background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

คุก3ปี 'กิจ หลีกภัย' พี่ชายชวน ทุจริตเช่าท่าเทียบเรือ สมัยนายกอบจ.

คุก3ปี 'กิจ หลีกภัย' พี่ชายชวน ทุจริตเช่าท่าเทียบเรือ สมัยนายกอบจ.

ศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค9 พิพากษา จำคุก3ปี 'กิจ หลีกภัย' พี่ชายชวน ปมทุจริตเช่าท่าเทียบเรือ สมัยเป็นนายกอบจ. แต่ให้รอลงอาญา2ปี

ศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค9 พิพากษาคดี นายกิจ หลีกภัยเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง กรณีทุจริตเรื่องการเช่าท่าเทียบเรือนาเกลือ เพื่อใช้ประกอบกิจการท่าเรือเดินทะเล

โดยระบุว่า ตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด ว่าการกระทำของนายกิจ หลีกภัย เมื่อครั้งตำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 และตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 มาตรา 12 กรณีทุจริตเกี่ยวกับการทำสัญญาเช่าท่าเทียบเรือและอาคารประกอบ ตำบลนาเกลือ อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง เพื่อใช้ประกอบกิจการท่าเรือเดินทะเล เนื่องจากจะต้องขออนุญาตต่อกรมเจ้าท่า และต้องมีอัตราค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากผู้ใช้บริการและค่าอุปกรณ์ที่ใช้ในการลำเลียงขนถ่ายสินค้า รวมทั้ง ไม่ได้เสนอขอมติจากสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง

ไม่ได้ขอความเห็นชอบจากผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง และไม่ได้ดำเนินการโดยการประมูล ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการให้เอกชน กระทำกิจการขององค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ.2541 จนมีเหตุให้ไม่สามารถเรียกเก็บเงินค่าธรรมเนียมที่ออกใบแจ้งหนี้ไว้ก่อนตราข้อบัญญัติ และไม่สามารถนำเงินค่าตอบแทนในส่วนของการบันทึกข้อตกลงกับบริษัท ชูไก จำกัด (มหาชน) เข้ามาเป็นรายได้ของ อบจ.ได้
 

และในขณะเดียวกันยังให้บริษัทเอกชนดำเนินการให้บริการเครื่องจักรในแต่ละวันใช้เครื่องจักรประมาณ 5-8 คัน และเครื่องจักรดังกล่าวจะจอดประจำอยู่ในพื้นที่ของท่าเทียบเรือบ้านนาเกลือโดยตลอด ไม่มีการนำเครื่องจักร เข้า-ออก แต่อย่างใด

และปรากฏว่าองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรังได้เก็บเพียงค่าธรรมเนียมการใช้บริการจากบริษัท ชูไก จำกัด (มหาชน) เพียงค่าบริการรถยกตู้สินค้าและค่าบริการรถปั้นจั่น โดยที่ไม่ได้เรียก เก็บค่าธรรมเนียมในส่วนของเครื่องจักรกลที่บริษัท ชูไก จำกัด (มหาชน) นำมาไว้ในพื้นที่เขตท่าเรือเกิน 24 ชั่วโมง นั้น
 

เกี่ยวกับคดีดังกล่าว ศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค9 พิจารณาแล้วเห็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ,90 พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 มาตรา 12 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปราบการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172 จึงพิพากษาให้จำเลยจำคุก 5 ปีและปรับ 120,000 บาท

การสืบพยานของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ จึงลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุก 3 ปี 4 เดือน และปรับ 68,000 บาท โทษจำคุกรอไว้ 2 ปี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากรณีดังกล่าวป.ป.ช.มีมติชี้มูลนายกิจไปเมื่อวันที่27ก.พ.2567สืบเนื่องมากจากได้รับเรื่องร้องเรียนกล่าวหานายกิจ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายก อบจ.ตรัง กับพวก รวม 13 ราย จัดซื้อที่ดินเพื่อก่อสร้างท่าเทียบเรือบ้านนาเกลือ (ท่าเรือตรัง) ต.นาเกลือ อ.กันตัง จ.ตรัง แพงเกินจริง 

ซึ่งคดีดังกล่าวนี้ยังอยู่ในขบวนการยุติธรรม ภายหลังจากทาง ป.ป.ช.ได้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีกับ นายกิจ หลีกภัยแล้ว โดยอยู่ในระหว่างรอผลการพิพากษาอยู่อีก 1 คดี

สำหรับ นายกิจ หลีกภัย ปัจจุบันอายุ 89 ปี เป็นพี่ชายของนาย ชวน หลีกภัย อดีตประธานสภาฯ และอดีตนายกรัฐมนตรี

ขณะที่การเมืองท้องถิ่น นายกิจ ได้ตั้งกลุ่มกิจปวงชน ดำรงตำแหน่งนายก อบจ.ตรัง มายาวนานถึง 25 ปี หรือกว่า 5 สมัย ก่อนส่งไม้ต่อนายบุ่นเล้ง โล่สถาพรพิพิธ มาดำรงตำแหน่ง เป็นนายกอบจ.สมัยแรกในปี2563

กระทั่งครั้งล่าสุดนายบุ่นเล้ง ได้แยกตัวกลุ่มกิจปวงชน  เปลี่ยนมาใช้ชื่อ "กลุ่มนายกบุ่นเล้ง" และได้รับเลือกเป็นนายกอบจ.อีกหนึ่งสมัยท่ามกลางการจับตาไปที่สนามการเมืองในจ.ตรังที่เปลี่ยนไป