วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน 2569

Login
Login

กมธ.กิจการสภาฯ ชง 'วันนอร์' คลอดมาตรการคุมเข้มข่าวปลอม

กมธ.กิจการสภาฯ ชง 'วันนอร์' คลอดมาตรการคุมเข้มข่าวปลอม

"กมธ.กิจการสภาฯ" ชง “ประธานสภาฯ” คลอดมาตรการคุมเข้มข่าวปลอม หลัง “สส.ฝ่ายค้าน” นำข้อมูลเท็จมาอภิปรายกลางที่ประชุม หวั่นกระทบภาพลักษณ์ฝ่ายนิติบัญญัติ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภา ถึงการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการสภาฯ ที่มี นายประเสริฐ บุญเรือง  สส.กาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย เป็นประธานกมธ. ต่อกรณีที่ในระหว่างการประชุมสภาฯ สมัยที่ผ่านมาพบการนำข้อความและข้อมูลที่เข้าข่ายเป็นข่าวปลอมมาประกอบการอภิปรายต่อที่ประชุม และนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง ได้มอบหมายให้กมธ.กิจการสภาฯตรวจสอบ

ล่าสุดมีรายงานการประชุมของกมธ.กิจการสภาฯ เผยแพร่ ระบุว่า เมื่อวันที่ 9 เม.ย. กมธ.ได้ตรวจสอบกรณีที่นายรอมฎอน ปันจอร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้หารือต่อที่ประชุมสภาฯ กรณีเผยแพร่ภาพและข้อความผ่านเพจโซเชียลมีเดียที่มีชื่อว่าสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในการประชุมสภาฯ เมื่อ 19 ก.พ. จากการตรวจสอบของกมธ. แล้วเห็นว่าข้อความที่เพจดังกล่าวนำเข้าบางส่วนมีการบิดเบือน ข้อมูลจากข้อเท็จจริงและอาจเข้าข่ายเป็นการนำเข้าข้อมูลสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่เป็นเท็จหรือข่าวปลอม ที่อาจทำให้สาธารณชนทั่วไปเข้าใจผิดได้ว่า รัฐสภาและสภาฯเป็นพื้นที่ที่ใช้ความรุนแรง อันทำให้รัฐสภาและสภาฯ ได้รับความเสียหาย สร้างความแตกแยก ลดทอนความน่าเชื่อถือ กระทบต่อภาพลักษณ์และศักดิ์ศรีขององค์กรฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ

“พบด้วยว่าสื่อโซเชียลมีเดียอื่นได้เผยแพร่ข่าวปลอมเกี่ยวกับการดำเนินงานของรัฐสภาและสภาฯ ในลักษณะเดียวกันอย่างแพร่หลายและทวีความรุนแรงมากขึ้น รวมถึงมการนำเสนอเนื้อหาในหลายรูปแบบ ซึ่งกมธ.ไม่สนับสนุนต่อการนำเข้าข้อมูลของเพจเฟซบุ๊กดังกล่าว รวมถึงสื่อโซเชียลมีเดียอื่นๆ ที่นำเสนอข้อมูลหรือข่าวปลอม ที่กระทบต่อภาพลักษณ์ขององค์กรรัฐสภาและการทำงานของสภาฯ” รายงานการประชุมกมธ. ระบุ

รายงานการประชุมของกมธ.กิจการสภาฯ ได้ระบุต่อว่า กมธ.จะทำหนังสือถึง นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกฯ และรมว.ดีอี เพื่อให้ตรวจสอบข้อมูลของเพจดังกล่าวและพิจารณาดำเนินการตามที่เห็นสมควร รวมถึงจะรวบรวมข้อเท็จจิงชี้แจงให้ประชาชนทราบในโอกาสต่อไป

"กมธ.เห็นควรให้ประธานสภาฯกำหนดนโยยบายหรือวางมาตรการในการแก้ไขและป้องกันปัญหาการนำเสนอข่าวปลอม ที่มีผลกระทบต่อภาพลักษณ์ขององค์กรรัฐสภาและการทำงานของสภาฯให้เป็นรูปธรรม เพื่อเฝ้าระวังและตรวจสอบ ติดตามกาเสนอข่าวปลอมจากสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงให้ประชาชนได้รับทราบอย่างรวดเร็วและทันท่วงที".