วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม 2569

Login
Login

‘แพทองธาร’ ปัด พท. หน้าอย่างหลังอย่าง ‘แก้รธน.’ ย้ำ ผลักดันต่อ

‘แพทองธาร’ ปัด พท. หน้าอย่างหลังอย่าง ‘แก้รธน.’ ย้ำ ผลักดันต่อ

“แพทองธาร” เผย ไม่เหนือความคาดหมาย สภาล่ม วาระ “แก้รธน.” รู้แต่ละพรรคคิดต่าง ปัด พท. หน้าอย่างหลังอย่าง ย้ำจุดยืนเดิม ไม่แตะหมวด1-2 ลุย ดันต่อไป

ที่สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ อาคารไปรษณีย์กลาง ถ.เจริญกรุง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการประชุมร่วมรัฐสภาล่มในวาระพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติม ม.256 ว่า จะได้เห็นว่าภายใต้การนำทั้ง สว.และ สส.ในสภาฯ ก็คิดต่างกันได้ ทั้งนี้ นายกฯ ยอมรับ ไม่เหนือความคาดหมาย

เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านโจมตีพรรคเพื่อไทย ที่เป็นแกนนำรัฐบาล แต่กลับทำให้สภาฯล่ม นายกฯ กล่าวว่า จริงๆ ก็เป็นกลไกทางสภาฯ เมื่อทั้ง 2 สภาฯ มีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ก็เป็นอย่างนี้ ส่วนเรื่องใดเราเห็นตรงกัน ก็จะไม่ออกมาเป็นแบบนี้เท่านั้นเอง

เมื่อถามว่า แสดงว่าเป้าหมายของพรรคเพื่อไทย มองว่าควรยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ประเด็นทำประชามติใช่หรือไม่ เพราะมีบางส่วนไปลงชื่อสนับสนุนญัตติยื่นให้ศาลฯ วินิจฉัย นายกฯ กล่าวว่า ตนคิดว่าพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค ต้องส่งไปเป็นคำถาม เพื่อให้ดำเนินการได้ถูกต้องตามกฎหมาย

เมื่อถามว่า เรื่องนี้เป็นนโยบายที่รัฐบาลแถลงต่อรัฐสภาจะต้องพูดคุยกันกับพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า คุยค่ะ ก็คุยกันก่อนแล้ว 

เมื่อถามว่า จะคุยกันต่ออีกหรือไม่ เพื่อให้มีความเป็นเอกภาพ นายกฯ กล่าวว่า มันเป็นข้อเสนอของแต่ละพรรคที่เราเสนอมาตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งแล้ว ก็ทราบอยู่แล้วว่าแต่ละพรรคเสนออย่างไร ก็ได้พูดคุยกัน แต่คิดไม่เหมือนกัน เพราะคนละพรรคกัน

เมื่อถามว่า เมื่อเป็นนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภาต้องปรับจูนเพื่อให้มีความเห็นสอดคล้องกันหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า มีหลายเรื่องมากที่เราคิดเห็นตรงกัน แต่แน่นอนว่ามันเป็นรัฐบาลผสม เพราะฉะนั้นจะเหมือนกันทั้ง 100% คงจะไม่ได้ เราก็เคารพสิทธิของความเข้าใจความเห็นด้วยและความไม่เห็นด้วย แต่มันก็ไม่มีอะไร

เมื่อถามว่า จะไม่เป็นปัญหาใช่หรือไม่ เพราะเรื่องการบริหารเป็นไปในทิศทางเดียวกัน แต่ในเรื่องของฝ่ายนิติบัญญัติเห็นต่างกัน นายกฯ กล่าวว่า ค่ะ เราทราบอยู่แล้วว่าเห็นต่างกัน

เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยเองอาจจะถูกมองว่าหน้าอย่างหลังอย่าง เพราะตอนหาเสียงและตอนอยู่ในสภาฯ ไม่เหมือนกัน นายกฯ กล่าวว่า เราว่าไม่ใช่หน้าอย่างหลังอย่างนะ เราก็ยังยืนจุดยืนเดิม ที่ไม่แก้หมวด 1 และ หมวด 2 เหมือนเดิม เพราะฉะนั้นก็ผลักดันไป และต้องใส่ความก้าวร้าวหรืออย่างไรหรือไม่ การที่รักษาไว้ ซึ่งความสงบและคุยกันด้วยเหตุผลแสดงจุดยืนทางประชาธิปไตยของตัวเอง