วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน 2569

Login
Login

‘สภาฯ-เพื่อไทย’ 319 เสียง ค้ำเสถียรภาพ‘รัฐบาลอิ๊งค์’

‘สภาฯ-เพื่อไทย’ 319 เสียง ค้ำเสถียรภาพ‘รัฐบาลอิ๊งค์’

พรรคเพื่อไทย ฐานะแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ที่ฟอร์มทีม “พรรคร่วมรัฐบาล” รอบสอง รวบรวมเสียงข้างมากในสภาฯ 319 เสียง ไว้ในมือได้สำเร็จอีกครั้ง

แม้มติของ สส.พรรคเพื่อไทย จะปิดสวิตช์ “พลังประชารัฐ” เขี่ยออกจากพรรคร่วมรัฐบาลได้ ด้วยข้อหาปฏิปักษ์กับรัฐบาล ตามที่ “อดิศร เพียงเกษ” สส.เพื่อไทย ย้ำเฉพาะเจาะจงว่า เป็น “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” หัวหน้าพรรค ที่ไม่ร่วมโหวต “นายกฯ” ของพรรคเพื่อไทย ตั้งแต่ “เศรษฐา ทวีสิน” มาถึง “แพทองธาร ชินวัตร” รวมถึงคาดว่า เป็นที่อยู่เบื้องหลังอดีต สว.กลุ่ม 40 ยื่นเรื่องถอดถอน “เศรษฐา” พ้นเก้าอี้นายกฯ

‘สภาฯ-เพื่อไทย’ 319 เสียง ค้ำเสถียรภาพ‘รัฐบาลอิ๊งค์’

และเหตุผลที่เป็นประเด็นซุบซิบหลังห้อง ซึ่งเจือความสงสัยว่า “อดีตนายทหารใหญ่” คนนี้ อยู่ร่วมวงของ “คณะทหาร 3 ป.” ที่ลุกขึ้นมายึดอำนาจรัฐบาล “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ด้วย

ดังนั้นการเก็บความแค้น ไว้รอเอาคืน และการสะสางวันนี้ จึงถือว่ายังไม่สาย

สำหรับ 319 เสียง จากสส.ในสภาฯ 493 คน ที่ พรรคเพื่อไทยรวบรวมไว้ในมือขณะนี้ เป็นอย่างน้อย ประกอบด้วย “พรรคเพื่อไทย” 141 เสียง “พรรคภูมิใจไทย” 70 เสียง “พรรครวมไทยสร้างชาติ” 36 เสียง “พรรคชาติไทยพัฒนา” 10 เสียง “พรรคประชาชาติ” 9 เสียง “พรรคชาติพัฒนา” 3 เสียง “พรรคไทรวมพลัง” 2 เสียง

“พรรคประชาธิปัตย์” 25 เสียง (ทั้งนี้อาจมี 4 เสียง ที่ไม่อาจนับรวม คือ ชวน หลีกภัย บัญญัติ บรรทัดฐาน จุรินทร์​ลักษณวิศิษฏ์ สรรเพชญ บุญญามณี) 

กลุ่มของ “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” สส.พะเยา ผู้ที่ประกาศตัวเป็นอิสระจากพรรคพลังประชารัฐ 22 เสียง ซึ่งในกลุ่มของ ร.อ.ธรรมนัส นี้ ยังพ่วงพรรคเล็กมาอีก 5 เสียง คือ พรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน พรรคใหม่ พรรคท้องที่ไทย และ พรรคพลังสังคมใหม่

‘สภาฯ-เพื่อไทย’ 319 เสียง ค้ำเสถียรภาพ‘รัฐบาลอิ๊งค์’

นอกจากนี้ ยังมี กลุ่มสส.จากพรรคไทยสร้างไทย 5 เสียงที่รอการพิจารณาลงโทษ หลังโหวตสวนมติพรรคร่วมฝ่ายค้าน ในกรณีโหวต “แพทองธาร ชินวัตร” เป็นนายกฯ และ อีก 1 เสียงที่ถูกขับออก คือ สุภาพร สลับสี สส.ยโสธร ซึ่งขณะนี้ รอเข้าสังกัดพรรคใหม่ ซึ่งคาดว่าน่าจะไปเติมเสียงให้พรรคเพื่อไทย

เรียกได้ว่า เสียง สส.ที่มี เพียงพอประคองให้ “รัฐบาลแพทองธาร” มีเสถียรภาพในงานสภาฯ กระบวนการตรวจสอบ ทั้งการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งนาทีนี้ มั่นใจได้ว่า ไม่สามารถเขย่า“นายน้อย”ตกเก้าอี้ได้

ดังนั้นในภารกิจของสภาฯ พรรคเพื่อไทยจึงเป็นฝ่ายที่มีความเข้มแข็งมาก ทว่าในความเข้มแข็งดังกล่าว ก็มีความหลากหลายมากเช่นกัน โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ที่มีอุดมการณ์และนโยบาย “สวนทาง” จึงต้องจับตาการผลักดันวาระ และนโยบาย “รัฐบาลเพื่อไทย” จะมีรอยปริแตกหรือไม่

