU ได้วางกำลังทหาร KNLA และ PDF ปิดกั้นถนนสายนี้มานานกว่า 1 ปีแล้ว โดย KNU หวั่นทหารพม่าจะฉวยโอกาสใช้เป็นเส้นทางรุกคืบยึดพื้นที่เมียวดีคืน

ปลายปีที่แล้ว ภาคเอกชนการค้าชายแดนแม่สอด จ.ตาก ร้องขอรัฐบาลแพทองธารเร่งเจรจากับฝ่ายรัฐบาลเมียนมา เปิดเส้นทาง AH-1 ให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ 

ฝ่ายต่อต้านพยายามประโคมข่าวว่า สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง(KNU) ใช้กำลังผสม KNLA และ PDF จำนวน 3,000 นาย พุ่งเป้าที่จะยึด บก.ควบคุมยุทธการที่ 12 ของทหารเมียนมาให้ได้ เพื่อตัดขาดเส้นทางเชื่อมต่อมาสู่เมืองเมียวดี

แม้วันนี้ กะเหรี่ยง BGF สาย “ชิตตู่” จะดูแลเมืองเมียวดี ในมุมของผู้นำ KNU ก็มองว่า น่าจะดีกว่าจะปล่อยให้ทหารพม่าเข้ามายึดครองเหมือนในอดีต 

ก่อนหน้านั้น มีข่าวว่า พล.อ.อาวุโส มิน อ่องหล่าย ตั้งใจจะเคลื่อนกำลังทหารเข้ามาทวงคืนเมืองเมียวดี หลังจบยุทธการปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่ชเวก๊กโก่ และเคเคพาร์ค  

ปฏิบัติการทหารของ KNU ในช่วงเทศกาลตะจาน ย่อมส่งสัญญาณเตือนถึงรัฐบาลไทย ในการวางน้ำหนักความสัมพันธ์ต่อรัฐบาลทหารในเนปิดอว์ และรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ(NUG)

ความหวังของ “นายใหญ่” ที่อยากให้ไทยเป็นเวทีกลางสำหรับการสร้างสันติภาพในเมียนมา ก็ต้องมีจุดยืนชัดเจนในเรื่องประชาธิปไตย และสิทธิมนุษยชน