วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'มนพร' มั่นใจสภาฯผ่านร่างงบรายจ่ายเพิ่มเติมปี 67 เดินหน้าดิจิทัลวอลเล็ต

“มนพร” มั่นใจสภาฯผ่านร่างงบรายจ่ายเพิ่มเติมปี 67 เดินหน้าดิจิทัลวอลเล็ต บอกเตรียมความพร้อมทุกมิติ วางแพลตฟอร์มเพื่ออนาคต เชื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้กลับมาคึกคัก

นางมนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม ในฐานะวิปคณะรัฐมนตรี (ครม.) กล่าวถึงการประชุมสภาฯ ในวันที่ 31 ก.ค. เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 พ.ศ. .... เพื่อใช้ดำเนินโครงการดิจิทัลวอลเล็ตวงเงิน 1.22 แสนล้านบาท วาระ 2 และ วาระ 3 ว่า ตนได้ประสานงานกับพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อทำความเข้าใจรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการดิจิทัลวอลเล็ตทั้งหมดแล้ว เชื่อว่าจะสามารถผ่านการโหวตจากที่ประชุมสภาฯได้ เนื่องจากพรรคร่วมรัฐบาลเห็นตรงกันว่าสถานการณ์เศรษฐกิจขณะนี้ ต้องการกระตุ้นอย่างเร่งด่วน เพื่อให้ประชาชนมีเงินจับจ่ายใช้สอย

สำหรับ การเก็บข้อมูลระบบ Payment Platform รัฐบาลคำนึงถึงโครงการอื่นในอนาคตด้วย จึงเห็นควรให้มีการเก็บข้อมูลต่างๆ เพื่อนำมาคำนวณผลกระทบของการใช้จ่ายรัฐบาล และอัตราการหมุนของเงิน เพื่อให้รัฐบาลสามารถคำนวณผลกระทบในทุกมิติ
 

“ส่วนการกำหนดรายการสินค้าที่ไม่สามารถใช้จ่ายเงินตามโครงการได้ รัฐบาลจะขยายให้ครอบคลุมผู้ประกอบการไทยมากที่สุด และนำข้อมูลโครงสร้างการผลิต สัดส่วนปัจจัยการผลิต ในประเทศและต่างประเทศมาพิจารณาควบคู่ไปด้วย พร้อมทั้งจะได้รับความร่วมมือจากคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) เข้ามาช่วยประเมินผลสัมฤทธิ์ของโครงการ โดยเฉพาะการแข่งขันในตลาดค้าปลีกค้าส่ง”

ด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รัฐบาลจะจัดให้มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และเปิดเผยมาตรการดังกล่าวให้ ประชาชนทราบ โดยให้คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) เข้ามามีส่วนร่วมในการติดตาม พร้อมประเมินผลการกำหนดนโยบายและมาตรการในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
 

นางมนพร กล่าวต่อว่า รัฐบาลจะส่งเสริมให้ประชาชนนำเงินไปประกอบกิจการ โดยมีมาตรการส่งเสริมการลงทุน การเข้าถึงแหล่งเงินทุน และให้คำปรึกษา เพื่อให้ประชาชนที่ประสงค์จะนำเงินจากโครงการไปรวมตัวกันเพื่อประกอบกิจการสามารถดำเนินการได้โดยสะดวก

“รัฐบาลเตรียมความพร้อมโครงการดิจิทัลวอลเล็ตในทุกมิติ เราไม่ได้คิดจะให้เงินประชาชนไปจับจ่ายใช้สอยเพียงอย่างเดียว แต่เรามองถึงการรวมตัวกัน เพื่อประกอบธุรกิจด้วย และมั่นใจว่าเมื่อเงินเข้าสู่ระบบจะสามารถพลิกฟื้นเศรษฐกิจของประเทศให้กลับมามีเสถียรภาพ บรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยกลับมาคึกคัก และมีตัวเลขทางเศรษฐกิจด้านบวกเพิ่มมากขึ้น” นางมนพร กล่าว