สำหรับความเคลื่อนไหวที่สอดคล้องเรื่องนี้ คือ “พรรคประชาธิปัตย์” ที่อดีต เป็นพรรคคู่แค้น-คู่ขัดแย้งทางการเมือง จนถึงขั้นผีไม่เผา เงาไม่เหยียบ แต่ปัจจุบันเมื่อเปลี่ยนยุคผู้บริหาร เป็น “เฉลิมชัย ศรีอ่อน- เดชอิศม์ ขาวทอง” อดีตที่เคยขัดแย้ง เตรียมถูกเก็บใส่กล่อง

อย่างไรก็ดี ในวันนี้ (29 ส.ค.)ประชาธิปัตย์ ได้นัดประชุมกรรมการบริหารพรรค และ สส. เพื่อเคาะเป็นมติ ต่อการตอบรับหรือไม่ กับ “เทียบเชิญร่วมรัฐบาล” จากพรรคเพื่อไทย โดยตามข้อบังคับการประชุมของพรรค ต้องใช้การตัดสินจากการเห็นพ้อง แต่หากเห็นต่าง คือ การใช้เสียงข้างมาก ชี้ขาด

หากดูทิศทางแล้ว “ประชาธิปัตย์” ที่มีพวกของ “เฉลิมชัย-เดชอิศม์” เป็นส่วนใหญ่ของกรรมการบริหารพรรค และเสียงข้างมากของ สส.ที่นับหัวแล้ว เป็นขั้วของ “หัวหน้า” 21 คน ส่วนอีก 4 คน คือสายชวน ประกอบด้วย “ชวน -บัญญัติ-จุรินทร์-สรรเพชร” มติจึงไม่สามารถบิดไปจาก “การตอบรับร่วมรัฐบาล” ได้ ในเมื่อ “เฉลิมชัย-เดชอิศม์” ส่งสัญญาณมาตลอดว่า ไม่ปฏิเสธการเข้าร่วมรัฐบาลพรรคเพื่อไทย

‘สภาฯ-เพื่อไทย’ 319 เสียง ค้ำเสถียรภาพ‘รัฐบาลอิ๊งค์’ ดังนั้นการรอคำยืนยันในมติ “ประชาธิปัตย์” ที่จะเป็นกองหนุนให้ “รัฐบาล-เพื่อไทย” มีคำถามที่ทั้ง 2 พรรค ต้องรอตอบจาก “โหวตเตอร์” ให้ดี คือ “ความไว้วางใจ จะไปอย่างไรต่อ” เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่า แฟนพันธุ์แท้ของ “ประชาธิปัตย์” และ “เพื่อไทย” ต่างไม่ยอมรับในเนื้อแท้ของ “พรรคต่างขั้ว”

ทั้ง “โหวตเตอร์ของเพื่อไทย” ที่ไม่ยอมรับ “ประชาธิปัตย์” เพราะเจ็บแค้น จากการลากทหารออกมายึดอำนาจรัฐบาลของพวกเขา

ขณะที่ “โหวตเตอร์ของประชาธิปัตย์” ไม่ยอมรับ “เพื่อไทย-ทักษิณ ชินวัตร” ที่ทอดทิ้งคนใต้ และมีนโยบายที่คน 3 จังหวัดภาคใต้ไม่ยอมรับ

เมื่อ “ประชาธิปัตย์-เพื่อไทย” หันมาจูบปากกันวันนี้ ต้องมีคำอธิบายให้ดีกับฐานเสียงที่ภักดี ไม่เช่นนั้น “ตาอยู่” อาจจะเอาไปกินในการเลือกตั้งครั้งหน้า ซึ่ง “พรรคประชาชน” กำลังรุกคืบ เก็บแต้มในหลายท้องถิ่น

‘สภาฯ-เพื่อไทย’ 319 เสียง ค้ำเสถียรภาพ‘รัฐบาลอิ๊งค์’

ย้อนกลับมาในเสียงของสภาฯ เมื่อ “ฝั่งรัฐบาล” รวมเสียงได้เข้มแข็งแล้ว สำหรับพรรคร่วมฝ่ายค้านแบบชัดเจนว่า ในขณะนี้ “พรรคก้าวไกล” 143 เสียง “พรรคเป็นธรรม” 1 เสียง “พรรคไทยก้าวหน้า” 1 เสียง รวม 145 เสียง 

นอกจากนั้นพบว่ามี สส.ที่ไม่สังกัดฝ่ายชัดเจน อีก 19 เสียง คือ “พรรคเสรีรวมไทย” 1 เสียง และ “พรรคพลังประชารัฐ” กลุ่ม “พล.อ.ประวิตร” 18 เสียง

ดังนั้น ต้องจับตาเกมในสภาฯ หลังจาก “รัฐบาลแพทองธาร” แถลงนโยบายต่อรัฐสภาแล้ว “2 ฝ่ายในสภาฯ” จะเดินงานตรวจสอบ-ถ่วงดุลกันอย่างไร หรือแค่ทำงานเอาหน้า-เอาใจ “ฝักฝ่าย” ของตนเท่านั้น.