วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘ภูมิใจไทย’ ยืดเวลาเช็กบิล 70 ค้ำรัฐบาล กุมชะตานายกฯ

ความหวาดระแวงของ “เพื่อไทย” ต่อ “ภูมิใจไทย” มีมาตลอดตั้งแต่ร่วมรัฐบาล เพราะ 70 เสียง กุมความได้เปรียบ พลิกเกมได้ทุกเมื่อ แต่วันนี้สถานการณ์กำหนดให้ต้องอุ้มกันไปก่อน วันหน้าค่อยว่ากัน เมื่อต่างฝ่ายต่างมีไม้เด็ดในมือ

KEY POINTS

  • การเขี่ยคนบ้านป่าฯ พลังประชารัฐ และการดึงประชาธิปัตย์ ร่วมรัฐบาล ถูกมองเป็นเกมล้างแค้นลุง และนายหัวชวน ของทักษิณ 
  • เกมนี้ต้องการทำให้ 2 พรรค อ่อนแอ แตกแยกกันภายใน
  • คิวต่อไปมีการมองไปที่ครูใหญ่ และภูมิใจไทย แต่ก็อาจไม่ง่าย
  • ในเมื่อพรรคน้ำเงินเป็นจิ๊กซอว์สำคัญของรัฐบาลอุ๊งอิ๊ง ลูกสาวนายใหญ่ ว่าจะอยู่หรือไป

การจัดตั้งรัฐบาลข้ามขั้วของเพื่อไทย หลังเลือกตั้งปี 66 ทิ้งแนวร่วมฝ่าประชาธิปไตย หันไปจูบปากเครือข่ายลุง ขึ้นสู่อำนาจ

เพื่อไทยใช้ต้นทุนทางการเมืองมหาศาล แต่ก็ถือว่าคุ้ม เมื่อทักษิณ ชินวัตร ได้กลับประเทศแบบเท่ๆ ชนิดที่ใครหน้าไหนก็ทำไม่ได้

แถมลูกสาวอุ๊งอิ๊ง ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ในวันที่ผู้เป็นพ่อผงาดเป็นศูนย์กลางอำนาจ

การจัดโครงสร้างพรรคร่วมรัฐบาลใหม่ แกนนำแต่ละพรรครู้ดีว่า ใครคือ มาสเตอร์มายด์ ตัวจริง คอยคุมเกม เอาใครเข้า เอาใครออก

การร่วมรัฐบาลของประชาธิปัตย์ โดยทิ้งกลุ่มของชวน หลีกภัย ไว้ข้างหลัง เช่นเดียวกับการดึงกลุ่มธรรมนัส ของพลังประชารัฐ แล้ว ลอยแพ ประวิตร วงษ์สุวรรณ

สะท้อนให้เห็นว่าใครที่อยากร่วมรัฐบาล ต้องแลกด้วยการซูฮกทักษิณ

การบริหารจัดการสถานการณ์ต่างๆ ของทักษิณ อีกมุมถูกมองว่าต้องการเช็กบิลชำระแค้น ผู้ยิ่งใหญ่ของแดนสะตอ และบ้านป่าฯ

แม้ทักษิณ จะบอกว่าตัวเองอยู่กับปัจจุบัน และอนาคต แต่ถ้าคนที่ใกล้ชิดจะรู้ดีว่า ใครทำอะไรไว้ นายใหญ่จำไม่ลืม

โจทก์รายต่อไปของทักษิณ ที่ต้องเช็กบิล จะใช่ครูใหญ่แห่งภูมิใจไทย หรือไม่กับวลี “มันจบแล้วครับนาย” ที่ยังก้องในหูใครบางคน

การพลิกขั้วไปจัดตั้งรัฐบาลกับประชาธิปัตย์ของภูมิใจไทย เป็นจุดเริ่มต้นของขบวนการคนเสื้อแดง ที่ชุมนุมต่อต้านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมัยเป็นนายกฯ โดยมีเครือข่าย 3 ป. เป็นเกราะคุ้มกัน

