วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

‘5 ประเด็น’ คำแถลงปิดคดี '40 สว.' ควรถอด ‘เศรษฐา’

‘5 ประเด็น’ คำแถลงปิดคดี '40 สว.' ควรถอด ‘เศรษฐา’

งวดเข้ามาทุกที คดีที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยคำร้อง 40 สว.ยื่นถอดถอน “เศรษฐา ทวีสิน” นายกรัฐมนตรี พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี ปมแต่งตั้ง พิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรี ในวันที่ 14 ส.ค.2567 นี้  ซึ่งมีกระบวนการแถลงปิดคดีภายใน 7 วัน เดดไลน์คือ 31 ก.ค.นี้  

โดยความเคลื่อนไหวของ "คู่ความทั้งสองฝ่าย"  ได้สรุปแถลงปิดคดีครบถ้วน ตามกรอบเวลาที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ในวันสุดท้าย 31 ก.ค.2567   ล่าสุด “สมชาย แสวงการ”  อดีต สว.ในฐานะผู้ร้อง อยู่ระหว่างการทำคำแถลงปิดคดีที่จะส่งต่อศาลรัฐธรรมนูญ และคาดว่าจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ ภายในวันที่ 31 ส.ค.2567 ก่อนจะส่งตามกระบวนการ คือ ให้ ประธานวุฒิสภา “มงคล สุระสัจจะ” ยื่นไปยังสำนักงานเลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญ

‘5 ประเด็น’ คำแถลงปิดคดี '40 สว.' ควรถอด ‘เศรษฐา’ สำหรับสาระของคำแถลงปิดคดีของ "กลุ่ม 40 อดีต สว." นั้น ได้ขมวดปมให้ศาลรัฐธรรมนูญได้เห็นรายละเอียดรวม 5 ประเด็น ดังนี้

การตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของบุคคลที่เสนอชื่อให้เป็นรัฐมนตรี ต้องตรวจสอบให้ถูกต้อง ซึ่งไม่สามารถอ้างว่าเป็นเรื่องของเลขาธิการคณะรัฐมนตรีตรวจคุณสมบัติตามขั้นตอนราชการ เพราะเรื่องดังกล่าวต้องให้ผู้มีอำนาจตัดสินใจ คือนายกฯเศรษฐาได้ลงนามด้วย

กรณีที่ นายกฯอ้างว่าไม่มีความรู้ทางด้านนิติศาสตร์ หรือรัฐศาสตร์นั้น 40 สว.ตอบโต้ว่า อ้างไม่ได้ เพราะตามกฎหมายประชาชนไทยต้องรู้กฎหมาย และยิ่งบุคคที่มีตำแหน่งนายกฯ จะอ้างไม่รู้ไม่ได้ หรืออ้างให้เป็นเรื่องของศาลพิจารณายิ่งไม่ได้ เพราะทุกเรื่องนายกฯต้องรับผิดชอบ แต่หากนายกฯไม่มีความรู้จริงๆ ยังมีฝ่ายกฎหมายที่คอยดูให้ได้

กรณีการสอบถามการแต่งตั้งบุคคลไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งมีรายละเอียดที่ “ปกรณ์ นิลประพันธ์” เลขาธิการกฤษฎีกา ระบุว่า มีการสอบถามจริง แต่สอบถามไปเพียงครั้งแรก ตอนตั้งครม.ครั้งแรก เมื่อ 1 ก.ย. 2566 และสอบถามไปเพียงบางข้อเท่านั้น 

ในครั้งแรกนั้น “เศรษฐา” เลือกไม่เสนอชื่อ “พิชิต” แต่พอการตั้ง ครม.2 ที่เสนอชื่อ “พิชิต” อีกครั้งนั้น ไม่พบการสอบถามกฤษฎีกาอีกครั้ง และการเลือกถามบางข้อ ทั้งที่ในวิสัยแล้วต้องถามให้ครบทั้งมาตรา ดังนั้นการเลือกถามจึงเป็นความผิดปกติ

‘5 ประเด็น’ คำแถลงปิดคดี '40 สว.' ควรถอด ‘เศรษฐา’ “บุคคลดังกล่าวยังมีปัญหาเรื่องคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 (4) และ (5) แต่การทำหนังสือสอบถามประเด็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้ถูกร้องที่สอง ทางสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ทำหนังสือหารือข้อกฎหมายไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกาโดยไม่ครบถ้วน ไม่มีการสอบถามในประเด็นมาตรา 160 (4) และ (5) แต่ไปถามในมาตรา 160 (6) และ (7)”

กรณีคุณสมบัติของพิชิต ที่ถูกถอดใบอนุญาตทนายความ ซึ่งมีหลักฐานประกอบ คือ คำพิพากษาของศาลฎีกาในกรณีจำคุก 6 เดือน พิชิตและพวก ฐานละเมิดอำนาจศาล และหนังสือจากเลขานุการศาลที่ส่งถึงสภาทนายความฯ ให้พิจารณาถอดใบอนุญาตทนายความ

‘5 ประเด็น’ คำแถลงปิดคดี '40 สว.' ควรถอด ‘เศรษฐา’

“การที่เลขาธิการศาลยุติธรรม มีหนังสือส่งไปสภาทนายความพิจารณาถอนใบอนุญาตทนายความ จนถึงตอนนี้ พิชิต และพวกรวม 3 คน ยังไม่ได้รับการคืนใบอนุญาตจากสภาทนายความ แม้พิชิตจะมีการฟ้องศาลปกครองในกรณีขอคืนใบอนุญาตทนายความ แต่ศาลปกครองได้พิพากษายืนตามสภาทนายความ ดังนั้นจึงชี้ให้เห็นว่าพิชิตขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 (4) และ (5) ทำให้ไม่สามารถเป็นรัฐมนตรีได้”

“สมชาย” ย้ำว่า กรณีของนายกฯเศรษฐา ที่นำชื่อ “พิชิต” ทูลเกล้าฯ เป็นรัฐมนตรี ทั้งที่ขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามชัดเจน เป็นกรณี “ทั้งๆ ที่รู้”

คือ ตั้งแต่ ก.ย.2566 ก่อนการทูลเกล้าฯเป็นรัฐมนตรีครั้งแรก และรู้ในเดือน เม.ย.2567 คือการทูลเกล้าฯ ครม.เศรษฐา 2 ว่าไม่มีคุณสมบัติ การกล่าวอ้างว่าไม่รู้ ทั้งนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์นั้นไม่สามารถรับฟังได้ เพราะมีประจักษ์พยานที่ชี้ชัด 

‘5 ประเด็น’ คำแถลงปิดคดี '40 สว.' ควรถอด ‘เศรษฐา’ ดังนั้น เมื่อนายกฯ ทั้งๆ ที่รู้ มาก่อนแล้ว ยังเสนอชื่อให้เป็นรัฐมนตรี จึงถือว่าจงใจกระทำในสิ่งที่ละเมิดรัฐธรรมนูญ และขัดกับจริยธรรมร้ายแรง

 “ผมไม่ขัดที่นายกฯเศรษฐา จะลาออกก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยวันที่ 14 ส.ค.นี้” สมชาย ระบุทิ้งท้าย.