background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

'กมธ.อำนาจเรียก' จ่อส่งรายงานให้สภาฯ หวังวิปฯดันถกก่อนปิดสมัย

'กมธ.อำนาจเรียก' จ่อส่งรายงานให้สภาฯ หวังวิปฯดันถกก่อนปิดสมัย

"กมธ. อำนาจเรียก" จ่อส่งรายงานให้ ปธ.สภาฯ บรรจุวาระแล้ว หวังวิปฯ ดันพิจารณาก่อนปิดสมัยประชุม พบเนื้อหา เอาผิดจริยธรรม กมธ. ละเว้นหรือทุจริตต่อหน้าที่ พร้อมเขียนบังคับทางอ้อมให้ “เอกชน” ให้ความร่วมมือกมธ.

ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อำนาจเรียกของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ว่า คณะกรรมาธิการวิสามัญ ที่มีนายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สส.กระบี่ พรรคภูมิใจไทย เป็นประธานกมธ.  ได้พิจารณาเนื้อหาแล้วเสร็จ และเตรียมส่งให้นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาฯ เพื่อบรรจุในวาระการประชุมสภาฯ ภายในสัปดาห์นี้ และเบื้องต้นได้ประสานไปยังคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) แล้วว่าจะให้สภาฯ ได้พิจารณาภายในสมัยประชุมนี้ ในวันที่ 30 ต.ค. แต่ขึ้นอยู่กับวิปรัฐบาลจะมีวาระด่วนเรื่องอื่นพิจารณาก่อนหรือไม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับการพิจารณาเนื้อหาในร่างพ.ร.บ. ทั้ง 15 มาตรา มีส่วนที่เป็นสาระสำคัญซึ่งกมธ. แก้ไข 12 มาตรา และมี 1 มาตรา

สำหรับมาตราที่มีการพิจารณาทบทวนหลังจากที่ก่อนหน้านี้กมธ.มีมติตัดออกไป คือ ร่างมาตรา 12 ว่าด้วยบทกำหนดโทษให้กับ กมธ.ที่ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ หรือ ทุจริต เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่ง ผู้ใด ให้ถือว่าเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรม ล่าสุดนั้นกมธ.ได้นำกลับมาบัญญัติไว้ในร่างพ.ร.บ. ที่เตรียมเสนอต่อสภาฯ แล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับมาตราที่กมธ.เพิ่มขึ้นใหม่ นั้นว่าด้วยบทกำหนดแนวทางใช้มาตรการบังคับทางอ้อมกับภาคเอกชน โดยกำหนดให้หน่วยงานภาครัฐที่มีหน้าที่กำกับดูแลการดำเนินการของภาคเอกชน เร่งรัดการส่งเอกสารหรือแถลงข้อเท็จจิงหรือแสดงความเห็นต่อกมธ. โดยกำหนดกรอบเวลาให้ดำเนินการภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันที่ได้ับหนังสือแจ้งจากประธานกมธ.

ซึ่งมีบทบัญญัติที่กมธ.กำหนดขึ้นดังนี้ ในกรณีที่บุคคลซึ่งไม่ได้ดำรงตำแหน่งนายกฯ รัฐมนตรี หรือ เจ้าหน้าที่ของรัฐ ไม่ปฏิบัติตามหนังสือเรียกของกมธ. ให้ประธานกมธ.โดยความเห็นชอบของกมธ. มีหนังสือแจ้งไปยังหน่วยางานของรัฐที่กฎหมายกำหนดให้มีอำนาจในการควบคุม กำกับการประกอบอาชีพ หรือประกอบกิจการของบุคคลนั้น ดำเนินการเร่งรัดให้บุคคลนั้นส่งเอกสาร หรือ มาแถลงข้อเท็จจริงหรือแสดงความเห็นต่อกมธ.

ทั้งนี้กำหนดกรอบระยะเวลาให้หน่วยงานรัฐ รายงานผลดำเนินการต่อกมธ.ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากประธานกมธ.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในประเด็นการกำหนดโทษส่วนของเอกชนที่กมธ.เรียกให้ชี้แจงต่อกมธ. หากไม่ปฏิบัติตาม มีข้อถกเถียงว่าอาจเป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขตและมีการตั้งข้อสังเกตว่าจะมีผลกระทบต่อสิทธิ และเสรีภาพกับบุคคลธรรมที่อาจถูกนำไปเป็นประเด็นยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความได้อีก จึงมีข้อเสนอให้กำหนดเป็นการปรับเป็นพินัยที่ต้องนำไปออกกติกาเพื่อให้บังคับใช้ได้อย่างเหมาะสม แต่พบว่ามีความเห็นแย้งกัน จึงให้ กมธ.สงวนคำแปรญัตติไปอภิปรายต่อที่ประชุมสภาฯ ต่อไป.