'มนพร' พร้อมรับนายกฯ เยือน 'นครพนม' ชูเส้นทางสายมูคู่วัฒนธรรม

'มนพร' พร้อมรับนายกฯ เยือน 'นครพนม' ชูเส้นทางสายมูคู่วัฒนธรรม

"มนพร" รมช.คมนาคม เร่งหารือภาครัฐ เอกชน จ.นครพนม รับนายกฯ ลุยชมซอฟต์พาวเวอร์ จ.นครพนม หนุนยกระดับเมืองเศรษฐกิจการท่องเที่ยว เมืองรองเป็น เมืองหลัก 1 ใน 10 ของประเทศ ชูเส้นทางสายมูคู่วัฒนธรรม เร่งพัฒนาโครงข่ายเส้นทางคมนาคมขยายถนน 4 เลน เชื่อมพื้นที่เศรษฐกิจชายแดน

เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2567  ที่ จ.นคพรนม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับหมายงานภารกิจ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม ติดตามการพัฒนาเศรษฐกิจการค้า การท่องเที่ยว ของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ในพื้นที่ อีสาน ระหว่างวันที่ 17 – 19 กุมภาพันธ์ 2567 มีพื้นที่ จ.นครพนม จ.สกลนคร และ จ.อุดรธานี 

โดยพื้นที่ จ.นคพรนม ถือว่า มีความพร้อมที่จะโชว์ซอฟต์พาวเวอร์ เรื่องเส้นทางสายมู คู่วัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นอีสาน เพื่อที่จะยกระดับเศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยว ของ จ.นครพนม จากเมืองรอง เป็นเมืองหลัก 1 ใน 10 จังหวัดของประเทศตามนโยบายของรัฐบาล 

นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2567 เป็นวันแรกการลงพื้นที่ของคณะนายกรัฐมนตรี ทางด้าน นายเศรษฐา จะได้ร่วมเปิดงานนมัสการองค์พระธาตุพนม ประจำปี 2567 จัดขึ้น 17 -15 กุมภาพันธ์ 2567 ที่วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ถือเป็นงานบุญใหญ่ที่สุดของภาคอีสาน และจะได้เห็นพลังศรัทธาทั้งชาวไทย ชาวลาวที่มาร่วมงาน ถือเป็นงานท่องเที่ยว ที่กระตุ้นเศรษฐกิจการค้า การท่องเที่ยว เงินหมุนเวียนสะพัดปีละกว่า 100 ล้านบาท

รวมถึงจะได้มีโอกาสไปพบปะภาครัฐ ภาคเอกชน หอการค้านครพนม รวมถึงตัวแทนพี่น้องประชาชน ชาวไทยเชื้อสายเวียดนาม รวมถึงเดินชมชิมช้อป ถนนคนเดิน ในเขตเทศบาลเมืองนครพนม ที่จะเป็นการเตรียมพร้อมสนับสนุนให้ จ.นครพนม เป็นเมืองหลัก แห่งเศรษฐกิจการค้า การท่องเที่ยวชายแดน 

ด้าน นางมนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม สส.นครพนม เขต 2 พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นายอนุชิต หงษาดี นายก อบต.โพนสวรรค์ แกนนำครอบครัวเพื่อไทย นายสมนาม เหล่าเกียรติ อดีต สว.นครพนม และคณะ ได้ร่วมพบปะหารือกับนายธนพัต ทีฆธนานนท์ หรือเสี่ยบิ๊ก ประธานหอการค้า จ.นครพนม รวมถึงตัวแทนภาคเอกชน พ่อค้า ประชาชน ตัวแทนหน่วยงานภาครัฐ เพื่อหารือสรุปความพร้อมในการต้อนรับ นายกรัฐมนตรี และคณะ ทั้งนี้จมีการโชว์ความพร้อม ศักยภาพด้านการพัฒนาเศรษฐกิจการท่องเที่ยว ของ จ.นคพรนม ที่จะรองรับนโยบายการพัฒนาของรัฐบาล ที่จะเกิดประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่มากที่สุด เนื่องจากรัฐบาลได้คัดเลือกให้ จ.นคพรนม เป็น 1 ใน 10 จังหวัด ที่จะปั้นจากเมืองรองเป็นเมืองหลัก
 

