background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

'โรม' หวั่นฟอกขาว'คอลเซ็นเตอร์' ปูด17 ล้านคนเข้าออกไทยไร้เก็บอัตลักษณ์

'โรม' หวั่นฟอกขาว'คอลเซ็นเตอร์'  ปูด17 ล้านคนเข้าออกไทยไร้เก็บอัตลักษณ์

'กมธ.มั่นคงฯ' เรียกหน่วยงานแจงปราบอาชญากรรมข้ามชาติ 'โรม' หวั่นฟอกขาว 'คอลเซ็นเตอร์' หลังข้อมูลใหม่'ไบโอเมตริกซ์' ไลเซนส์หมดอายุ นักท่องเที่ยว17 ล้านคนเข้าออกไทยไร้ระบุตัวตน คาใจ 'ดีเอสไอ'ยื้อหมายจับหม่อง ชิดตู่

ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน  ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมกมธ.ซึ่งเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ข้อมูลประเด็นนการแก้ปัญหาคอลเซ็นเตอร์ ว่า การส่งตัวเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์กลับไปประเทศต้นทางขณะนี้มีความน่ากังวลอยู่ตรงที่การเก็บข้อมูล ซึ่งมี2ส่วน

ส่วนที่หนึ่งคือการสอบข้อเท็จจริงต่างๆการเช็กข้อมูลเพื่อยืนยันว่าเป็นเหยื่อจริงหรือไม่หรือเป็นอาชญากร ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลสำคัญที่จะนำมาใช้ในการปราบปรามต่อไป ที่น่าห่วงคือ ณ วันนี้ข้อมูลที่เก็บได้ยังไม่ใช่ข้อมูลทั้งหมดเพราะยังมีระดับบอส ระดับเมเนเจอร์ ซึ่งบางกระแสระบุว่า อาจจะไม่ได้อยู่ที่เมียวดีแต่อยู่ที่ประเทศไทย ในจุดที่ไม่ไกลจากเมืองหลวง

เพราะหากยังจัดการเรื่องนี้ไม่ได้จะกลายเป็นว่าเมื่อมีการส่งเหยื่อคอลเซ็นเตอร์กับประเทศแล้วจะยังมีจีนเทาอยู่ในประเทศใช่หรือไม่ นี่คือสิ่งที่ประเทศไทยจะต้องปกป้องตัวเองจะหวังพึ่งประเทศอื่นไม่ได้

ประเด็นที่2ซึ่งสำคัญไม่แพ้กันคือการเก็บอัตลักษณ์ข้อมูล เพราะอย่างที่รู้กันบรรดาจีนเทาเหล่านี้จะมีการไปซื้อสัญชาติ ซื้อพาสปอร์ต ฉะนั้นหากไม่มีการเก็บอัตลักษณ์เลยเราจะรู้ได้อย่างไรว่าคนเหล่านี้ในอนาคตอาจจะกลับมาอีกด้วยพาสปอร์ตเล่มใหม่

วันนี้ตนได้ข้อมูลว่าเหตุผลที่ไม่มีการเก็บอัตลักษณ์นั้นอาจเป็นเพราะระบบที่เราซื้อ ใช้ไม่ได้อีกแล้ว หมายความว่า ที่เราใช้กันที่สนามบินไม่ว่าจะเป็นสุวรรณภูมิดอนเมือง ภูเก็ต เชียงใหม่ รวมไปถึงบริเวณชายแดนมีความเป็นไปได้ว่าตอนนี้ระบบที่เคยซื้อไปไม่ได้มีการเก็บข้อมูลอัตลักษณ์อีกแล้วมาเป็นเวลานาน

นายรังสิมันต์ ยังกล่าวว่า สาเหตุที่ไม่มีการเก็บข้อมูลเท่าที่ทราบเกิดจากไลเซนส์น่าจะหมดอายุ เรื่องนี้คงต้องมีการซักถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหากไม่มีมาตรการอะไรเลยแล้วปล่อยให้คนเข้าออกเช่นนี้ประเทศไทยจะเสียหายอย่างมาก

