วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม 2569

Login
Login

'ศิริกัญญา' อัด รัฐบาลจัดงบ68แบบ'ภูมิคุ้มกันต่ำ' อุ้ม'แจกหมื่น' สร้างภาระหนี้

'ศิริกัญญา' อัด รัฐบาลจัดงบ68แบบ'ภูมิคุ้มกันต่ำ'  อุ้ม'แจกหมื่น' สร้างภาระหนี้

"ศิริกัญญา" อัด รัฐบาลทำลายสถิติการคลัง จัดสรรงบ68แบบ"ภูมิคุ้มกันต่ำ" ชำแหละแจกดิจิทัลสร้างภาระหนี้

ที่รัฐสภา น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณ2568 ในวาระหนึ่ง เนื้อตอนหนึ่งว่า การจัดงบของรัฐบาลได้ทำลายสถิติทางการคลังหลายตัว

นอกเหนือจากรายจ่ายการลงทุนที่นายกฯประกาศกลางสภาว่าสูงสุดรอบ17ปี ยังมีในส่วนของงบขาดดุลที่สูงสุดในรอบ36ปี หลายประเทศที่มีปัญหาการคลังเรื้อรังมีการกำหนดไว้ในกฎหมายเสียด้วยซ้ำว่าจะไม่กู้ขาดดุลเกิน3%

แต่ปรากฎในส่วนของไทยไทยปี67 มีขาดดุล4.3% ปี68 ขาดดุล4.5% ถือเป็นความกล้าหาญของรัฐบาลเพราะที่ผ่านมาเราไม่เคยกู้จำนวนมหาศาลเช่นนี้หากไม่ได้เป็นปีที่ประสบวิกฤติเศรษฐกิจ

น.ส.ศิริกัญญา ยังกล่าวว่า ที่ผ่านมาตั้งแต่ปี57 รัฐบาลมีการกู้เต็มเพดานทุกปีปัญหาคือพอใช้จ่ายเงินเกินตัวแต่หาเงินไม่ทันก็จะทำให้เกิดความเสี่ยงซึ่งรัฐบาลกำลังพาประเทศไปเสี่ยง โดยไม่เหลืองบประมาณที่จะไปรองรับหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน สิ่งที่รัฐบาลกำลังทำคือโนสนโนแคร์ เพียงเพื่อให้มีเงินมากพอที่จะไปทำโครงการเดียวคือดิจิทัลวอลเล็ตเพียงโครงการเดียว
 

ขณะที่รายจ่ายการลงทุนที่สูงสุดรอบ17ปีนั้น ส่วนตัวมองว่าอาจไม่ใช่เรื่องน่ายินดี หากนับรวม80%ของงบโครงการลงทุนดิจิทัลวอลเล็ต จะเรียกว่าเป็นรายจ่ายลงทุนแทนที่จะเป็นการใช้จ่ายเพื่อการบริโภค

ดังนั้นหากลองคำนวณโดยตัด80%ของโครงการดิจิทัลวอลเล็ตออก จะเหลือรายจ่ายลงทุนเพียง20.8%ของงบประมาณ ซึ่งถือว่าปริ่มเกณฑ์ขั้นต่ำ เป็นเช่นนี้ทำให้ตนเกิดความสงสัยว่ารัฐบาลอาจไปตัดรายจ่ายประจำบางตัวเพื่อเปลี่ยนให้เป็นรายจ่ายลงทุน

ทั้งนี้จากข้อมูลพบว่ามีรายจ่ายประจำหลายตัวที่ได้งบต่ำกว่าที่ต้องใช้รวมประมาณ1.6แสนล้านบาท พรรคก้าวไกลเคยถูกกล่าวห่ว่าจะตัดบำนาญข้าราชการอันที่จริงคือรัฐบาลนี้ เพราะการจัดอันดับความสำคัญของรัฐบาลหากจะให้คนกลุ่มนี้ต้องไปลุ้นกันที่การของบกลางบบนี้เรียกว่าไม่ได้ให้ความสำคัญ 

การดำเนินนโยบายเช่นนี้ จึงมีความเสี่ยงที่ในปีหน้าเราจะใช้เงินเพื่อชดใช้เงินคงคลังสำหรับภาระดอกเบี้ยถึง3.9หมื่นล้านบาท 
 

ส่วนกรณีการชำระเงินต้นซึ่งรัฐบาลพยายามบอกว่าสูงสุดในรอบ19ปี ส่วนตัวมองว่า อาจเป็นไปเพื่อขยายกรอบกู้ขาดดุล เพื่อโครงการเดียวคือดิจิทัลวอลเล็ต

ขณะที่สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อGDPที่สูงสุดในรอบ29ปี ยังไม่มีแนวโน้มว่าจะลดลงหากเป็นเช่นนี้อาจทำให้ในปี2570    เราต้องขยายเพดานไปจนเกือบชนเพดานที่70% เพียงเพื่อดิจิทัลวอลเล็ต

ขณะที่สัดส่วนดอกเบี้ยต่อรายได้ที่สูงสุดในรอบ14ปี และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจะกลายเป็นว่าไปเบียดบังงบประมาณในปีต่อๆไปที่จะมีมากขึ้น ขณะที่งบที่จะนำมาใช้ในการลงทุนก็จะมีน้อยลง 

"การที่เกิดในหลายๆตัว หลายๆที่พร้อมๆกันแบบนี้ และไต่บนเส้น ไต่บนขอบไปหมดทุกตัวแบบนี้มันคือภาวะความเสี่ยงที่จะทำให้ ประเทศไม่มีความพร้อมเหมือนคนเป็นภูมิคุ้มกันไม่มีพอมีอะไรมากระทบก็เจ็บป่วยร้ายแรง"

อย่างไรก็ดีการที่งบประมาณเพิ่มขึ้นเป็น3.75ล้านล้าน แต่เอาเข้าจริงกลับใช้ได้เพียง1ใน4 เพราะมีรายจ่ายที่เข้าไม่ยุ่งไม่ได้ ทำให้งบที่คงเหลือจริงๆเหลืออยู่เพียงไม่ถึง1ล้านล้านบาทเท่านั้น ทางออกทางเดียวคือรัฐบาลต้องแสดงศักยภาพในการหารายได้ได้แล้ว