จากนั้น นางมนพร เปิดเผยว่า สิ่งสำคัญสำหรับการลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรี ถือเป็นโอกาสดีของชาวอีสาน รวมถึงชาว จ.นครพนม ที่จะได้แสดงถึงศักยภาพความพร้อม ในการยกระดับจากเมืองรอง เป็นเมืองหลัก 1 ใน 10 จังหวัด ของประเทศไทย ตามนโยบายรัฐบาล ตนจึงได้หารือร่วมกับภาครัฐ เอกชน ตัวแทนประชาชน เป็นแนวทางที่จะเสนอให้ นายกรัฐมนตรีได้เห็นถึงศักยภาพของ จ.นครพนม ด้านการท่องเที่ยว เพราะมีจุดแข็ง เรื่องเส้นทางสายมู คู่วัฒนธรรม มีงานประเพณีไหลเรือไฟ มีองค์พระธาตุพนม มีพระธาตุประจำวันเกิดทุกอำเภอ รวมถึงมีสะพานมิตรภาพ 3 นครพนม - คำม่วน 

นอกจากนี้ยังมี องค์พญาศรีสัตตนาคราช มีเส้นทางอันซีนเพื่อสุขภาพเลียบน้ำโขงจะได้มีโอกาส นำสินค้าขึ้นชื่อ ซอฟต์พาวเวอร์ของ จ.นครพนม ที่กระตุ้นเศรษฐกิจให้ประชาชนในพื้นที่ เพื่อขานรับการสนับสนุนของรัฐบาลในการยกระดับการผลิตสินค้าภูมิปัญญาชาวบ้านของทั้ง 12 อำเภอ โดยจะมีการจัดบูธสินค้าโอท็อปที่มีชื่อเสียง กระบวนการผลิตสินค้า สร้างรายได้ จาก 12 อำเภอ ให้นายกรัฐมนตรี และคณะได้เยี่ยมชม จนถึงการหารือวางแนวทางการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยว กับภาครัฐเอกชน จะได้พาลงพื้นที่ชมหมู่บ้านมิตรภาพไทย-เวียดนาม อนุสรณ์สถานประธานโฮจิมินห์ ถือเป็นจุดแข็ง ซอฟต์พาวเวอร์ส่วนหนึ่งของการท่องเที่ยวจากความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ไปจนถึงการลงพื้นที่ตรวจติดตามการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ ทั้งนี้จะได้เสนอรัฐบาลให้สนับสนุน การเกิดเส้นทางท่องเที่ยว ภายใต้โครงการ 1 อำเภอ 1 แหล่งท่องเที่ยว เพื่อเป็นปฏิทินการท่องเที่ยว จาก 12 อำเภอ สามารถมาท่องเที่ยวได้ ตลอดปี 

 ส่วนในการพัฒนาของการคมนาคมขนส่ง ที่จะเชื่อมโยงถึงการพัฒนาเศรษฐกิจการค้า การท่องเที่ยว ทางกระทรวงคมนาคม ได้ผลักดันการพัฒนาเส้นทางคมนาคม ที่เป็นเส้นทางหลักยังมีปัญหาการจราจรคับคั่ง ช่องทางการจราจรแคบ จะต้องได้รับการพัฒนาขยายให้เป็นถนน 4 เลน มีเส้นทางระหว่าง อ.ธาตุพนม กับ อ.นาแก เส้นทางระหว่าง ต.หนองญาติ อ.เมือง กับ อ.นาแก และเส้นทางระหว่าง อ.ท่าอุเทน ผ่าน อ.โพนสวรรค์ เชื่อมกับ จ.นครพนม ซึ่งจะมีการเร่งพัฒนาตามลำดับความสำคัญเร่งด่วน พร้อมนำเข้าสู่แผนพัฒนาในปี 2568 เพื่อขอรับงบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาล ที่สำคัญจะเร่งพัฒนาเส้นทางโครงขายในพื้นที่อีสาน รวมถึง จ.นครพนม เชื่อมเส้นทางเศรษฐกิจการค้าชายแดน ให้รองรับการพัฒนาเศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยว ให้มากที่สุด และโอกาสที่นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่จะได้มีการเสนอขอรับการสนับสนุน ในการพัฒนาเส้นทางคมนาคม เร่งด่วน มั่นใจว่าจะส่งผลดีต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจทุกด้านอย่างแน่นอน

'มนพร' พร้อมรับนายกฯ เยือน 'นครพนม' ชูเส้นทางสายมูคู่วัฒนธรรม