นอกจากนี้เท่าที่ทราบคือมีความเป็นไปได้ว่าคนที่เข้าออกประเทศไทยซึ่งตัวเลขอาจจะถึง 17ล้านคน อาจจะไม่มีการเก็บข้อมูลอัตลักษณ์เลยส่วนที่มีการเก็บอยู่ในขณะนี้เป็นเพียงแค่การเก็บหน้าพาสปอร์ตรวมถึงชื่อแต่เพียงเท่านั้นแต่ไม่ได้เป็นไปในลักษณะของไบโอเมตริกซ์

หมายความว่า "นาย ก." มาประเทศไทยด้วยสัญชาติจีนด้วยพาสปอร์ตจีนไปก่ออาชญากรรมอะไรเข้า เราพบว่า คนนี้คือ นาย ก. แต่หนีไปแล้วเราอาจจะขึ้นแบล็คลิสต์วันข้างหน้าหาก นาย ก.มาด้วยสัญชาติวานูวาตูมาที่ประเทศไทยใช้พาสปอร์ตวานูวาตู เราไม่สามารถระบุได้ ผมขอให้เรื่องนี้ไม่จริงวันนี้จึงถือโอกาสถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสองเรื่องดังกล่าว ผมรับรองได้เลยว่าถ้าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงถือเป็นเรื่องใหญ่นั่นหมาย ความว่าระบบความมั่นคงของประเทศ พังทั้งหมด

อีกประเด็นที่จะมีการพิจารณาวันนี้คือการออกหมายจับ พล.ต.หม่อง ชิตตู่ ผู้นำ BGF ซึ่งมีข้อสงสัยว่าเป็นการละครหรือ ฟอกขาวหรือไม่อย่างที่รู้กันว่าเดิมทีอัยการจะมีการไปพบกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)แต่จู่ๆกลับมีการยกเลิกกระทันหัน

คิดว่าเรื่องนี้ถ้าเป็นจริงผิดกันอย่างชัดเจนรวมถึงประเทศต่างๆคว่ำบาตรหม่อง ชิดตู่ อย่างชัดเจนตนเป็นห่วงว่าระบบกฎหมายไทยจะกากกลายเป็นการฟอกขาวให้กับ หม่อง ชิตตู่ไป

ซึ่งเรื่องนี้คงจะต้องมีการพูดคุยนอกจากนี้ยังมีอาชญากรอีกหลายหลายคนที่เราจะต้องวางเป้าหมายร่วมกันของรัฐต่อไปและจะต้องมีการพูดคุยทั้งในส่วนของดีเอสไอ และ สภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.)

เมื่อถามถึงข้อมูลของเมือง กลุ่ม D.K.B.A นายรังสิมันต์โรม เผยว่า ข้อมูลที่ได้รับมานั้น เป็นบริเวณแถบช่องแคบที่มีแก๊งสแกมเมอร์อยู่ประมาณหลักหมื่นคน อาจจะรวมเหยื่อ อาชญากร ที่มีการทารุณกรรม ความโหดร้าย จากข้อมูลของชาวบ้านที่ระบุว่ามีการพบศพช่วงน้ำหลากบริเวณริมแม่น้ำเมยประจำ ซึ่ง D.K.B.A ก็ไม่ได้มีความเป็นเอกภาพ มีผู้นำคือ พลจัตวา ซาย จอ หล่า หรือ โกซาย ซึ่งตนเองมองว่ามีความโหดร้ายทารุณไม่ต่างกับพื้นที่ของ พล.ต.หม่องชิตตู่

อย่างไรก็ดี ในส่วนของเรื่องการใช้ไฟตนเองเข้าใจว่าน่าจะมีการพ่วงมาก่อนหน้านี้จากภายใน แต่ตอนนี้ตัดไปหมดแล้ว รวมทั้งข่าวที่ตนเองได้รับจากสื่อมวลชนว่าจะมีการขนถังแก๊ส และน้ำมัน ซึ่งอยู่ใกล้กับบ้านของโกซายอีกด้วย