background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

เปิดขั้นตอนศาล รธน.ก่อนชี้ขาด ‘เศรษฐา’ เทียบคดี ‘ประยุทธ์’

เปิดขั้นตอนศาล รธน.ก่อนชี้ขาด ‘เศรษฐา’ เทียบคดี ‘ประยุทธ์’

เริ่มนับหนึ่งอย่างเป็นทางการ สำหรับการตรวจสอบคุณสมบัติความเป็น “นายกรัฐมนตรี” ของ เศรษฐา ทวีสิน นายกฯคนที่ 29 และนับเป็น “นายกฯคนที่ 5” ที่ขึ้นเขียงศาลรัฐธรรมนูญระหว่างดำรงตำแหน่ง หลังจากศาลมีมติข้างมาก 6 ต่อ 3 เสียง “รับคำร้อง” ของ “กลุ่ม 40 สว.” กรณีการแต่งตั้ง “พิชิต ชื่นบาน” เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ทั้งที่ถูกครหาแผลเก่าในอดีตคือ “คดีถุงขนม” จนติดคุกมาแล้ว ทำให้สบช่องโดนร้องตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (4) ความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และ (5) ไม่มีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง

แกะประเด็นการรับคำร้องของศาลรัฐธรรมนูญดังกล่าว เห็นได้ว่า มีประเด็นน่าสนใจอยู่ เริ่มจากมติศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 เสียงรับคำร้องกรณีนี้ โดยมีตุลาการเสียงข้างน้อย 3 คน ได้แก่ นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ อุดม รัฐอมฤต และสุเมธ รอยกุลเจริญ

ต่อมา มติ 8 ต่อ 1 เสียง ไม่รับคำร้องกล่าวหา “พิชิต”เนื่องจากเจ้าตัวชิงลาออกจากตำแหน่งไปแล้วเมื่อ 21 พ.ค.ที่ผ่านมา มีเสียงข้างน้อย 1 เดียวคือ อุดม สิทธิวิรัชธรรม

และประเด็นสุดท้ายมติข้างมาก 5 ต่อ 4 เสียง ไม่สั่ง “เศรษฐา” หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกฯ มีเสียงข้างน้อย 4 คน ได้แก่ ปัญญา อุดชาชน อุดม สิทธิวิรัชธรรม วิรุฬห์ แสงเทียน และจิรนิติ หะวานนท์

ชี้ให้เห็นว่าตุลาการที่ “ไม่เห็นด้วย” ให้รับคำร้องดังกล่าวคือกลุ่มของ นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญคนล่าสุด พร้อมด้วยอุดม รัฐอมฤต และสุเมธ รอยกุลเจริญ นอกจากนี้ยังเป็น 3 ใน 8 เสียงข้างไม่มากไม่รับคำร้องสอบ “พิชิต” รวมถึงเป็น 3 ใน 5 “เสียงข้างมาก” ไม่สั่งให้ “เศรษฐา” หยุดปฏิบัติหน้าที่ด้วย

ขณะที่กลุ่มที่ “เห็นด้วย” นำโดย “อุดม สิทธิวิรัชธรรม” ทั้งประเด็นควรรับคำร้องสอบ “เศรษฐา-พิชิต” และควรสั่งให้นายกฯหยุดปฏิบัติหน้าที่

ขั้นตอนหลังจากนี้คือ ศาลรัฐธรรมนูญขีดเส้น 15 วันให้ “เศรษฐา” เข้ามาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาคดี นับตั้งแต่ได้รับสำเนาคำร้อง หรือภายใน 6 มิ.ย. 2567 

หลังจากนั้นศาลรัฐธรรมนูญจะประชุมปรึกษาหารือกันอีกครั้งว่า คดีนี้มีข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเพียงพอวินิจฉัยหรือไม่ หากเพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องไต่สวน และนัดฟังคำวินิจฉัยต่อไป แต่ถ้าข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายยังไม่เพียงพอ จะต้องนัดไต่สวนก่อน ซึ่ง “เศรษฐา” ยังมีโอกาสทำเอกสารชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา พร้อมแนบพยานหลักฐานทั้งพยานบุคคล และพยานเอกสาร เพื่อเข้ารับการไต่สวนอีกรอบหนึ่ง ซึ่งจะทำให้คดีนี้ “ยืดยาว” ออกไปอีก

