"นิกร" เผยมติกมธ.นิรโทษกรรม เห็นชอบรายงานของอนุกมธ.ฯ เคาะนิยาม-ขอบเขตแล้ว รอสัปดาห์หน้าเคาะ กก.กลั่นกรองคดี
ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาแนวทางการตราพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) นิรโทษกรรม สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชูศักดิ์ ศิรินิล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เป็นประธานกมธ. โดยมีวาระพิจารณารายงานของอนุกรรมการศึกษาและจำแนกการกระทำเพื่อประกอบการพิจารณานิรโทษกรรม
ภายหลังการประชุม นายนิกร จำนง เลขานุการ กมธ.ฯ ให้สัมภาษณ์ว่ากมธ. ได้เห็นชอบรายงานของออนุกมธ. ตามที่เสนอกรอบเวลานิรโทษกรรมตั้งแต่ 1 ม.ค. 2548 จนถึงปัจจุบัน ขณะที่การพิจารณานิยามว่าด้วยแรงจูงใจทางการเมือง มีมติให้หมายถึงการกระทำที่เกิดจากแรงจูงใจทางการเมือง ที่มีพื้นฐานมาจากความคิดที่เกี่ยวเนื่องกับเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง หรือต้องการบรรลุเป้าหมายทางการเมืองอย่างใดอย่างหนึ่ง ช่วงเวลาที่มีความขัดแย้งหรือเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมือง
นายนิกร กล่าวด้วยว่า ในที่ประชุมได้ลงมติ และระหว่างลงมตินั้น นายชัยธวัช ตุลาธน สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ฐานะกมธ. เสนอความเห็นใหม่ ว่า ควรมีเรื่องขอบเขตการนิรโทษกรรม และผลของการนิรโทษกรรม ซึ่งได้ข้อสรุปว่า ขอบเขตการนิรโทษกรรม คือบรรดาการกระทำใดๆ หากเป็นความผิดตามกฎหมาย ให้การกระทำนั้นไม่เป็นความผิดต่อไป และให้ผู้ที่ได้กระทำนั้นพ้นจากการเป็นผู้กระทำความผิด และหากมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษ ให้ถือว่าผู้นั้นไม่เคยต้องคำพิพากษาว่าได้กระทำความผิดนั้น ถ้าผู้ที่ได้รับโทษอยู่ให้การลงโทษนั้นสิ้นสุดลง และถือเสมือนว่าบุคคลนั้นไม่เคยกระทำความผิด
"เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องสากลของแอมเนสตี้ ซึ่งหากได้รับการลงโทษแล้วก็ถือว่าความผิดนั้นไม่มี และเหมือนว่าไม่เคยกระทำความผิดนั้นมาก่อน ซึ่งประเด็นที่เหลือจะหารือและลงมติในการประชุมสัปดาห์หน้า จะเริ่มตั้งแต่เรื่องของคณะกรรมการกลั่นกรอง ที่เสนอมาแล้ว แต่ในกรรมธิการชุดใหญ่จะพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไร" นายนิกร กล่าวา
เมื่อถามว่าส่วนกลางนิรโทษกรรมจะครอบคลุมเกี่ยวกับความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 หรือไม่นั้น นายนิกร กล่าวว่า "ประชุมอีก2-3 ครั้งน่าจะได้ข้อสรุป เพราะขณะนี้มีรายละเอียดแต่ละคดีที่จะต้องพิจารณาว่าจะนิรโทษอะไรบ้าง"





