"รักชนก" ชี้ "รัฐบาล" ปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ไร้ประสิทธิภาพ นายกฯ หน้าไหว้หลังหลอก เหตุมีดีลแลกประโยชน์ตระกูลชินวัตร ชี้ "ทุนเทา" คือ ลูกน้องของพ่อ
ที่รัฐสภา น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.กทม. พรรคประชาชน อภิปรายต่อที่ประชุมสภาฯ วาระ อภิปรายไม่ไว้วางใจ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ ต่อเนื่องเป็นวันที่สอง ในประเด็นการแก้ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ว่า รัฐบาล น.ส.แพทองธาร ปล่อยปละละเลยต่อการแก้ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ดีในความพยายามออกพระราชกำหนดเพื่อแก้ปัญหาและให้ธนาคารร่วมรับผิดชอบต่อผู้เสียหาย รวมถึงธุรกิจที่ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ แต่มีกลุ่มทุนที่อาจเสียประโยชน์ ซึ่งตั้งแต่ที่นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ดีอี ทำหน้าที่ 2 ปี แต่พ.ร.ก.ดังกล่าวยังไม่ออกมาบังคับใช้ จึงควรทบทวนปรับออกจากตำแหน่ง
“น่าโมหโหรือไม่ที่เอกชนนำข้อมูลประชาชนไปวิเคราะห์ทำกำไรเพิ่ม แต่เมื่อข้อมูลหลุดกลับไม่รับผิดชอบ ขณะที่รัฐบาลไม่ดำเนินการใดๆ กรณีที่มีนายกฯ ชื่อ แพทองธาร จึงติดขัดเพราะไม่ว่าหันหน้าทางไหนมีผลประโยน์ต่อกลุ่มทุน การจัดการเรื่องนี้ต้องบังคับให้กลุ่มทุนรับผิดชอบ ให้เขามีกำไรน้อยที่สุด โดย นายกฯ ควรเกรงใจประชาชน ไม่ใช่เกรงใจเพื่อนพ่อ หรือ กลุ่มทุน” น.ส.รักชนก อภิปราย
น.ส.รักชนก อภิปรายต่อว่าการจัดการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ รัฐบาลไม่เคยจัดการรายใหญ่ได้ เป็นเพราะเจ้าหน้าที่รัฐและนักการเมืองอำนวยความสะดวกให้หรือไม่ กรณีที่รัฐบาลย้ายนายตำรวจยศใหญ่ เช่น พล.ต.ต.เอกราษฎรร์ อินต๊ะสืบ หรือ ผู้การต๊ะ ผู้บังคับการกองตรวจราชการ5 ที่เกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แล้วทำอย่างไรต่อ มีการพิสูจน์เส้นเงินหรือคนในครอบครัวว่าเกี่ยวข้องหรือไม่ นอกจากนั้นแล้ว ยังมีบุคคลที่ชื่อย่อ “ย.ยักษ์” ที่ใกล้ชิดกับบิดานายกฯ ในพื้นที่ จ.เชียงราย ทำให้ไม่สามารถปราบปรามได้
“ปัญหาไม่ใช่ความไร้ประสิทธิภาพอย่างเดียว แต่นายกฯ จงใจปล่อยปละเพราะมีผลประโยชน์แอบแฝง ซึ่งต่างจากการปราบปรามปัญหาของต่างประเทศที่มีการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบทั้งกระบวนการ ซึ่งการทำงานของ น.ส.แพทองธาร ไม่กล้าแตะประโยชน์ของกลุ่มทุน เพราะไม่ว่ากลุ่มทุนไหนได้ร่วมโต๊ะกับพ่อนายกฯมาแล้ว ขณะที่ทุนเทา คือลูกน้องของพ่อนายกฯ ซึ่งนายกฯ ทำเป็นมองไม่เห็น หน้าไหว้หลังหลอก ทำให้ประเทศไทยเป็นสวรรค์ของมิจฉาชีพ ครอบครัวชินวัตรเอาประโยชน์ของคนในชาติแลกประโยชน์กับตระกูลตัวเอง” น.ส.รักชนก อภิปราย
ทั้งนี้ในระหว่างการอภิปรายของน.ส.รักชนก ช่วงหนึ่งได้หยุดอภิปรายช่วงหนึ่งก่อนกล่าวว่า
“เงียบเหงามากไม่มีใครลุกประท้วงดิฉันเลย”
ซึ่งได้สร้างเสียงหัวเราะให้กับสส.พรรคประชาชนที่นั่งให้กำลังใจโดยรอบ.