คดีกล่าวหา “เศรษฐา” ถูกบางฝ่ายนำไปเปรียบเทียบกับคดีกล่าวหา "พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" ที่ถูกร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญถึง 4 คดี ขณะปฏิบัติหน้าที่นายกฯ โดยศาลยกคำร้อง 1 คดี และมี 2 คดีที่ไม่ถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ คือ 

1.คดี “บ้านพักหลวง” โดยมีการกล่าวหาว่า “นายกฯ” พ้นจากตำแหน่ง ผบ.ทบ.แล้ว แต่ยังพักอาศัยในบ้านพักราชการทหารที่ ร.1 รอ. สุดท้ายศาลรัฐธรรมนูญมติเอกฉันท์ว่าพล.อ.ประยุทธ์ ไม่ผิดกรณีนี้ เนื่องจากไปเป็นไปตามระเบียบของกองทัพบก

2.คดีเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐเนื่องจากเป็นหัวหน้า คสช. ทำให้ขาดคุณสมบัติเป็นนายกฯหรือไม่ ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ว่า ตำแหน่ง คสช.ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐ เนื่องจาก คสช.เป็นอำนาจรัฏฐาธิปัตย์ เป็นอำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศ การทำงานของหัวหน้า คสช.เป็นการแต่งตั้งไม่ได้ขึ้นกับกฎหมาย จึงตีตกคำร้องกล่าวหา

โดยทั้ง 2 คดีที่ไม่ถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่นั้น ศาลใช้เวลาในการวินิจฉัยไม่นานนัก เพราะเป็นคดีที่มีข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายครบถ้วนแล้ว ไม่จำเป็นต้องสืบพยานไต่สวนเพิ่มเติมอีก ก่อนที่จะชี้ว่า “บิ๊กตู่” ไม่มีความผิดตามข้อกล่าวหา สามารถดำรงตำแหน่งนายกฯต่อไปได้

มีเพียง 1 คดีซึ่งถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ คือคดีดำรงตำแหน่งนายกฯ เกิน 8 ปี ขัดกับรัฐธรรมนูญปี 2560 หรือไม่ โดยศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 เสียงรับคำร้องดังกล่าว และมีมติ 5 ต่อ 4 เสียงให้ “พล.อ.ประยุทธ์” หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกฯ เมื่อ 24 ส.ค. 2565 จนกว่าจะมีคำวินิจฉัย

 โดยตุลาการที่เห็นด้วยว่าควรให้หยุดปฏิบัติหน้าที่มี 5 คน ได้แก่ นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ (เมื่อครั้งยังไม่เป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญ) ทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ์ (ปัจจุบันเกษียณอายุ) จิรนิติ หะวานนท์ วิรุฬห์ แสงเทียน และนภดล เทพพิทักษ์ พร้อมกับให้ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาใน 15 วัน

ต่อมาเมื่อครบกำหนดศาลรัฐธรรมนูญได้กำหนดวันอ่านคำวินิจฉัยคดีนี้ในวันที่ 30 ก.ย. 2565 ภายหลัง “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯขณะนั้น รักษาการนายกฯได้เกือบ 30 วัน ศาลอ่านคำวินิจฉัยด้วยมติเสียงข้างมาก 6 เสียง ได้แก่ วรวิทย์ กังศศิเทียม (เมื่อครั้งเป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญ ปัจจุบันเกษียณอายุ) อุดม สิทธิวิรัชธรรม บรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์ ปัญญา อุดชาชน จิรนิติ หะวานนท์ วิรุฬห์ แสงเทียน ส่วนข้างน้อย 3 เสียง ได้แก่ นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ์ (ปัจจุบันเกษียณอายุ) และนภดล เทพพิทักษ์ 

โดยเสียงข้างมากเห็นว่า ความเป็นรัฐมนตรีของ พล.อ. ประยุทธ์ ไม่สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสอง และมาตรา 158 วรรคสี่ เนื่องจากความเป็นรัฐมนตรีต้องเริ่มนับตั้งแต่ 6 เม.ย. 2560 อันเป็นวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ 2560

ทั้งหมดคือขั้นตอนการพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับคำร้องกล่าวหา “นายกฯ” ระหว่างดำรงตำแหน่งเท่าที่ผ่านมา 

ส่วนกรณี “เศรษฐา” คงต้องรอดูว่า หลังจากยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาใน 15 วันแล้ว ศาลรัฐธรรมนูญจะมีมติอะไรออกมาบ้าง