นับถอยหลังเซตซีโร่ ‘ก้าวไกล’ เจาะแบรนด์ใหม่ ‘พรรคส้ม’

นับถอยหลังเซตซีโร่ ‘ก้าวไกล’ เจาะแบรนด์ใหม่ ‘พรรคส้ม’

สำหรับ “พรรคใหม่” ที่ “พลพรรคสีส้ม” จะใช้เป็น “ยานพาหนะ” ไปต่อนั้น เดิมถูกโยนหินถามทางไว้คร่าว ๆ 2 ชื่อคือ “ก้าวใหม่” และ “อนาคตไกล” แต่สุดท้ายมีการเคาะชื่อ “ก้าวใหม่” แทน ซึ่งบรรดา “กลุ่มเพื่อนเอก-บิ๊กเนมสีส้ม” ไฟเขียวชื่อนี้ 

KEY

POINTS

  • สัญญาณ “ยุบพรรคก้าวไกล” ยังดังขึ้นเรื่อย ๆ สะท้อนผ่านคำปลอบใจจาก “ธนาธร” แก่ สส.ก้าวไกล ในวันประชุมพรรค
  • “ชัยธวัช” เล่าเบื้องหลัง “ยุบอนาคตใหม่” ผู้มีอำนาจจ้องทำลาย ยื่นเงื่อนไขให้มีที่ทางในไทย ส่งนัยแก่ “ด้อมส้ม” ถ้าคราวนี้พรรคถูกยุบ เกิดเหตุจาก “มือมืดนอกสภาฯ” หรือไม่
  • ประเมิน 2 พรรคเล็ก “ยานพาหนะใหม่สีส้ม” คาดว่าอยู่ในพรรคร่วมฝ่ายค้าน พรรคแรก มีชื่อเสียง คนทั่วไปรู้จัก อีกพรรคโนเนม แต่ทั้งคู่ผ่านเงื่อนไขจุกจิกของ กกต.
  • จับตาศึกซักฟอกรัฐบาล ม.152 สนามรบสุดท้ายในชื่อ “ก้าวไกล” หรือไม่

สัญญาณ “ยุบพรรคก้าวไกล” กำลังเริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งจังหวะการชงของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มติเอกฉันท์ส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยให้ยุบพรรคตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 กรณีกล่าวหาว่า ล้มล้างการปกครอง จากนโยบายหาเสียงแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งสืบเนื่องจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่สั่งให้ยุติการกระทำดังกล่าว

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อ 25 มี.ค.ที่ผ่านมา กกต.ส่งเอกสารประกอบเพิ่มเติมให้แก่ศาลรัฐธรรมนูญ หลังศาลร้องขอ โดยเป็นเอกสารของ เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่เคยยื่นเรื่องร้องเรียนกับ กกต.ในเรื่องนี้

อีกสัญญาณหนึ่งคือ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ประธานคณะก้าวหน้า สวมหมวกอีกใบคือ “ผู้นำทางจิตวิญญาณ” ของพรรคส้ม และ “พ่อของฟ้า” ของบรรดา “ด้อมส้ม” พูดกับบรรดา สส.ก้าวไกล ที่เข้าร่วมประชุมที่พรรค เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาถึงกรณีการถูกร้องเรียนยุบพรรคว่า ยุบพรรคก้าวไกลค่อนข้างแน่นอน ขอให้ไปทำงานร่วมกับพรรคใหม่ที่รองรับไว้ และให้กำลังใจกรรมการบริหารพรรค ขอให้ช่วยทำงานต่อไปเพื่อพี่น้อง สส.

ล่าสุด “ชัยธวัช ตุลาธน” หัวหน้าพรรคก้าวไกล เล่าผ่านงานเสวนาถึงเบื้องหลังการ “ยุบพรรคอนาคตใหม่” ที่เกิดจากมีบุคคลมีอำนาจมาพบ และเดินเกมสกัด “ธนาธร” มิให้เข้าสภาฯ กระทั่งนำไปสู่เหตุการยุบพรรค โดยยื่นเงื่อนไขเพื่อให้มีที่ทางอยู่ในไทยต่อไป ซึ่งการเล่าเบื้องหลังเหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับกระแส “ยุบก้าวไกล” กำลังพุ่งสูง สะท้อนนัยทางการเมือง เพื่อบอกแก่ “ด้อมส้ม” ว่า สาเหตุที่พรรคโดนยุบเกิดจากอะไร