จนสถานการณ์แตกหัก เกิดความสูญเสียของผู้ชุมนุม 99 ศพ และผู้บาดเจ็บอีกจำนวนมาก

ศัตรูของทักษิณหลายคนตอนนี้ ไม่อยู่ในสถานะที่จะไล่เช็กบิลเหมือนกับหลายคนที่ยังโลดแล่นทางการเมือง

ภูมิใจไทยเอง ก็อาจจะไม่หมูที่ทักษิณจะบดขยี้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา การบริหารจัดการภายในกุมสภาพเบ็ดเสร็จ ไม่ปล่อยให้พรรคอ่อนแอ เหมือนพลังประชารัฐ ที่ขึ้นสู่จุดสูงสุด และกำลังตกต่ำลงเรื่อยๆ ชนิดที่ยังไม่รู้จุดสิ้นสุด

เจ้าของพรรคสีน้ำเงินรู้ดี เคยไปทำให้ทักษิณ โกรธแค้นขนาดไหน การเดินเกม และบริหารจัดการ การเมืองของยี่ห้อนี้ จึงต้องละเอียดทุกเม็ด

การวางตำแหน่งตัวเองชัดเจน เป็นพรรคที่ขนาดต้องไม่ใหญ่ หรือเล็กเกินไป เพราะถ้าใหญ่ไปกว่านี้ หรือมี สส.100 อัป โอกาสเป็นฝ่ายค้านสูง หรือถ้าเล็กเกินไป สส. 20-30 คน อำนาจต่อรองไม่มี

ไซส์กำลังดีของพรรคน้ำเงิน คือ 70-80 คน แบบที่เป็นอยู่ ไม่ว่าใครเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ก็ต้องใช้บริการภูมิใจไทย

มิหนำซ้ำ เครือข่ายน้ำเงินยังครองสภาสูง ยิ่งเพิ่มอำนาจต่อรองทางการเมืองกับทักษิณ ได้มหาศาล

ติดแค่เรื่องเดียว ภูมิใจไทย โดนจับพาดเขียง ถูกร้องยุบพรรคต่อ กกต. จากกรณีศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยศักดิ์สยาม ชิดชอบ เมื่อครั้งนั่ง รมว.คมนาคม ถือหุ้น หจก.บุรีเจริญ คอนสตรัคชั่น โดยมิชอบ แล้วห้างหุ้นส่วนดังกล่าว บริจาคเงินเข้าภูมิใจไทย

จุดนี้จึงอาจเข้าทางผู้มีอำนาจตัวจริงทางการเมืองไม่มากก็น้อย ใช้เป็นเกมต่อรอง สำหรับวันข้างหน้า ที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาภูมิใจไทย

วันนี้ 319 เสียงของรัฐบาล หายไป 1 จากพรรคเสรีรวมไทย เหลือ 318 บวกลบ ยิ่งเข้าทาง 70 เสียงของภูมิใจไทย ค้ำอำนาจรัฐบาล กุมความเป็นไปของนายกฯ อุ๊งอิ๊งเอาไว้

นโยบายเรือธงนายใหญ่ ภูมิใจไทย ยังกล้าขวางร่าง พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจร รองรับการเปิดกาสิโนในไทยด้วยซ้ำ

ถ้า 318 ขาดไป 70 เสียง จะเหลือ 248 เสียง รัฐบาลสุ่มเสี่ยงหน้าคว่ำเหลือเกิน

เหตุผลสำคัญ ทำไมนายใหญ่เพื่อไทยต้องกวาดต้อน สส.ไว้ในมือให้มากที่สุด ก็เผื่อต้องแตกหัก รัฐบาลจะได้ไม่ล้ม ลูกสาวจะได้ไม่เดี้ยงคาสังเวียนให้เสียชื่อ

ความหวาดระแวงของเพื่อไทย ต่อภูมิใจไทย มีมาตลอดตั้งแต่ร่วมรัฐบาล เพราะ 70 เสียง กุมความได้เปรียบ พลิกเกมได้ทุกเมื่อ แต่วันนี้สถานการณ์กำหนดให้ต้องอุ้มกันไปก่อน วันหน้าค่อยว่ากัน เมื่อต่างฝ่ายต่างมีไม้เด็ดในมือ

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์   ศิลาวงษ์