'ฝ่ายค้าน' ใช้เวทีสภาฯ ย้ำจุดยืนไม่เห็นชอบ 'แพทองธาร' ดอดวิพากษ์ศาลรธน.

บรรยากาศ สภาฯ ป่วน ปม "สส.ฝ่ายค้าน" ขอใช้เวทีโหวตนายกฯ อภิปราย พบ'สส.เพื่อไทย' ประลองปัญญา 'วันนอร์' ก่อนให้ "ณัฐพงษ์" อภิปรายวิพากษ์ศาลรธน.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุมสภาฯ วาระเพื่อลงมติให้ความเห็นชอบบุคคลให้ดำรงตำแหน่งแทนตำแหน่งที่ว่าง ซึ่งพบว่ามีการเสนอชื่อ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เพียงชื่อเดียว ทั้งนี้เมื่อพ้นขั้นตอนการเสนอชื่อแล้ว ยังไม่สามารถลงมติได้ เนื่องจาก สส. ฝ่ายค้านต้องการให้เปิดอภิปรายในประเด็นดังกล่าว เพราะมองว่าเป็นวาระที่สำคัญ อีกทั้งก่อนหน้านั้นในการโหวตนายกฯ รอบที่ผ่านการเสนอชื่อนายกฯ นับว่าเป็นญัตติและได้มีการอภิปรายแสดงความเห็น ขณะที่สส.ฝ่ายรัฐบาลมองว่าไม่ควรมีขั้นตอนการอภิปราย เพราะกังวลว่าจะเป็นการอภิปรายที่ก้าวล่วงไปถึงกระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติผู้เสนอชื่อให้สภาฯลงมติ
อย่างไรก็ดี นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ฐานะประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ชี้แจงว่า ค่ำวานนี้ นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒนสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ฐานะวิปฝ่ายค้านได้โทรศัพท์ประสานที่จะขอให้อภิปราย ซึ่งเห็นควรควรได้เวลาอภิปรายสั้นๆ ไม่เกิน 20 นาที
ทั้งนี้พบว่ายังมีการถกเถียงกันระหว่างสส.ฝ่ายค้านและสส.ฝ่ายรัฐบาล รวมถึงนายวันมูหะมัดนอร์ ที่ถูกสส.เพื่อไทย คือ นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ที่อภิปรายไม่เห็นด้วยและมองว่าเป็นการประลองปัญญาระหว่างตนและประธานสภาฯ ทำให้นายวันมูหะมัดนอร์ ชี้แจงว่าไม่ใช่การประลองปัญญา แต่เป็นการหารือกันแล้วระหว่างประธานวิปรัฐบาลและวิปฝ่ายยค้าน ดังนั้นจึงอยากให้คุยกันด้วยดี และการอภิปรายไม่ก้าวล่วงถึงคุณสมบัติ
“ผมขออภัยทุกคนไม่อาจทำให้ถูกใจทุกคน แต่ทำในสิ่งที่พึงปฏิบัติและทำได้ในสิ่งที่จะทำงานข้างหน้าได้ ประนีประนอมถอยคนละก้าว พรรครัฐบาลเสนอมาและฝ่ายค้านเสนอมาในแนวทางนี้ ผมขออนุญาตให้มีการอภิปรายไม่ล้ำถึงคุณสมบัติ เพราะสภาฯ ไม่สามารถตัดสินใจเรื่องดังกล่าวได้ และไม่ถามในนโยบายหรือเรื่องนั้นเรื่องนี้” นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวและให้มีการอภิปรายของสส.ก่อนการลงมติ
จากนั้นเมื่อเวลา 10.50 น. สส.ฝ่ายค้านได้อภิปราย โดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายตอนหนึ่งว่า ไม่เห็นด้วยใสนกระบวนการนิติสงครามที่ทำโดยกลุ่มคนชนนำที่ไม่ได้มาจากอำนาจประชาชน สำหรับการสส.ลงมติไม่ว่าอย่างไรเชื่อว่าจะเป็นภารกิจของสส.ทุกคนรวมถึงภารกิจของนายกฯ คนถัดไป กลับไปแก้ปัญหาที่ต้นตอ ทั้งนี้ตั้งแต่การจัดตั้งศาลรัฐธรรมนูญ ยุบพรรคการเมือง ทั้งสิ้น 111 พรรค ทั้งนี้พบว่ามีพรรคการเมืองที่ถูกยุบเพราะคดีการเมืองด้วย ซึ่งเป็นการให้อำนาจล้นเกินกับศาลรัฐธรรมนูญในการรยุบพรรค รวมถึงการตัดสิทธิการเมือง การประหารชีวิตทางการเมืองของนักการเมืองในหลายกรณี ถือว่าเป็นการจัดวางอำนาจหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระอื่นๆ ที่รุกล้ำเขตแดนอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติและบริหาร
“รัฐธรรมนูญ 2560 ถูกใช้เป็นเครื่องมือให้กลุ่มชนชั้นนำถือใบอำนาจทุบทำลายผู้แทนราษฎร ผู้ทรงอำนาจสูงสุดจากประชาชน ทั้งนี้การได้นายกฯคนใหม่โดยเร็ว เพื่อไม่ให้เกิดสุญญากาศทางการเมือง ปรับปรุงแก้ไขกฎหมายต่างๆ รวมถึงรัฐธรรมนูญรายมาตรา และ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญจัดวางตำแหน่งหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระให้เป็นไปตามหลักการสากล ให้พรรคการเมืองเกิดได้ตายยาก และทบททวนมาตรฐานจริยธรรม ให้ประชาชนตัดสิน ไม่ใช่องค์คณะบุคคล วาระที่มีร่วมกัน 3 ปี ผลักดันให้เกิดได้ การเลือกตั้ง 2570 ไม่ว่าพรรคใดชนะเลือกตั้งสิ่งที่ผมนำเสนอเป็นพื้นฐานสำคัญให้กับระบอบประชาธิปไตยและพรรคการเมือง ทำนโยบายแก้กฎหมาย บริหารประเทศตอบเจตจำนงค์ที่ประชาชนเลือก”
หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวย้ำว่า การลงมติของพรรคประชาชน ลงมติไม่เห็นชอบ สงวนจุดต่าง หลักการเดียวกันที่โหวตเลือกนายเศรษฐา ทวีสิน เมื่อปีที่แล้วที่ไม่เห็นด้ยกับการจับขั้วตั้งรัฐบาล.







