ตรวจแนวรบ สว.สีน้ำเงิน สงคราม‘ฮั้ว’ ปิดฉาก‘ตายหมู่’

ท่าที ของ "สว.สีน้ำเงิน" เปิดฉากรบสุดกำลังใน สงคราม "ฮั้ว" ที่ "ดีเอสไอ-กระทรวงยุติธรรม" เซ็ตเกมเพื่อ "ทุบ สว." ให้ย้ายฝั่ง ต้องจับตางานนี้ไม่มีวัน ตายเดี่ยว แน่
KEY
POINTS
Key Point :
- สว.สีน้ำเงิน เปิดหน้า "รบ" ชนกับ "ดีเอสไอ-กระทรวงยุติธรรม" ในสงคราม "ฮั้ว"
- ทั้งการ "ขู่เอาผิด" ตามช่องทางรัฐธรรมนูญ ข้อหาล้มล้างการปกครอง ต่อด้วย ผิดมาตรฐานจริยธรรม หาก "กคพ." ลงมติรับคดีฮั้ว สว. ไว้เป็นคดีพิเศษ
- นอกจากนั้นแล้ว ในยุทธศาสตร์ "รบ" ของสว.สีน้ำเงิน ไม่ยอมตายเดี่ยว
- เพราะเปิดข้อมูลของ "สว.ต่างกลุ่ม" มีพฤติกรรม "แจกโพยฮั้ว" ตามทฤษฎีศูนย์มีค่ามากกว่าหนึ่ง และ โพยล็อก "7สว.สีขาว"
- เพื่อจี้ให้ "ดีเอสไอ" ไปตรวจสอบ "สว."ให้ครบทุกกลุ่ม ไม่เลือกปฏิบัติ
- งานนี้ "บิ๊กเบื้องหลัง สว." เขียนบทให้เล่น แบบ "หักได้ แต่ไม่ยอมงอ" เล่นกันจนสุด เพราะมีเดิมพันที่มากกว่า "อำนาจการเมือง" รออยู่
เป็นเรื่องที่ย่อมรู้อยู่แก่ใจทั้ง 2 ฝ่ายว่า เกมทุบ “สว.สีน้ำเงิน” ไม่จบลงง่ายๆ เพราะงานมีเดิมพันอำนาจระหว่าง “บิ๊ก” ที่อยู่เบื้องหลัง ใน 2 พรรคการเมือง
แม้ว่าจะมีกระแสข่าวว่า “2 บิ๊ก” พบปะเพื่อเคลียร์ใจกันแล้ว แต่ไม่มีการยืนยันว่า “ปัญหา” ที่สุมกันอยู่นั้น มีบทจบ หรือลงเอยกันด้วยดีหรือไม่ อย่างไร
กับท่าทีของ “สว.สีน้ำเงิน” ที่แสดงออกมา ก่อนหน้าที่ “คณะกรรมการคดีพิเศษ” (กคพ.) จะประชุมเพื่อหารือ และลงมติว่าจะรับคดีฮั้วการเลือก สว. ไว้เป็นคดีพิเศษหรือไม่ ในวันนี้ (6 มี.ค.) สะท้อนให้เห็นว่าไม่ยอมจำนนแน่ หากจะถูก “การเมือง” เล่นงานผ่านองค์กรตรวจสอบ
ตามการอภิปรายของ “สว.” ในเวทีวุฒิสภา ในญัตติให้วุฒิสภาพิจารณาด้านกระบวนการยุติธรรมและการบังคับใช้กฎหมาย เสนอโดย “พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร” สว.สีน้ำเงิน ที่เน้นการอภิปรายต่อกรณีที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม มีคดีตรวจสอบ คำร้องการเลือก สว. ปี2567 ที่ไม่สุจริต ส่อฮั้ว และผิดกฎหมายฟอกเงิน อยู่ในมือ และอยู่ระหว่างที่ “กคพ.” ตัดสินว่าจะรับเป็น “คดีพิเศษ” หรือไม่
พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ ได้ชี้ข้อกฎหมาย ที่เตรียมไว้ตอบโต้ดีเอสไอ รวมถึง กคพ. หากมีข้อสรุปว่า “รับคดีฮั้วเลือกสว.ไว้เป็นคดีพิเศษ” คือ มาตรา 49 ของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ที่ระบุว่า ห้ามบุคคลใช้สิทธิ เสรีภาพ เพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
โดย พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ และ สว.สีน้ำเงิน ที่อภิปราย ได้ย้ำว่า กระบวนการได้มาของ สว.ชุดปัจจุบัน นั้นมาโดยชอบตามรัฐธรรมนูญ และกติกาที่เกี่ยวข้อง อีกทั้ง สว. คือ หนึ่งในฝ่ายนิติบัญญัติที่เป็นหนึ่งใน 3 เสาหลักของ การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
