background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

'สรรเพชญ' ตั้งฉายา 'รัฐบาลสุกเอาเผากิน' บริหารเศรษฐกิจล้มเหลว

'สรรเพชญ' ตั้งฉายา 'รัฐบาลสุกเอาเผากิน' บริหารเศรษฐกิจล้มเหลว

"สรรเพชญ" ตั้งฉายา "รัฐบาลสุกเอาเผากิน" บริหารเศรษฐกิจล้มเหลว ชี้ปมอ้างวิกฤติเศรษฐกิจ ดันดิจิทัลวอลเล็ตเป็นเพียงวาทกรรม

ที่รัฐสภาในการอภิปรายทั่วไป รัฐบาลโดยไม่มีการลงมติของสภาผู้แทนราษฎร ตามรัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 152  นายสรรเพชญ บุญญามณี สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ได้อภิปรายสรุปความล้มเหลวด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลตลอด 6 เดือนที่ผ่านมา พร้อมมอบฉายา “รัฐบาลสุกเอาเผากิน”

นายสรรเพชญ เริ่มต้นการอภิปราย โดยชี้ให้เห็นข้อจำกัดของรัฐบาลผสมนายเศรษฐา ทวีสิน ว่า อาจมีปัญหาเรื่องการนำนโยบายหาเสียงไปปฏิบัติ เห็นได้จากนโยบายพรรคเพื่อไทยจำนวนมากไม่ได้ถูกบรรจุไว้ในนโยบายรัฐบาลที่คณะรัฐมนตรีแถลงต่อรัฐสภา หรือมีสาระสำคัญผิดเพี้ยนไปจากคราวหาเสียง ประกอบรัฐบาลไม่ได้เป็นผู้เริ่มต้นในการจัดทำงบประมาณปี 2567 และการเบิกจ่ายงบฯ ที่ล่าช้าไปหลายเดือน

โดย นายสรรเพชญ กล่าวต่อว่า แม้รัฐบาลจะมีข้อจำกัด แต่ไม่สามารถปฏิเสธความล้มเหลวในการบริหารงานได้อย่างน้อย 2 เรื่อง คือ การจัดทำ “นโยบายดิจิทัลวอลเล็ต (Digital Wallet) เติมเงินให้ประชาชน 10,000 บาท” และการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจในปัจจุบัน

สำหรับ “นโยบายดิจิทัลวอลเล็ต (Digital Wallet) เติมเงินให้ประชาชน 10,000 บาท” นายสรรเพชญ กล่าวว่า เป็นเรื่องความรับผิดชอบทางการเมืองของรัฐบาล เพราะไม่สามารถขับเคลื่อนได้ตามที่หาเสียงไว้ พร้อมเห็นว่า ประเด็น “วิกฤติเศรษฐกิจ” ที่รัฐบาลแถลงว่าจำเป็นต้องเติมเงินในระบบนั้น ก็เป็นเพียงวาทกรรมที่แต่งขึ้นมา 

ด้านภาพรวมการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา นายสรรเพชญ เห็นว่า รัฐบาลล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงเพราะมาตรการต่างๆ ของรัฐบาล เช่น การลดค่าไฟฟ้า น้ำมัน ค่าครองชีพ กระทั่ง มาตรการพักหนี้ ล้วนเป็นเพียงมาตรการเฉพาะซึ่งผ่านมาแล้ว 6 เดือน กลับไม่เห็นมาตรการต่อยอดที่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างยั่งยืน โดย นายสรรเพชญ ยกตัวเลขการประเมินหนี้ครัวเรือนของไทยที่มีมากถึง 16.2 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 90.9% ของ GDP สะท้อนว่ามาตรการระยะสั้นของรัฐบาลไม่ได้ช่วยให้เศรษฐกิจดีขึ้น พร้อมเปรียบเปรยว่า “พักหนี้ไปอีก 10 ปี ปัญหาหนี้ของชาวบ้านมันก็ไม่หมด มันก็บอกอยู่แล้วว่า “แค่พักหนี้”

 นอกจากนี้ นายสรรเพชญ ได้กล่าวติง นายเศรษฐา ทวีสิน เรื่องการนำโครงการ แลนด์บริดจ์ (Landbridge) ไปเดินสายโรดโชว์ (Roadshow) ในต่างประเทศว่า มีความเหมาะสมหรือไม่ เนื่องจากโครงการดังกล่าวยังไม่มีข้อยุติใดๆ เป็นเพียงแนวคิดที่รอการตกผลึก ซึ่งตนเกรงว่าจะนำไปสู่การทำลายความเชื่อมั่นของนักลงทุนในอนาคต พร้อมกันนั้น นายสรรเพชญ ได้ยกตัวอย่างพื้นที่พัฒนาเขตเศรษฐกิจอื่นๆ ของไทยที่รัฐบาลควรให้ความสำคัญ เช่น EEC, ระเบียงเศรษฐกิจทั้ง 4 ภาค, ตลอดจนเขตพัฒนาเศรษฐกิจชายแดน ซึ่งนายสรรเพชญ เห็นว่าพื้นที่เขตเศรษฐกิจดังกล่าว ยังต้องการเติมเต็มในหลายด้านทั้งเงินทุน นวัตกรรม และแรงงานฝีมือ 

นายสรรเพชญ ได้กล่าวสรุปว่า การดำเนินนโยบายของรัฐบาลตลอด 6 เดือนที่ผ่านมา มีลักษณะ “สุกเอาเผากิน” เพราะไม่เข้าใจโจทย์ประเทศ และโจทย์เศรษฐกิจที่ไทยกำลังเผชิญอยู่ ส่งผลให้มาตรการต่างๆ ที่ออกมาไม่ประสบความสำเร็จ

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์