วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม 2569

Login
Login

‘นายกฯ’ ปลื้ม UNESCO ให้ ‘สงกรานต์’ ขึ้นชั้นมรดกวัฒนธรรม ชี้ เป็นของขวัญคนไทย

‘นายกฯ’ ปลื้ม UNESCO ให้ ‘สงกรานต์’ ขึ้นชั้นมรดกวัฒนธรรม ชี้ เป็นของขวัญคนไทย

“โฆษกรัฐบาล” เผย UNESCO มอบประกาศนียบัตร รับรองเทศกาล “สงกรานต์” ในประเทศไทย มรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษย์ชาติอย่างเป็นทางการ “นายกฯ” ปลื้ม ถือเป็นขวัญให้คนไทย เตรียม จัดเฟสติวัล ตลอดเดือน เม.ย.

นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า องค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ได้มอบประกาศนียบัตร (Certificate) รับรองประกาศขึ้นทะเบียน “สงกรานต์ในประเทศไทย” ประเพณีสงกรานต์เป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษย์ชาติอย่างเป็นทางการ ให้แก่ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรมเป็นที่เรียบร้อย 

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลโดยกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมเดินหน้ายกระดับประเพณีสงกรานต์ของไทย โดยคงเนื้อหาในการเผยแพร่สาระคุณค่า สร้างการรับรู้ความเข้าใจ ที่ถูกต้อง และให้ตระหนักถึงความสำคัญตามขนบประเพณีของชุมชนท้องถิ่นต่างๆ โดยเตรียมจัดงานมหาสงกรานต์ “World Songkran Festival : ประเพณีสงกรานต์ไทย หมุดหมายนักท่องเที่ยวทั่วโลก” ดำเนินงานผ่านเครือข่ายวัฒนธรรม 76 จังหวัดทั่วประเทศ และ 50 เขตในกรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 1 - 21 เมษายน 2567 นี้ 

‘นายกฯ’ ปลื้ม UNESCO ให้ ‘สงกรานต์’ ขึ้นชั้นมรดกวัฒนธรรม ชี้ เป็นของขวัญคนไทย

ทั้งนี้ ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนไทยร่วมเป็นเจ้าภาพที่ดี ให้การต้อนรับชาวต่างชาติที่จะเดินทางมาร่วมงานสงกรานต์ในช่วงเวลาอีก 2 เดือนต่อจากนี้ และช่วยกันร่วมสืบสาน รักษา ต่อยอดมรดกภูมิปัญญาประเพณีสงกรานต์ อันทรงคุณค่าของไทย ให้เกิดการสืบทอดอย่างยั่งยืน รวมถึงเป็นพลัง Soft Power ในการส่งเสริมการท่องเที่ยว

“นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้ความสำคัญกับการทำงานเพื่อส่งเสริมประเพณีสงกรานต์ของไทย จนได้รับใบประกาศนียบัตร (Certificate) รับรองจาก UNESCO อย่างเป็นทางการแล้ว ถือเป็นข่าวดี เป็นของขวัญที่สร้างความภาคภูมิใจให้เเก่คนไทย โดยรัฐบาลจะสนับสนุนการอนุรักษ์ สืบสาน ปกป้อง คุ้มครองมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของประเทศ และช่วยสร้างการรับรู้ให้ชาวต่างชาติได้เข้าถึงประเพณี เทศกาลของไทยให้มากขึ้น ซึ่งมั่นใจว่าผลสำเร็จในครั้งนี้จะสามารถต่อยอดไปสู่ภาคเศรษฐกิจ เป็นเม็ดเงิน เป็นรายได้สู่ประชาชนต่อไป” นายชัย กล่าว