ที่จริง “แกนนำพรรคส้ม” ประเมินฉากทัศน์เรื่อง “ยุบพรรค” เอาไว้ระยะหนึ่งแล้ว โดยเตรียมแผน “Day Zero” เอาไว้ หากพรรคโดนยุบรอบ 2 จะโยกย้าย สส.ที่ยังเหลืออยู่ ไปสังกัดพรรคการเมืองใหม่ เพื่อสู้บนถนนการเมืองอีกครั้ง 

ส่วนกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่หลังโดนยุบ คือบรรดาแกนนำแถว 1-2 ที่มิได้ดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคในชุดที่โดนกล่าวหา (ส่วนใหญ่เป็นอดีต สส. หรืออดีตแกนนำพรรคที่มิได้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแล้ว) โดยคาดว่าจะมีชื่อของ “เดอะไหม ศิริกัญญา ตันสกุล-พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์-รังสิมันต์ โรม-ไอติม พริษฐ์ วัชรสินธุ-ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล-ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ-วิโรจน์ ลักขณาอดิศร-ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์-ธีรัจชัย พันธุมาศ” เป็นต้น

จึงไม่แปลกที่มีการปล่อยข่าว “สส.นกแล” บางคนของ “ก้าวไกล” ขอต่อสายดีล-เดินสายพบ “พรรคร่วมรัฐบาล” เพื่อหวังย้ายไปซบหากพรรคก้าวไกลโดนยุบ 

อย่างไรก็ดี สส.นกแล กลุ่มนี้ประมาณ 10 คน อาจไม่ได้ย้ายไปสังกัดพรรคร่วมรัฐบาลในช่วงเวลานี้ เพราะเสียงของฝ่ายรัฐบาลยังมีเยอะอยู่ และอาจสร้างภาพลักษณ์ที่ไม่ดีให้แก่รัฐบาลได้

สำหรับ “พรรคใหม่” ที่ “พลพรรคสีส้ม” จะใช้เป็น “ยานพาหนะ” ไปต่อนั้น เดิมถูกโยนหินถามทางไว้คร่าว ๆ 2 ชื่อคือ “ก้าวใหม่” และ “อนาคตไกล” แต่สุดท้ายมีการเคาะชื่อ “ก้าวใหม่” แทน ซึ่งบรรดา “กลุ่มเพื่อนเอก-บิ๊กเนมสีส้ม” ไฟเขียวชื่อนี้ 

แต่ในส่วนของพรรคการเมือง “สำรอง” ดังกล่าว ยังไม่มีการเปิดเผย แต่เชื่อว่าน่าจะอยู่ในวงศ์วานว่านเครือ “พรรคร่วมฝ่ายค้าน” ในขณะนี้ เพื่อความสะดวกสบายในการเดินหน้าทางการเมืองต่อ ไม่ต้องไปเซตระบบ หรือวางโครงสร้างพรรคให้มากมาย เพราะเงื่อนไขตาม พ.ร.ป.พรรคการเมืองฯ ค่อนข้างมีเยอะ และจุกจิก

โดยทั้ง 2 พรรค เป็น “พรรคขนาดเล็ก” ได้แก่ พรรคแรก หัวหน้าพรรคค่อนข้างมีชื่อเสียงในทางการเมือง และกำลังถูกผลักดันให้มีที่ทางในต่างประเทศ ส่วนอีกพรรคเป็นพรรคโนเนม ลักษณะเดียวกับ “พรรคผึ้งหลวง” ที่เคยถูกเทคโอเวอร์มาทำ “ก้าวไกล” ก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ดี ยังไม่มีการเคาะว่าจะเป็นพรรคไหน

สิ่งที่ต้องจับตาดูต่อไปคือ หากเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองกับ “ก้าวไกล” ขึ้นจริง และต้องย้ายไปพรรคใหม่นั้น จะมีการ “รีแบรนด์ดิ้ง” ภาพลักษณ์ใหม่เป็นอย่างไร จะยังเดินหน้าสู่อย่างสุดโต่งในการแก้ไขมาตรา 112 หรือไม่ หรือว่าจะใช้ยุทธวิธี “รู้หลบเป็นปีก รู้หลีกเป็นหาง” รอสถานการณ์ “สุกงอม” ให้มากกว่านี้

แต่ที่น่าสนใจกว่านั้น คือศึกซักฟอกรัฐบาลแบบไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 ที่จะเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 3-5 เม.ย.นี้ 

อาจเป็น “ศึกสุดท้าย” ในชื่อ “ก้าวไกล” หรือไม่ บรรดาแกนนำพรรคหลายคน จะหยิบยกข้อมูลมาจัดหนักใส่เต็มเพื่อ “ทิ้งทวน” หรือเปล่า ต้องติดตาม