background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

'รมว.ยุติธรรม' ยืนยัน ดีเอสไอ สอบคดี ตึก สตง.ถล่มรวดเร็ว

'รมว.ยุติธรรม' ยืนยัน ดีเอสไอ สอบคดี ตึก สตง.ถล่มรวดเร็ว

"ทวี" มั่นใจ "ดีเอสไอ" รับปม ตึก สตง.ถล่ม เป็นคดีพิเศษ สามารถบล็อกเส้นทางคนผิดหนีออกนอกประเทศได้ ยืนยันทำคดีเร็วบนพยานหลักฐาน แต่ยอมรับยังขาดการบูรณาการ

ที่รัฐสภา พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงที่หลายฝ่ายกังวลว่าผู้ที่เกี่ยวข้องกับเหตุกรณีตึกสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่ม จะหลบหนีไปต่างประเทศ ว่า หน้าที่ของพนักงานสอบสวน นอกจากแสวงหาข้อเท็จจริงแล้วรวบรวมพยานหลักฐานพิสูจน์ความบริสุทธิ์ และความผิดแล้ว ยังต้องมีหน้าที่สำคัญ คือ นำตัวผู้กระทำผิดมาฟ้องลงโทษ ซึ่งในเรื่องนี้ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เวลาจะทำอะไรจะดูทุกเรื่องเพราะมีสำนักสืบสวนสะกดรอยอยู่ ทั้งนี้เรื่องดังกล่าวเป็นคดีที่มีความสูญเสียเยอะ ดังนั้นความรวดเร็ว

เมื่อถามว่ายืนยันว่า สามารถจับกุมบุคคลที่กระทำผิดได้แน่นอนหรือไม่  พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า เมื่อรับเรื่องมาเป็นคดีพิเศษแล้ว ถ้ารู้ที่อยู่ จะต้องมีการติดตาม ซึ่งในช่วงเช้าวันนี้ (4เม.ย.)ยังบอกว่าอาจจะต้องประสานงานกับทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพื่อตรวจสอบการเดินทางเข้า-ออกประเทศด้วย

เมื่อถามถึงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะมีผู้ที่มีอิทธิพลเกี่ยวข้องกับบริษัทผู้รับเหมา และนอมินี ก่อสร้างอาคารรสตง.  รมว.ยุติธรรม กล่าวว่ารัฐบาลนี้โดยเฉพาะกระทรวงยุติธรรม นอกจากแก้ไขปัญหา อาชญากรรม ยาเสพติดแล้ว เรายังดำเนินการกับผู้มีอิทธิพล โดยเฉพาะกฎหมายสอบสนวนคดีพิเศษ ได้ดำเนินการ จัดการกับผู้มีอิทธิพลอยู่แล้ว ไม่มี ใครอยู่ในกฎหมาย หากพยานหลักฐานไปถึง ต้องดำเนินการ และเมื่อเช้าที่ผ่านมา ยังได้รับฟังข้อมูลจากพนักงานสอบสวนที่เสนอมา ถือว่ารอบครอบ 

เมื่อถามว่าทราบว่าบริษัทดังกล่าวรับงาน ภาครัฐ แต่ทำไปจำนวนมากจะทำให้การสอบสวนชะงักหรือไม่นั้น พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า ตอนนี้เราทำเฉพาะในเรื่องของตึก สตง.ก่อน ส่วนอื่นเป็นเรื่องที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องไปดำเนินการ ทั้งนี้ได้มีการสอบถาม ถึงหลักฐานทางทะเบียน ของบริษัทกิจการร่วมค้า ปรากฏว่ากระทรวงพาณิชย์ ชี้แจงว่าไม่ได้รับผิดชอบ เรื่องพวกในเรื่องเหล่านี้แจ้งว่ารับผิดชอบเฉพาะบริษัท นิติบุคคล ตามกฎหมายแพ่งกำหนด ดังนั้นข้อมูลจึงไปอยู่ที่กระทรวงการคลัง  แต่กระทรวงการคลังไม่ได้ทำทะเบียนไว้ เราจึงต้องไปไล่ตามสรรพากรต่าง ๆ เวลาที่มีการเสียภาษี ซึ่งเป็นจุดหนึ่งที่น่าจะมีคนรับผิดชอบ

"ดีเอสไอจึงต้องประสานงานกัน แม้แต่เรื่องของการบังคับใช้กฎหมาย รวมทั้งการเข้าไปสู่เนื้องาน เช่น พยานหลักฐานที่ต้องไปเก็บจะทำอย่างไร แต่การช่วยเหลือชีวิตถือเป็นอันดับแรก แต่หากเราปล่อยให้วัตถุพยานถล่มลงไปเลย เราก็จะไม่มีพยานหลักฐานไปยืนยัน ดังนั้นขอให้ไปประสาน และพยายามเก็บวัตถุพยาน ให้ได้มากที่สุด  จึงทำให้พนักงานสอบสวนต้องประสานกับนิติวิทยาศาสตร์ และวิศวกรต่างๆ โดยเฉพาะผู้ที่เข้าไปช่วยชีวิตน่าจะบันทึกภาพเอาไว้ด้วย" รมว.ยุติธรรม กล่าว

เมื่อถามว่ากรณีของบริษัทไช่น่าเรลเวย์ รับโครงการอื่นของรัฐ จะต้องมีการตั้งคณะกรรมการสอบและและพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีด้วยหรือไม่ รมว.ยุติธรรมกล่าวว่า  มีหน่วยงานที่เราคงต้องเอาข้อมูลไปให้ เช่นในเบื้องต้นที่ตรวจจากสรรพากร พบว่าเขาไปทำกิจกรรมร่วมค้า29 โครงการมูลค่าสองหมื่นกว่าล้านบาท แต่ เราจะ โฟกัสไปในเคสของเราก่อน ส่วนกรณีอื่นต้องส่งไปให้ภาครัฐได้ดู เพราะเวลาเราทำคดี ต้องเป็นคดีใดพอดี หนึ่งให้จบ