วันพุธ ที่ 11 มีนาคม 2569

Login
Login

'ภูมิธรรม' ดีเดย์ 30 ม.ค. ปราบอาชญากรรมชายแดนไทย ใครไม่พร้อม ไฟเขียวย้ายออก

'ภูมิธรรม' ดีเดย์ 30 ม.ค. ปราบอาชญากรรมชายแดนไทย ใครไม่พร้อม ไฟเขียวย้ายออก

20 ม.ค.2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ประกาศบนเวทีช่วยหาเสียงนายกอบจ.พรรคเพื่อไทยในภาคอีสานว่าจะเอาจริงเอาจังกับการปราบปรามปัญหาคอลเซ็นเตอร์และปัญหายาเสพติดในระยะเวลา 1 ปี ว่า เรื่องนี้น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ตนเองจัดการปัญหาเรื่องยาเสพติด ขณะนี้ทางรัฐบาลก็เอาจริงเอาจังอยู่แล้ว ซึ่งสิ่งแรกที่กำลังดำเนินการอยู่คือการป้องกันจากต้นทางให้ไม่สามารถเข้าประเทศไทยให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยมีการประชุมร่วมกันกับทุกหน่วยงาน

และวันที่ 30 ม.ค.นี้จะเป็นวันดีเดย์ที่จะมีการประชุมร่วมกันกับกระทรวงมหาดไทย, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.), สำนักงานป้องกันป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพราะขณะนี้การป้องกันชายแดนเป็นเรื่องที่ลำบาก ซึ่งจุดที่ยาเสพติดเข้ามาตรงด่านตรวจเราก็ป้องกันได้พอสมควร อีกทั้งทางการข่าวได้มีการปรับปรุงการทำงานในการสร้างการรับรู้ การตรวจสอบ และใช้เครื่องมือเข้าไปช่วยมากขึ้น ซึ่งวันที่ 30 ม.ค.นี้จะแถลงอย่างเป็นทางการ โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานพร้อมด้วยผู้บัญชาการเหล่าทัพ และผู้บัญชาการตำรวจจะมาชี้แจงพร้อมกัน ทั้งนี้หากใน 6 เดือนไม่เห็นผลก็จะมีมาตรการที่เข้มข้นขึ้นในการดำเนินการให้ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น 

นายภูมิธรรม กล่าวอีกว่า หลังจากการที่ตนลงพื้นที่แม่น้ำโขงเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาก็จะเห็นว่ามีช่องทางธรรมชาติที่มากมาย และตลอดแนวชายแดนไทย 240 กว่ากิโลเมตร ซึ่งเป็นเส้นทางที่ยาวมาก อีกทั้งของที่เข้ามาตามแนวชายแดนไม่ใช่แค่ยาเสพติดเพียงอย่างเดียว ซึ่งการดำเนินการในครั้งนี้เป็นการป้องกันชายแดนเป็น 2 ชั้นจากเดิมที่ให้ฝ่ายกิจการทหารชายแดนดูแลนั้น ยอมรับว่าไม่ทั่วถึง เพราะใช้วิธีลาดตระเวนและใช้การข่าวแต่เนื่องจากมีช่องทางธรรมชาติเยอะ จึงป้องกันให้มีชั้นที่เข้มข้นขึ้นทั้ง 14 จังหวัด 51 อำเภอใน 76 สถานีตำรวจ ทั้งแนวตะวันออกและตะวันตก ซึ่งคิดว่าจะเป็นมาตรการที่ให้ผลดีมากขึ้น และต้องขอระยะเวลาในการประเมิน 6 เดือน