ดังนั้นหากดีเอสไอ และ กคพ. ใช้อำนาจที่ไม่เป็นไปตาม พระราชบัญญัติดีเอสไอ พ.ศ.2547 และอ้างถึงกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ที่เกี่ยวกับการได้มาซึ่งสว. เท่ากับว่า สว.สีน้ำเงิน มีช่องทางที่จะเอาผิดได้ รวมไปถึงการยื่นเอาผิดในแง่ “จริยธรรม” กับบุคคลที่เกี่ยวข้อง
แม้พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ จะให้สัมภาษณ์ในภายหลังว่า “ยังไม่คิดจะใช้ช่องของรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 ดำเนินการกับคนที่เกี่ยวข้อง” แต่การชี้ช่องข้อกฎหมายข้อนี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่า มุ่งหวังให้เป็นการปราม “ดีเอสไอ-กคพ.” หากจะรับเป็นคดีพิเศษ ควรคิดให้ดี เพราะสว.สีน้ำเงินเตรียมช่องทางไว้แล้ว
นอกจากนั้น ในการอภิปรายของสว.สีน้ำเงิน ต่อที่ประชุมวุฒิสภา เมื่อ 4 มี.ค. นอกจากแฝงคำขู่ไปยังดีเอสไอแล้ว ยังเปิดข้อมูลของ “สว.กลุ่มอื่นๆ” ที่ส่อมีพฤติกรรมตามที่ยกมากล่าวหา สว.สีน้ำเงิน ประเด็น “โพย” ด้วย
โดยการกระทำที่ พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ และสว.สีน้ำเงิน ร่วมกันเปิดเผย มีอย่างน้อย 2 กรณี คือ
1.กรณีการรวมตัวกันที่ โรงแรมแห่งหนึ่ง ใกล้กับอิมแพค เมืองทองธานี เพื่อรวมผู้ผ่านเข้ารอบระดับประเทศ ประมาณ 400 คน พูดคุย พร้อมแจกหมายเลข ภายในห้องปิด ซึ่งเรื่องนี้ พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ ระบุว่า เป็นขบวนการตามทฤษฎี ศูนย์มีค่ามากกว่าหนึ่ง ที่ให้ผู้ผ่านเข้ารอบ ลงคะแนนให้กับ“ผู้อื่น”โดยไม่ลงคะแนนเลือกตัวเอง เพื่อให้“ตัวแทน”ของกลุ่มผ่านเข้าไป ตามตัวเลข 24+21 พร้อมกับมีเป้าหมาย คือ มาแก้ไขรัฐธรรมนูญ
2.กรณีโพย “สว.สีขาว” ที่ “อัจฉรพรรณ หอมรส” อภิปรายว่า มีโพยชุดหนึ่งที่เมืองทองธานี ถอดตัวเลขตามโพยออกมาได้ สว.8 คน เป็น สว.สีขาว 7 คน ซ้ำกับ สว.สีน้ำเงิน 1 คนที่ถูกพักปฏิบัติหน้าที่ โพยนี้ยืนยันได้ว่า มีโพย สว.ทุกคน เพราะต้องกาหลายเบอร์ และ คณะกรรมการการเลือกตั้งแนะนำให้เขียนตัวเลขเข้าไปในห้องลงคะแนน พร้อมย้ำว่าดีเอสไอเลือกปฏิบัติ และไม่สนใจตรวจสอบ “กลุ่มอื่นๆ” บ้าง
เสมือนกับ วางระเบิดไปยัง “สว.ต่างกลุ่ม” ให้ถูกดีเอสไอตรวจสอบ อีกนัยยังสะท้อนให้เห็นว่า สว.สีน้ำเงินไม่ยอมตายเดี่ยวแน่นอน หากจะตาย ก็ขอกอดคอเพื่อให้ตายตกไปตามกันด้วย
แม้ว่า “บิ๊กสีแดง” ไม่ต้องการมุ่งหวังให้ “ล้มกระดาน สว.” แค่ต้องการ “ทุบให้ย้ายฝั่ง”เท่านั้น แต่ “บิ๊กสีน้ำเงิน” เลือกที่จะ “ยอมหัก ไม่ยอมงอ” เซ็ตให้สงครามนี้ คือ เดิมพันในสิ่งที่มากกว่า “อำนาจทางการเมือง”
จึงทำให้เห็นภาพ ประกาศศึกท้าชนของ สว.สีน้ำเงิน แบบไม่หวั่นเกรงอำนาจใด.







